เมื่อวันที่ 4 มิย 2565 นางสมบัติ วงษ์เย็น อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 15 ต.ตาลสุม อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ถนนสายนี้ คือ สายป่าห้วย-สำโรง เป็นถนนสองเลน รถวิ่งสวนกันไปมา เดิมทีมีการราดยางมะตอยมานาน 10 ปีแล้ว และยังเป็นถนนที่นักท่องเที่ยวมักนิยมขับเพื่อไปผ่านอ.ศรีเมืองใหม่ และไปถึงอ.โขงเจียม ที่มักจะมีการใช้ทางผ่านไปท่องเที่ยวผาแต้ม และผาชะนะได ที่มีการก่อสร้างมานานหลายสิบปีแล้ว บางช่วงมีหลุม เมื่อฝนตกลงมาจึงขังแอ่ง ถนนวิ่งสัญจรไปมาด้วยความเร็ว ทำให้ถนนพัง เมื่อน้ำลดลงจึงกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่
จุดนี้อยู่หน้าบ้านตนเวลากลางวันจะไม่ค่อยมีปัญหา เพราะชาวบ้านจะใช้สัญจร จะรู้กันว่าถนนไม่ดี แต่นักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นจะไม่ค่อยรู้ มาถึงตรงนี้ทีไร จะล้มกลิ้่งเป็นประจำเพราะขับขี่มาด้วยความเร็วยิ่งช่วงกลางคืน ไม่มีไฟส่องทาง มีรถจักรยานยนต์ล้มกลิ้่งหลายราย ล่าสุดกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมาก็มาล้มและไปฟาดกับต้นไม้ขาหักไป 3 ท่อน ทำให้พวกชาวบ้านแจ้งไปทาง อบต.ตาลสุม และแขวงการทางหลวงให้เข้ามาดูแลแต่ปรากฏว่ายังไม่มีใครมาดำเนินการอ้างว่าเป็นพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ชาวบ้านต้องพยายามไปหาอิฐและหินมาถมกันเอง แต่ไม่เรียบร้อยดี เคยทำกันมาทุกปี แต่เมื่อฝนตกทีไรก็เป็นอย่างนี้ตลอด
ด้านนางจันทร์ทา หงษ์ชัย อายุ 70 ปี เปิดเผยว่า ตนและสามีอยู่บ้านทุ่งเจริญ ห่างไปไม่กี่ร้อยเมตร มักจะใช้เส้นทางนี้ไปมาเป็นประจำ ก็รู้ว่าถนนไม่ดี เมื่อมาถึงก็จะระมัดวัง แต่บางคร้ังในช่วงฝนตก น้ำท่วมถนนก็จะมองไม่เห็นหลุม และเคยตกหลุมล้มกลิ้งกันกัะบตายายสองคนได้รับบาดเจ็บวอนให้ผู้เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือ ซ่อมแซมถนนให้ที จะกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง อีกท้ังยังห่วงลูกหลานที่กลับมาจากจังหวัดอื่นๆ แล้วไม่รู้ว่ามีหลุมมีบ่อ ก็จะล้มบาดเจ็บ เสียเงินเสียทองเป็นค่ารักษาอยู่บ่อยคร้ัง บางคร้ังก็ญาติๆล้ม เลือดตกยางออกกลับมาเข้าบ้าน ทำให้ยายตกใจเห็นเลือดแล้ว หดหู่ใจมาก
ไชยรัตน์ ส้มฉุน รายงาน

















