เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 30 ม.ค.นายสำออย รัตนวิจิตร นายกสมาคมประมงพื้นบ้านเรือเล็กระยอง พร้อมด้วยสมาชิก ได้เดินทางมายัง บริเวณหาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ตรงจุดที่เกิดคราบน้ำมันเข้ามาเกยชายหาด เพื่อร่วมสังเกตสถานการณ์ นายสำออย กล่าวว่า ในฐานะนายกสมาคมฯ เป็นตัวแทนเพื่อสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดตามมาหลังจากน้ำมันรั่ว ต้องการให้ทางบริษัทSPRC เปิดเผยความจริง เกี่ยวกับจำนวนน้ำมัน เพราะชาวประมงทราบดี ว่ามีความจำนวนมากกว่า การรั่วครั้งก่อนแน่นอน การใช่สารเคมี นับแสนลิตรฉีดสบายคราบน้ำมัน เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลอย่างแน่นอน สัตว์ทะเลหนีหายหมด
นายสำออย กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุน้ำมันรั่ว ชาวประมงเรือเล็กเกือบทั้งหมดต้องหยุดออกหาปลา เพราะปลาลดจำนวนลง ที่สำคัญคือไม่สามารถขายสัตว์ทะเลที่จับมาได้ เพราะผู้บริโภคกลัวคราบน้ำมันปนเปื้อน ปัญหาหนักคือเรื่องรายได้ของชาวประมง การกอบกู้ธรรมชาติทางทะเลให้กลับมาปกติเหมือนเดิม พร้อมทั้งให้ทางบริษัทSPRC เปิดการรับข้อเสนอของขาวประมง หากยังไม่มีการเปิดรับหรือไม่มีความรับผิดชอบต่อความเสียหาย ก็จะมีการนำเสนอต่อ นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง เพื่อให้เป็นเสาหลัก และ ทางสมาคมฯจะทำการฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป

ด้านนางอัมพร แซ่เหลา อายุ 40 ปี เจ้าร้านอาหารเจ้แมวซีฟู๊ด ริมหาดแม่รำพึง ได้ กล่าวว่า ร้านตนเองอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของน้ำมันเกยหาด ก่อนที่คราบน้ำมันจะเข้ามา ร้านค้าทุกร้านได้เตรียมลงอาหารสดไว้ทุกร้าน ที่ร้านตนเองลงอาหารไปกว่า3หมื่นบาท แต่มีการประกาศปิดหาด ตกใจมาก แล้วจะขายใคร ขาดทุนยับ ของสดที่สั่งมาไม่รู้จะทำอย่างไร ขอความชัดเจนจากจังหวัดในเรื่องการประกาศข้อกำหนดต่างๆ รวมถึงเรื่องการเยียวยาจะมีการช่วยเหลืออย่างไร
ต่อมาชาวประมงและเจ้าของร้านอาหารริมหาดแม่รำพึง ประมาณ 100 คน ที่ได้รับความเดือดร้อน ได้แห่กันไปที่บริเวณกลุ่มประมงพื้นบ้านคลองกะเฌอ ริมหาดแม่รำพึง เข้าใจผิดคิดว่ามีการเปิดจุดให้ลงทะเบียนรับการเยียวยา แต่ปรากฎว่าต้องผิดหวัง เพราะไม่มีการเปิดรับการเยียวยาแต่อย่างใด
นิตยา ทุมมานนท์ จ.ระยอง/รายงาน

















