“ศ.ดร.สุชาติ” แนะแบงก์ชาติ อย่าเดินหลงทางซื้อตราสารหนี้

แชร์

ดร.สุชาติ ชี้ธปท.ซื้อหนี้เอกชนโดยตรง ผิดหลักการธนาคารกลาง จะทำลายความเชื่อมั่นต่อประเทศ และจะเปิดช่องให้ใช้เงินของรัฐ เอื้อบางรายไม่โปร่งใส เกิดการคอร์รัปชั่นได้

11 เม.ย.63 /ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง ให้ความเห็นเรื่อง พระราชกำหนด (พรก.) ให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate Bond Liquidity Stabilization Fund: BSF) เพื่อเป็นแหล่งเงินสำรองชั่วคราว (Bridge Financing) วงเงินรวมทั้งสิ้น 400,000 ล้านบาท เพื่อเข้าไปซื้อตราสารหนี้บริษัทเอกชนคุณภาพดี ที่มีตราสารหนี้ครบกำหนดชำระในช่วงปี 2563-2564

ศ.สุชาติ..มีความเห็นว่า ธปท.เป็นนายธนาคารของรัฐ มีหน้าที่เป็นนายธนาคารของธนาคารพาณิชย์ ต้องรักษาความเป็นกลาง ไม่ไปให้กู้โดยตรงกับภาคธุรกิจเอกชน ไม่มีหน้าที่รับความเสี่ยง​ ลงไปจัดสรรสินเชื่อเอง ควรให้ดำเนินการผ่านธนาคารพาณิชย์

รัฐบาลควรให้ บริษัทที่เกี่ยวข้อง ธนาคารพาณิชย์ ร่วมกันศึกษาปัญหาตราสารหนี้ทั้งระบบ แล้วแก้ไขโดยวิธีการทางธุรกิจก่อน เช่น การเพิ่มทุน ให้ราคาตราสารทุนและตราสารหนี้ที่เป็นจริง มีธนาคารพาณิชย์รับซื้อ แล้วมาขายต่อให้ ธปท. ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินสุดท้ายของธนาคารพาณิชย์ (Lender of the last resort)

ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง

หาก ธปท. เข้าทำการจัดสรรสินเชื่อเอง จะผิดหน้าที่การเป็นธนาคารกลางของประเทศ และแม้มีคณะกรรมการ ก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นการเลือกปฏิบัติ ซึ่งเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อระบบการเงินของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม บางท่านอาจกล่าวว่า​ เนื่องจากวิกฤตเชื้อโรคโควิด จะทำให้ภาคตรา​สารหนี้ล้มละลาย​ แล้วระบาดต่อไปในตลาดหุ้น เป็น​การล้มเป็นระบบ (Systematic risk) บริษัทเอกชนต่างๆ ไม่ได้กู้เกินตัว​เพียงหาเงินมาไถ่ถอนหนี้ไม่ทัน รัฐบาลจึงควรมารับไว้เอง​ เพื่อสร้างความมั่นใจ​ต่อนักลงทุน

เรื่องนี้สามารถแก้ไขได้ โดยให้มีกระบวนการทำตราสารหนี้เหล่านี้ เป็นตราสารที่ดีก่อน​​ มีเงินชำระคืน ราคาเหมาะสม​ ก็จะมี​ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนรับ​ซื้อ หรือ​ ในกรณีที่บริษัทได้ปรับโครง​สร้างหนี้แล้ว​ โดยลดทุนแล้วเพิ่มทุน ก็สามารถออกตราสารหนี้ขา​ยธนาคารพาณิชย์​​
แล้​ว​ธนาคารพาณิชย์​ก็มาขายต่อให้ ธปท.ได้ โดย ธปท.ใช้เงิน 400,000 ล้านบาทนี้ รับซื้อต่อได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของธปท.

ธปท.จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าซื้อตราสารหนี้จากบริษัทเอกชนโดยตรง เพราะผิดหลักการการเป็นธนาคารกลาง การให้ธปท.เข้าซื้อขายตราสารหนี้เอกชนโดยตรง จะเป็นการเปิดช่องให้ธนาคารกลางใช้เงินของรัฐ เอื้อต่อเอกชนบางรายอย่างไม่โปร่งใส เกิดการคอร์รัปชั่นได้

การที่รัฐบาลในประเทศ​เล็กๆ ตั้งกองทุนซื้อหนี้หรือซื้อหุ้นนั้น​ล้วนเป็นการทำลายความเชื่อมั่นต่อประเทศ​ นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ต่างก็​มองเห็น​ ในที่สุดกองทุนเช่นนี้ ก็ไม่เคยอุ้มตลาดเหล่านี้ได้​ “เหมือนเอาช้อนไปรับน้ำตก” วงเงินจำนวน 400,000 ล้านบาทนั้น จึงไม่พอเพียงที่จะโอมอุ้มตลาดตราสารหนี้ ที่มีมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านบาทได้ เงินจะหมดไปอย่างรวดเร็ว​ จะเป็น​ภาระ​ภาษีในอนาคตต่อประชาชนทั้งประเทศ จึงน่าเป็นห่วงมากดร.สุชาติ กล่าว

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน


แชร์