วัดดาวดึงษาราม เขตบางพลัด กรุงเทพฯมีพระอินทร์ประทานพร บันดาลโภคทรัพย์และโชคลาภ

ปีกระต่ายทอง 2566 ขอพร”พระอินทร์ประทานพร”ความสำเร็จสมปรารถนานำพาความสุขบันดาลโภคทรัพย์และโชคลาภแก่ผู้ศรัทธา                                                                                   

พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร

วัด คือศาสนสถานของศาสนาพุทธในประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว วัดนิยมแบ่งเขตภายในวัดออกเป็นสองส่วนคือพุทธวาสและสังฆาวาสในส่วนของพุทธาวาสเป็นที่ตั้งของสถูปเจดีย์อุโบสถสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและส่วนสังฆาวาสเป็นกุฎิสงฆ์สำหรับพระภิกษุ สามเณร ในการจำพรรษาและเพื่อประโยชน์ในการประกอบพิธีทางศาสนาของชุมชน                                                                                                                อย่างไรก็ตาม ชาวชุมชนที่อาศัยอยู่ตามแม่น้ำลำคลองคือชุมชนชาวสวนที่ทำมาหากินและค้าขายโดยอาศัยแม่น้ำสัญจรไปมาโดยทางน้ำวัดวาอารามก็เกิดขึ้นมาตามความเลื่อมใสศรัทธาในศาสนาพุทธ วัดจึงหันหน้าเข้าหาคลองจึงเหมือนว่าคลองนั้นเป็นเส้นทางสัญจรไปมา

ปัจจุบันนี้แม่น้ำ ลำคลอง ไม่ได้ใช้เป็นเส้นทางคมนาคม เพราะความเจริญได้พัฒนาให้มีการเปลี่ยนแปลงจากการสัญจรทางน้ำ เปลี่ยนมาเป็นทางบก นั่นคือ ถนน ที่ได้มีการตัดถนนหนทางเพื่อสัญจรแทน ส่วนทางน้ำจึงไม่มีความจำเป็นในเวลานี้ การตั้งถิ่นฐานมีการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจ และ สังคม วัฒนธรรม ส่งผลให้แม่น้ำสายต่างๆและลำน้ำสาขาวันนี้กลายเป็นทางน้ำผ่าน แทบหมดความหมายไปทันที

วัดดาวดึงษารามเป็นวัดอีกแห่งหนึ่งที่มีแหล่งอาศัยในชุมชนใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยาสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โดยดำริของเจ้าจิมแว่นในรัชกาลที่ 1 นามเดิมของวัดดาวดึงษารามชื่อว่า “วัดขรัวอิน” มาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 ได้พระราชทานนามให้ใหม่มีความหมายว่า”วัดเป็นที่สถิตย์ของพระอินทร์” วัดดาวดึงษารามเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญมหานิกาย ที่ตั้งเลขที่ 872 ซอยสมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 ถนนสมเด็จปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700

พราหมณ์นะ (อาจารย์ป๋า ปุญญาดิศ) เป็นบัณฑิตอ่านโองการอัญเชิญเทพเทวา ครูบาอาจารย์ ก่อนที่จะทำพิธีเททองและพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ทางวัดดาวดึงษารามได้จัดพิธีเททองหล่อและพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธอินทรปฎิมากรรูปเหมือนเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โตพรหมรังษี) และเทวรูปพระอินทร์เพื่อประดิษฐานรอบวิหารจุฬามณีเจเดีย์ ณบริเวณมณฑลพิธีวัดดาวดึงษารามก่อนที่จะมีพิธีเททองและหล่อ ได้ทำการบวงสรวงอ่านโองการอัญเชิญเทพเทวา ครูบาอาจารย์โดยพรามณ์นะ (อาจารย์ป๋าปุญญาดิศ)

พระอาจารย์สมชาย ฉันทสาโร เจ้าอาวาสวัดปริวาสราชสงคราม หลวงปู่ทอง สุวิชาโณ เจ้าอาวาสวัดดอนไก่ดี และพระมหาอิสระ ญาณิสสโร นั่งปรกอธิษฐานปลุกเสกวัตถุมงคล 

