เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวเปิ ดงานสัมมนา “ผลการศึกษาโครงการจัดทำแผนยุ ทธศาสตร์ประกันภัยสุขภาพภาคสมั ครใจของไทย” เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพั ฒนาระบบประกันภัยสุ ขภาพของประเทศในระยะยาว โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย ภาคสาธารณสุข และสถาบันวิจัยเพื่อการพั ฒนาประเทศไทย (TDRI) เข้าร่วม ณ โรงแรมจูบิลี เพรสทีจ กรุงเทพมหานคร
เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว เป็นการต่อยอดบทบาทของสำนักงาน คปภ. ในการกำกับและพัฒนาระบบประกันภั ยของประเทศ โดยมุ่งยกระดับ “ประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจ” ให้เป็นกลไกสำคัญในการบริ หารความเสี่ยงด้านสุ ขภาพของประชาชน และเป็นส่วนเสริมของระบบสุ ขภาพภาครัฐ เพื่อให้สามารถรองรับความท้ าทายในอนาคต ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยื น โดยการดำเนินโครงการดังกล่าวมี ที่มาจากความร่วมมือระหว่างสำนั กงาน คปภ. และสถาบันวิจัย เพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในการศึกษาวิจัยเชิงนโยบาย เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างและภูมิ ทัศน์ของระบบประกันภัยสุ ขภาพภาคสมัครใจของประเทศไทย โดยมุ่งจัดทำแผนยุทธศาสตร์ทั้ งระยะสั้นและระยะยาว ควบคู่กับการจัดทำแผนปฏิบัติ การและแผนที่นำทาง (Roadmap) เพื่อบูรณาการระบบประกันภัยสุ ขภาพภาคสมัครใจให้เชื่อมโยงกั บระบบสวัสดิการภาครัฐ และยกระดับ การเข้าถึงความคุ้มครองด้านสุ ขภาพของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเป็ นธรรมและยั่งยืน
ทั้งนี้ จากบริบทที่ประเทศไทยกำลังก้นอกจากนี้ แผนยุทธศาสตร์ยังให้ความสำคัญกั บการส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิ งป้องกัน การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริ หารความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกั บความต้องการของประชาชน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้ นฐานด้านข้อมูลและการเชื่ อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับความโปร่ งใสและประสิทธิภาพของระบบ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนแผนดังกล่าวจำเป็ นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุ กภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย และภาคสาธารณสุข ในการผลักดัน ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
การจัดสัมมนาในครั้งนี้จึงถื อเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ ผลการศึกษาและเปิดรับฟังความคิ ดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การกำหนดทิ ศทางการพัฒนาระบบประกันภัยสุ ขภาพภาคสมัครใจของประเทศอย่ างเหมาะสม โดยในระยะต่อไป ประชาชนจะได้รับประโยชน์ จากการมีทางเลือกด้านประกันภั ยสุขภาพที่หลากหลาย เข้าถึงความคุ้มครองได้ง่ายขึ้น ได้รับความเป็นธรรมด้านราคา และสามารถใช้ประกันภัยเป็นเครื่ องมือในการบริหารความเสี่ยง ลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้าง ความมั่นคงทางการเงินได้อย่างยั่ งยืน

















