จังหวัดตาก มีความเก่าแก่มากกว่าสองพันปีขึ้นไป เป็นเมืองที่มีชาวมอญอาศัยมาก่อน เพราะได้ขุดพบหลักฐานเป็นศิลปะมอญที่อำเภอบ้านตาก ต่อมาชนไทยที่เคยอาศัยลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงได้อพยพลงมาตามแนวลำน้ำคง “แม่น้ำสาลวิน” ผ่านลุ่มน้ำเมยหรือแม่น้ำต่องยินเมื่อมาถึงเมืองตากและเอาทำเลแห่งนี้เป็นถิ่นฐานสถาปนาขึ้นเป็นเมืองและปกครองกันมีอาเขตแผ่ไปจรดทะเลอันดามัน
30 เม.ย.65 / ผู้นำกลุ่มคนไทยที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นได้ตั้งตนเป็นกษัตริย์ปกครองรัชสมัยพระเจ้าสักดำใน พ.ศ.560 มีบันทึกในพงศาวดารเหนือว่าเมืองตากมีการค้าขายกับเมืองอินเดียเมื่อเมืองตากเสื่อมลงในช่วงพุทธศตวรรษที่10 พระยากาฬวรรณดิส ผู้เป็นกษัตริย์เมืองตากได้โยกย้ายไปสร้างราชธานีใหม่ที่เมืองละโว้ทางตอนใต้ของเมืองตาก บางช่วงเมืองตากถูกทอดทิ้งกลายเป็นเมืองร้างดังในพงศาวดารเหนือได้กล่าวถึงการเสด็จทางชลมารคของพระนางจามเทวีพระราชธิดากษัตริย์เมืองละโว้(พระยากาฬวรรดิส)เพื่อเดินทางไปปกครองแคว้นหริภุญไชย(ลำพูน)ในราวพุทธศักราช1176ทางลำน้ำปิงได้พบร่องรอยกำแพงเมืองเก่าจึงโปรดให้สร้างเป็นบ้านเมืองใหม่ชื่อว่า”เมืองตาก”

ปีพุทธศักราช 1805 ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดได้ยกทัพมาประชิดเมืองตาก เป็นเมืองชายแดนของกรุงสุโขทัย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ทรงจัดกองทัพออกไปรบพร้อมกับพระราชโอรส 2 พระองค์ได้เสด็จไปด้วย กองทัพทั้งสองฝ่ายได้ปะทะกันที่นอกเมืองตากพระโอรสองค์เล็กได้เข้าประทะชนช้างกับขุนสมาชนกระทำการยุทธหัตถีขุนสามชนสู้ไม่ได้แตกพ่ายไป ต่อมาพระนามว่า”พ่อขุนรามคำแหง” และได้สร้างเจดีย์ขึ้นเป็นที่ระลึกถึงชัยชนะในการยุทธหัตถีเป็นศิลปะสุโขทัยเจดีย์ยุทธหัตถีอยู่ที่วัดพระบรมธาตุอำเภอบ้านตาก ห่างจากตัวเมืองทิศตะวันออกของแม่น้ำปิงราว 31 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตาม ในแผ่นดินมหาธรรมราชาได้ย้ายเมืองตากลงมาทางตอนใต้ลำน้ำปิงไปตั้งอยู่ที่ป่ามะม่วงฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิงอยู่ในเขตตำบลป่ามะม่วงอำเภอเมืองตาก เมืองตากย้ายมาตั้งใหม่ไม่ใช่เมืองหน้าด่านป้องกันกองทัพพม่าที่จะยกทัพเข้ามาทางด่านแม่ละเมายังเป็นแหล่งชุมนุมพลที่จะยกทัพไปตีเชียงใหม่โดยเฉพาะสมเด็จพระเจ้าตากสินก่อนที่จะขึ้นครองราช พระองค์ได้รับแต่งตั้งจากพระสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์ ให้เป็นข้าหลวงเชิญท้องตราราชสีห์ไปชำระความหัวเมืองฝ่ายเหนือ
ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นหลวงยกบัตรเมืองตาก ปลัดเมืองตากพระยาวชิระปราการแล้วปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินผู้กอบกู้เอกราชของชาติไทยจากพม่าครั้งที่ 2

ในวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2565 ได้ทำพิธีหล่อรูปเหมือนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นครั้งที่ 2 เพื่อนำไปประดิษฐ์ไว้ที่วงเวียนอำเภอแม่สอดจังหวัดตากตามดำริของพระอาจารย์เชาว์ ชวนปัญโญ และหล่อพระพุทธมหาบารมีศรีสุทธิธรรมมงคลหน้าตัก 19 นิ้ว เวรเช้าอาจารย์เพชรพ่อครูหมอเฒ่าเป็นพราหมณ์อ่านโองการเชิญเทพทั้ง16 ชั้นฟ้า15 ชั้นดินเทพเทวดาครูอาจารย์และพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาเป็นสักขีพยานในพิธีเททองในครั้งนี้

ในตอนบ่ายวันเดียวกันได้ฤกษ์เททองมีพระอาจารย์เชาว์ ชวนปัญโญ เจ้าอาวาสวัดป่าสุทธิธรรมมงคล ประธานฝ่ายคณะสงฆ์ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประธานฝ่ายฆาราวาส และ สวงนิตสุริยะกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และ ข้าราชพ่อค้าประชาชนมาร่วมกันเททองหล่อพระเจ้าตากสินมหาราช และ หล่อพระพุทธมหาบารมีศรีสุทธิธรรมมงคล ทั้งนี้ การเททองและหล่อ ณ มณฑลพิธีวัดป่าสุทธิธรรมมงคล ครั้งที่ 2 นี้ ผู้ที่มาร่วมทำบุญจะได้ของที่ระลึกเป็น”เหรียญพระเจ้าตากสินมหาราชทรงม้า”ตามกำลังศรัทธา
พระเจ้าตากสินมหาราช ” กษัตริย์กู้เอกราชให้อยู่ร่มเย็น ” หรือพระเจ้ากรุงธนบุรีผู้กอบกู้เอกราชจากพม่า เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2พระองค์ทรงเป็นนักปรกครองนักรบและยังเป็นที่พึ่งทางกายทางใจด้วยความเชื่อว่าบารมีของท่านช่วยให้ประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน ไม่ว่าการค้าขายการงานหรือหนี้สินจึงมีประชาชนเทิดทูนยกย่องเมื่อไปกราบขอพร และเมื่อสำเร็จสิ่งที่นำมาถวายอาหารคาวหวาน มาลัยดาวเรือง มาลัยมะลิ ธูป 16 ดอก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ดวงพระวิญญาณคอยปกป้องรักษาแผ่นดินไทยให้มีความเจริญรุ่งเรืองทรงโปรดสิ่งเหล่านี้ ผู้มีความซื่อสัตย์ขอพรจุดธูป 16 ต่อหน้าพระองค์กลางแจ้งแล้วกราบขอพระราชทานพระบารมีตามต้องการ คำบูชาพระเจ้าตากสินมหาราช

(ตั้งนะโม3จบ)
ต่อจากนั้น อาราธนาดวงพระวิญญาณ โอมสิโนราชาเทวะ ชะยะตุภะวังสัพพะศัตรูวินาสสันติ
คำถวายเครื่องสักการะ โอมสิโนราชาเทวะนะมามิหัง
พระคาถาโชคลาภ (ตั้งนะโม3จบ) บทสวดพระคาถาให้โชคลาภ นะชาลิติมหาลาโภ มหาโชค มหาลาภ

เรื่อง/ภาพ โดย พรหมพิริยะ จันทร์เพ็ญ

