จากนั้นได้นิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ธรรมจักรกัปวัตนสูตร  พอได้ฤกษ์จึงได้หล่อพระพุทธอินทรปฎิมากรรมรูปเหมือนเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โตพรหมรังษี) และเทวรูปพระอินทร์และปลุกเสกวัตถุมงคลในพิธีนี้ พระมหาอิสระญาณิสฺสโรได้จัดสร้างเหรียญพระพุทธชินราชหลังพระอินทร์เป็นที่ระลึกมอบให้เป็นสิริมงคลและเป็นของแจกให้แก่ผู้ที่ร่วมทำบุญและเป็นของขวัญในวันปีใหม่เหรียญพระพุทธชินราชหลังพระอินทร์มีลักษณะทรงอาร์มเนื้อทองแดง

เหรียญอาร์มพระพุทธชินราช(ด้านหน้า)

พระมหาอิสระญาณิสฺสโรมีความเลื่อมใสศรัทธามีความเลื่อมใสศรัทธาในองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราชเห็นในความสง่างดงามขององค์พระที่ช่างโบราณสร้างฝากไว้ในแผ่นดินและในตำนานก็กล่าวว่าพระอินทร์แปลงร่างเป็นพราหมณ์มาช่วยหล่อพระพุทธชินราชการสร้างเหรียญพระพุทธชินราชหลังพระอินทร์พระมหาอิสระได้ให้ช่างแกะแม่พิมพ์แบบโบราณโดยแกะด้วยมือไม่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์

เหรียญอาร์มพระพุทธชินราช (ด้านหลัง )

พระพุทธชินราชประดิษฐาน ณ วิหารด้านตะวันตกในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรวิหารจังหวัดพิษณุโลก สันนิษฐานว่าสร้างในปีพ.ศ.1900 ในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 “พระยาลิไทพระมหากษัตริย์กรุงสุโขทัยซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีความงดงามพุทธศิลป์พระเกศรัศมียาวเป็นเปลวเพลิงพระเกศาขดเป็นก้นหอยขนาดใหญ่วงพระพักตร์ค่อนข้างกลมไม่ยาวรีเหมือนผลมะตูม เช่นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยพระอุณาโลมผลิกอยู่ระหว่างพระขนงพระวรกายอวบอ้วนมีสังฆายาวปลายหยักเป็นเขี้ยวตะขาบฝังด้วยแก้ว นิ้วพระหัตถ์ทั้งสี่ยาวเสมอกัน(ทีฆงคฺลี) ฝ่าพระบาทแบนราบค่อนข้างแคบเมื่อเทียบกับพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย

พระสิริชัยโสภณ(บุญเสริม คมภีรปญโญ) เจ้าอาวาสวัดดาวดึงษาราม นำทองคำและเงินที่เป็นมวลสารจากผุ้มางานพิธีเทนำไปหลอมละลายแล้วเทลงเบ้า

ส่วนส้นพระบาทยาวมีรูปอาฬวกยักษ์และรูปท้าวเวสสุวรรณหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์เฝ้าอยู่ที่พระเพลาเบื้องขวาและซ้ายพระองค์ตามลำดับ มีซุ้มเรือนแก้วและสลักด้วยไม้สักลงรักปิดทองประดับเบื้องพระปฤษฎางค์ปราณีตอ่อนช้อยช่วยเน้นพระวรกาย  ส่วนพระอินทร์หรือท้าวสักกะคือเทวราชผู้เป็นใหญ่แห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุมีปราสาทไพชยพนต์หรือเวชยันตปราสาทเป็นที่ประทับมีเวชยันตราชรถเป็นรถทรงสารถี คือมาตุลีเทพบุตรมีช้างทรงชื่อไอยราพตหรือช้างเอราวัณและมีม้าทรงสีขาวชื่ออุจไฉศรพ อาวุธของพระอินทร์คือวชิราวุธหรือสายฟ้าพระขรรค์สังข์และกลองพระอินทร์มีพระวรกายสูงใหญ่พระฉวีสีเขียว  บางคัมภีร์มีพระฉวีสีทองสุกปลั่งบทบาทของพระอินทร์ที่ปรากฎไม่ว่าจะเป็นในทศชาติชาดกพุทธประวัติไตรภูมิหรือในวรรณกรรมไทยพระองค์ ท่านมีลักษณะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือหรือผู้แก้ไขสถานการณ์ให้แก่ตัวนำเรื่อง

