ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,113 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 6 – 9 พฤษภาคม 2565 กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้เรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น เนื่องจากคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติก็ได้ให้ความเห็นชอบ แผนรองรับการเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น โดยแบ่งออกเป็น 4 เดือน หรือที่เรียกกันว่า “แผน 3 บวก 1” ดังนี้ ระยะที่ 1 (12 มี.ค.-ต้น เม.ย.) เรียกว่า combatting สาระสำคัญของแผนระยะนี้ก็คือ ต้องออกแรง “กดตัวเลข” ผู้ติดเชื้อไม่ให้สูงไปกว่านี้ เพื่อลดการระบาด ลดความรุนแรงของโควิด-19 ระยะที่ 2 (เม.ย.-พ.ค.) เรียกว่า plateau คือ การคงระดับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ให้สูงขึ้น แต่ให้เป็นระนาบจนตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อย ๆ ระยะที่ 3 (ปลาย พ.ค.-30 มิ.ย.) เรียกว่า declining คือ การลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลง ให้เหลือวันละ 1,000-2,000 ราย และ ระยะ 4 ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2565 เป็นต้นไป เรียกว่า post pandemic คือ ออกจากโรคระบาดและเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น ทั้งหมดนี้จะถูกดำเนินการภายในระยะเวลา 4 เดือน แต่ประชาชนยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐานป้องกันโรคเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นมาตรการ VUCA ซึ่งประกอบไปด้วย V-vaccine, U-universal prevention, C-COVID-19 free setting และ A-ATK ซึ่งผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีความรู้สึกไม่ปลอดภัยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ในการใช้ชีวิตประจำวัน ร้อยละ 57.6 โดยเห็นด้วยกับการเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ร้อยละ 39.6 และคิดว่าการเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ เพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 43.2
โดยไม่เห็นด้วยกับการประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ร้อยละ 38.6 และคิดว่าหลังประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น จะทำให้คนส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ร้อยละ 37.4 และ คิดว่าหลังประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภายในประเทศ เพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 36
และอยากให้รัฐบาลมีโครงการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจหลังการประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ร้อยละ 44.2 และ อยากให้รัฐบาลดำเนินโครงการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจหลังการประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ด้านการควบคุมราคาสินค้าสำหรับการดำรงชีวิตมากที่สุด ร้อยละ 20.9 อันดับสองคือ การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เงินเดือนแรกเข้า ร้อยละ 16.6 อันดับสามคือ การปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้อยละ 15.1 อันดับสี่คือ การลดราคาน้ำประปาและไฟฟ้า ร้อยละ 14.5 อันดับห้าคือ การส่งเสริมให้เกิดการสร้างอาชีพ ร้อยละ 11.3
ส่วนที่ 1 โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น
- ท่านมีความรู้สึกปลอดภัยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ในการใช้ชีวิตประจำวันหรือไม่
ปลอดภัย ร้อยละ 23.8
ไม่ปลอดภัย ร้อยละ 57.6
ไม่แน่ใจ ร้อยละ 18.6
- ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยหรือไม่
เห็นด้วย ร้อยละ 39.6
ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 39
ไม่แน่ใจ ร้อยละ 21.4
- ท่านคิดว่าการเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ เพิ่มมากขึ้นหรือไม่
เพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 43.2
ไม่เพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 26.8
ไม่แน่ใจ ร้อยละ 30
- ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นหรือไม่
เห็นด้วย ร้อยละ 31.5
ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 38.6
ไม่แน่ใจ ร้อยละ 29.9
- ท่านคิดว่าหลังประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น จะทำให้ท่านเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของท่านหรือไม่
เปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 35.4
ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 37.4
ไม่แน่ใจ ร้อยละ 27.2
- ท่านคิดว่าหลังประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภายในประเทศ เพิ่มมากขึ้นหรือไม่
เพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 36
ไม่เพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 28.2
ไม่แน่ใจ ร้อยละ 35.8
- ท่านอยากให้รัฐบาลมีโครงการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจหลังการประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นหรือไม่
อยาก ร้อยละ 44.2
ไม่อยาก ร้อยละ 18
ไม่แน่ใจ ร้อยละ 37.8
- ท่านอยากให้รัฐบาลดำเนินโครงการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจหลังการประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นแบบใดมากที่สุด
การควบคุมราคาสินค้าสำหรับการดำรงชีวิต ร้อยละ 20.9
การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เงินเดือนแรกเข้า ร้อยละ 16.6
การปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้อยละ 15.1
การลดราคาน้ำประปาและไฟฟ้า ร้อยละ 14.5
การส่งเสริมให้เกิดการสร้างอาชีพ ร้อยละ 11.3
การพักชำระหนี้ให้กับประชาชน ร้อยละ 9.2
การเพิ่มการจ้างงานของภาครัฐ ร้อยละ 7.2
การปรับลดภาษีส่วนบุคคล ร้อยละ 5.2
ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์
- เพศ ชาย ร้อยละ 45.7 หญิง ร้อยละ 54.3
- อายุ น้อยกว่า 20 ปี ร้อยละ 5.3 20 – 25 ปี ร้อยละ 19.3
26 – 30 ปี ร้อยละ 17.7 31 – 35 ปี ร้อยละ 16.3
36 – 40 ปี ร้อยละ 12.8 41 – 45 ปี ร้อยละ 10.6
46 – 50 ปี ร้อยละ 9.3 มากกว่า 50 ปี ร้อยละ 8.7
- อาชีพ นักเรียน / นิสิต / นักศึกษา ร้อยละ 14.8
ข้าราชการ/พนักงานของรัฐ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 14.7
พนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ 22.4
พ่อค้า/แม่ค้า ร้อยละ 17.4
แม่บ้าน/พ่อบ้าน ร้อยละ 10.6
รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 20.1

















