1ก.ย.64/ คอลัมน์ : “ชัยอารีย์” มองข่าว
คอลัมน์นิสต์ : ชัยอารีย์
คำโบราณพูดขานกันมา..น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง
น้ำมาปลากินมด
น้ำลด มดกินปลาปลา
ในน้ำมีปลาในนามีข้าว
น้ำลดตอโผล่ ฯลฯ
เป็นข้อคิดที่แฝงความหมายในแต่ละประโยคไว้ให้พวกเราเข้าใจในบริบทของความเป็นธรรมชาติ
“ เราต้องอยู่กับธรรมชาติให้ได้ ”
…น้ำคือ “ ชีวิต ”
เมื่อสังคมก้าวหน้ามาถึงยุคปัจจุบัน…ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ถูกอำนาจเงินเป็นผู้กำหนดทิศทางธรรมชาติ นำมาสู่…ผลประโยชน์ ในรูปแบบของโครงการในการบริหารจัดการ “ น้ำ ”

ทิศทางการพัฒนา ก็ถูกกำหนดโดย “ นักการเมือง ” ชี้ช่องทางให้ข้าราชการคิดแผนขึ้นมา ก็นั่งร่างกันขึ้นในเชิงธุรกิจ..เป็นต้นแบบ
ไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่ธรรมชาติชี้ทิศทางให้ไว้…เช่น แม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง…คือสายเลือดหลักของชีวิตที่ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด
ปัจจุบัน แม่น้ำ…สายหลักๆที่หล่อเลี้ยง ลำคลอง หนอง บึง…ทั่วประเทศ แทบไม่มีทางน้ำไหลผ่านได้สะดวก
ขาดการเอาใจใส่จากหน่วยงานราชการ เพราะเหลืองบประมาณไว้ดูแลแค่…คอยให้มีการร้องเรียนเกิดขึ้น
ที่กักเก็บน้ำ หรือ “แก้มลิงธรรมชาติ” ถูกนำมาเป็นสมบัติส่วนตัวของผู้มีอำนาจ
สายน้ำที่เคยไหลเวียนจาก แม่น้ำ สู่ ลำคลองไปยังหนองบึง ส่งต่อไปยังท้องไร่ท้องนา ที่ทำกินของชาวบ้าน ก็ถูกตัดตอนเป็นกำแพงกั้นน้ำไว้ทั่ว….ทั้งแผ่นดิน!!
การบริหารจัดการ…เรื่องน้ำ ขยายเครือข่ายการใช้งบประมาณแผ่นดิน ถมลงไปในโครงการใหม่ๆ จำนวนหลายแสนล้าน

ครั้งแล้วครั้งเล่า งบฯที่ถูกนำมาใช้…เข้ากระเป๋าผู้มีอำนาจทางการเมือง ร่วมกับข้าราชการประจำ โกงชาติโกงประชาชน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ฝนตกหนัก…น้ำไหลไปตามแนวทางธรรมชาติไม่คล่อง เพราะถูกขวางไว้ด้วย โครงการผลาญงบฯ สร้างขวางทางเดินน้ำตามธรรมชาติไว้หมด

