วิหารจุฬามณีเจดีย์อยู่ในช่วงก่อสร้างเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธอินทรปฏิมากร รูปเหมือนเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒจารย์โต(โต พรหรังสี) และเทวรูปพระอินทร์ ณ มณฑลวัดดาวดึงษาราม 

สำหรับบทบาทในฐานะที่เป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนให้พระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นในโลกมนุษย์เห็นได้ชัดว่าพระอินทร์ทรงเป็นเทพยดา มีความเชื่อว่าพระพุทธชินราชเมื่อเกิดปาฎิหารย์ขึ้นกับใครซึ่งทำให้เกิดความเชื่อและความศรัทธาว่ายิ่งบูชายิ่งรวยคุ้มครองและช่วยให้รอดพ้นจากอันตรายอย่างปาฎิหารย์

การขอพรขอโชคจากพระพุทธชินราช ตั้งนะโม 3 จบแล้วให้ว่า กาเยนะ วาจายะวะ เจตะสาวา ชินะราชาพุทธรูปัง สิริธัมมะติปิ ตะกะราเชนะ กะตัง นะมามีหัง พุทธธังอาราชธนานัง ธัมมังอาราชธนานัง สังฆังอาราชธนานัง ชินะราชพุทธธะรูปัง อาราชธนานัง พุทธธังลาภมานะชาลีติ ธัมมังลาภมานะชาลีติ สังฆังลาภมานะชาลีติ อุอะมะนะโมพุทธายะ พามานะอุกะ สะนะถุประสิทธิเม                                                                                                    พระอินทร์มีบทบาทเป็นเทวดาชั้นรองและมีหน้าที่รองจากพระตรีมูรติเทพผู้ประทานพรคุ้มครองป้องกันภัยผู้ใดกราบขอพรเพื่อเสริมดวงชะตาคุ้มครองชีวิตปลอดภัย ให้ตั้ง นะโม 3 จบ โอม สักกะ เทวะวันทานัง สุขิตา มหาลาโภ ทุติยัมปิ สักกะ เทวะวันนังสุขิตา มหาลาโภ ตะติยัมปิ สักกะ เทวะวันทานัง สุขิตา มหาลาโภ

รูปเหมือนเจ้าคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี )

พระสิริชัยโสภณ (บุญเสริม คมฺภีรปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดดาวดึงษารามได้จัดสร้างวิหารจุฬามเจดีย์ขณะนี้อยู่ในระหว่างก่อสร้างเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธอินทรปฎิมากรรูปเหมือนเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โตพฺรหฺมรํสี) และเทวรูปพระอินทร์พระสิริชัยโสภณรับเอาชนวนมวลสารทองคำและเงินจากผู้มาร่วมพิธีเพื่อนำหลอมเพื่อเทองและได้ฤกษ์พุทธาภิเษกวัตถุมงคลจึงได้นิมนต์หลวงปู่ทอง สุวิชาโณ วัดดอนไก่ดี จังหวัดสมุทรสาคร อายุ106 ปี จุดเทียชัยและมีพระอาจารย์สมชายฉันทสโรเจ้าอาวาสวัดปริวาสราชสงครามและพระมหาอิสระญาณิสฺสโรพระเกจิอาจาาย์นั่งปรกปลุกเสกอธิษฐานจิตวัตถุมงคลจนเสร็จพิธี

เรื่อง/ภาพ พรหมพิริยะ จันทร์เพ็ญ