มีข่าวกระเซ็นกระสาย มาให้คนไทยได้ตื่นตระหนกจนต้องกุม เมื่อ สำนักนโยบายและแผนพลังงาน ประเมินว่า ต้นปีหน้า 2566 ความต้องการใช้พลังงานในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น
อีกทั้ง สถานการณ์รุนแรงจาก “โควิด-19” เริ่มคลี่คลาย จากที่เคย เวิร์คฟอร์มโฮม กลับเข้าสู่โหมดเข้าออฟฟิศตามปกติ ผู้คนกล้าออกมาท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรมใหญ่ๆ มีการเดินทางทั้งภายในประเทศและต่างประเทศคึกคัก
ภาพใหญ่ เศรษฐกิจ กระเตื้องขึ้น การลงทุน ก็เริ่มกลับมาแล้ว ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน แน่นอนล่ะ มีการใช้พลังงานมากขึ้นไปด้วย อาจมากกว่าปริมาณที่ผลิตได้เองในประเทศ ส่งผลให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ทั้งน้ำมัน แกสธรรมชาติ
ใกล้ตัวที่สุด คือ ค่าไฟฟ้า ที่ใช้ในครัวเรือน
ในอดีต คราวเกิดปัญหาพลังงานแพง ผู้นำรัฐบาล กำหนดนโยบายลดการใช้พลังงาน สั่งให้ สถานีโทรทัศน์ ปิดรายการก่อนเที่ยงคืน , ปิดปั๊มน้ำมันก่อนเที่ยงคืน งดกิจกรรมอย่างอื่น เน้นกิจกรรมช่วงกลางวัน
ยุคนี้ ถ้าจะเอาวิธีการเดิมๆมาใช้คงไม่ได้ วิถีชีวิตผู้คน เปลี่ยนไปตามยุคสมัย มีความเคลื่อนไหว ขับเคลื่อนวิถีชีวิต ตลอด 24 ชั่วโมง ปิดรายการทีวีหลังเที่ยงคืน คงไม่แก้ปัญหา เพราะว่าคนรุ่นใหม่น้อยรายจะดูทีวี หันไปใช้ โทรศัพท์มือถือ แทปเลท คอมพิวเตอร์ เลื่อนดูเรื่องราว ข้อมูลที่ต้องการ ตามความชอบส่วนตัว
ยังใช้เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ ไลค์สดขายของ
นี่ยังไม่รวมวิถีชีวิตผู้คนยามค่ำคืน หลายอาชีพยังต้องเดินหน้าหารายได้ หล่อเลี้ยงอีกหลายชีวิตในครอบครัว
หากต้องการจะลดการใช้พลังงานกันจริงๆ กลับไปใช้วิธีรณรงค์ประเภท ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ ใช้หลอดไฟแอลอีดี ส่งเสริมการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าติดฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือ แข่งขันประหยัดพลังงาน ไปแลกส่วนลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน… จะดีกว่าไหม
“ขุนประดิษฐ์วาทกรรม”

















