SCGC เปิดกิจกรรมสร้างและซ่อมฝายชะลอน้ำ 100 ฝาย เพื่อเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.ค.67 ที่อ่างเก็บน้ำ ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง นายกำธร เวหน รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดโครงการ ‘เราทำดีด้วยหัวใจ สร้าง 100 ฝาย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 72 พรรษา’ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งจัดขึ้นโดย SCGC อบจ.ระยอง อบต.ตะพง อำเภอเมืองระยอง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระยอง สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์การมหาชน) สถานีวิจัยป่าต้นน้ำและชายฝั่งทะเลตะวันออกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฐานป้องกันรักษาป่าเขายายดา ป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากะเฉท ป่าเพ ป่าแกลง และเครือข่ายชุมชนบริหารจัดการน้ำเขายายดา โดยผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมการซ่อมแซม สร้างฝายชะลอน้ำ จำนวน 100 ฝาย บริเวณต้นน้ำเขายายดาดังกล่าว

นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCGC กล่าวว่า SCGC ได้ลงพื้นที่ป่าต้นน้ำเขายายดา ตั้งแต่ 17 ปีก่อน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง และคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่าต้นน้ำเขายายดา โดยริเริ่มโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเขายายดาตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ รัชกาลที่ 9 ด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำ และการปลูกป่า 5 ระดับในพื้นที่เขายายดามาอย่างต่อเนื่องกว่า 17 ปี จวบจนปัจจุบัน ด้วยความอุตสาหะ พร้อมทั้งการนำองค์ความรู้ด้านการจัดการน้ำ และความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ป่าต้นน้ำเขายายดาได้พลิกฟื้นกลับมาสีเขียวอย่างที่ทุกท่านได้เห็นด้วยตาตนเอง จากพื้นแล้งกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการบริหารจัดการน้ำชุมชน สร้างสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ ผลผลิตการเกษตรดีขึ้นต่อเนื่อง สร้างรายได้ให้กับชุมชนมากขึ้น ปัจจุบันมีฝายชะลอน้ำกว่า 7,600 ฝาย ให้ผลผลิตน้ำท่าในลำธารกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ส่งผลให้มีน้ำรอบพื้นที่เขายายดากว่า 10,000 ไร่ ช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้มากขึ้น คิดเป็นผลผลิตรวมกว่า 79 ล้าน กิโลกรัมต่อปี สามารถแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังพบว่ามีปริมาณต้นไม้หนาแน่นเพิ่มขึ้น พบพรรณไม้ถึง 120 ชนิดพันธุ์ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ากว่า 123 ชนิด และยังมีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อน โดยอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยตลอดทั้งปีลดลง 1.6 องศาเซลเซียส ช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 38.5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไร่ รวมทั้งพื้นที่ป่ายังกลายเป็นแหล่งอาหารแห่งใหม่ของประเทศ เกิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ สร้างรายได้ให้กับชุมชนและจังหวัดอีกทางหนึ่งอีกด้วย.

นิตยา ทุมมานนท์/ระยอง