เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสื่อมวลชนจากหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุและสื่อออนไลน์ ได้ลงนามส่งจดหมายเปิดผนึกผ่านสื่อมวลชนถึงนายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จากกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยคือนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทยและคณะได้ยื่นเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ 4 ฉบับเพื่อยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงที่มาจากภาษีสุราและยาสูบ คือร่างพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ฉบับที่..)พ.ศ.,ร่างพ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(ฉบับที่..)พ.ศ.,ร่างพ.ร.บ.ผู้สูงอายุ(ฉบับที่..)พ.ศ.และร่างพ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย(ฉบับที่..)พ.ศ…. ขณะเดียวกันนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะสส.บัญชีรายชื่อภูมิใจไทยและคณะได้เสนอแก้ไขร่างพ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(ฉบับที่…)พ.ศ….สมทบอีกฉบับหนึ่ง โดยมีหลักการในการเสนอแก้ไขอย่างเดียวกันคือการยกเลิกเงินบำรุงที่จัดเก็บจากภาษีสุราและยาสูบในอัตราที่แตกต่างกันตามกฎหมายของทั้ง 4 องค์กร แล้วกำหนดให้มารับเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณแทน โดยอ้างเหตุผลตามรัฐธรรมนูญที่ว่ารัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืน และม.26 แห่งพรบ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ที่กำหนดห้ามการเสนอกฎหมายเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะของหน่วยงานรัฐเว้นแต่กรณีจัดเก็บภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามที่เป็นกระแสข่าวและมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางอยู่ในสังคมนั้น
เครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน(สสสย.) ประกอบด้วยคอลัมนิสต์ นักจัดรายการวิทยุ นัดจัดรายการโทรทัศน์ นักหนังสือพิมพ์ สำนักข่าวออนไลน์ ที่รวมตัวกันในฐานะองค์กรภาคประชาชน มีคำถาม,ข้อเสนอรวมทั้งจุดยืนของ สสสย.ต่อนายอนุทิน ชญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยดังต่อไปนี้
1.ท่ามกลางปัญหาที่รุมเร้ารัฐบาลทั้งในทางการเมือง สังคมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากปัญหาน้ำท่วมหนักทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ผู้คนกำลังลำบากหนักหนาสาหัส มีเหตุผลและความจำเป็นอะไรที่ต้องเร่งรีบเสนอแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับในเวลานี้ รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลควรใช้เวลานี้ไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนก่อนดีกว่าหรือไม่ เราไม่อยากคิดไปในทางลบในฐานะสื่อมวลชนว่านี่เป็นเเรื่องของการรักษาวินัยทางการเงินการคลังตามเหตุผลที่กล่าวถึงเพียงอย่างเดียวหรือนี่เป็นเรื่องที่ทำให้ธุรกิจยาสูบและแอลกอฮอล์ได้ประโยชน์จากการแก้กฎหมายในครั้งนี้หรือไม่
2.ในหลักการและเหตุผลที่เสนอแก้ไขกฎหมายมีการกล่าวถึงการยกเลิกบทบัญญัติของกฎหมายที่ขัดหรือแย้งกับหลักการรักษาวินัยทางการเงินและการคลังของรัฐตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประเด็นสำคัญคือ หากพรรคภูมิใจไทยเห็นว่า เนื้อหาของกฎหมายทั้ง 4 ฉบับมีความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือขัดแย้งกับพรบ.วินัยการเงินการคลัง ก็ควรจะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยจนเป็นข้อยุติก่อนที่จะเสนอร่างแก้ไขกฎหมายดีหรือไม่ ประเด็นสำคัญนี้ยังเป็นคำถามที่ไม่มีคำอธิบายจากผู้เสนอแก้ไขกฎหมายแต่อย่างใด
3.รัฐบาลกำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนงบประมาณเพื่อนำมาใช้ในการบริหารประเทศ มีการจัดตั้งงบประมาณประจำปีแบบขาดดุลรายได้ไม่พอกับรายจ่ายมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน จนทำให้รัฐบาลเสนอออกพระราชกำหนดกู้เงินมาใช้จ่าย 4 แสนล้านบาท การตัดสินใจเสนอแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ โดยกำหนดให้ทั้ง 4 หน่วยงานมาใช้เงินงบประมาณประจำปีของแผนดินแทนจะยิ่งทำให้เป็นภาระของประเทศมากขึ้น จากเดิมเงินภาษีที่เก็บเพิ่มเติมเพื่อเป็นเงินบำรุงและค่าธรรมเนียมของ 4 หน่วยงานดังกล่าวปีละประมาณ 14,000 ล้านบาท เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจยาสูบและแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสังคมต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว กลายเป็นการโยนความรับผิดชอบมาให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณแผนดินซึ่งมีอยู่น้อยนิดแทน ถามว่านี่คือการแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือไม่
4.สิ่งที่ยังไม่มีคำอธิบายจากการเสนอแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับคือ จะทำอย่างไรกับเงินภาษีและค่าธรรมที่หายไปปีละ14,000 ล้านบาท โดยปกติกระทรวงการคลังโดยกรมสรรพสามิตมีการจัดเก็บภาษีจากธุรกิจยาสูบและแอลกอฮอล์เป็นรายได้ของแผ่นดินอยู่แล้ว ข้อมูลในปี 2567 กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้จากภาษีสุราและยาสูบรวมกันเฉลี่ยประมาณ 110,000 ล้านบาทถึง 120,000 ล้านบาทอยู่แล้ว การเสนอให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษี ค่าธรรมเนียมเพิ่มให้กับ 4 หน่วยงานแล้วให้หน่วยงานเหล่านี้มารับเงินจากงบประมาณแผ่นดินแทน โดยไม่มีแนวทางในการจัดเก็บภาษีจากธุรกิจแอลกอฮอล์เพิ่มเติมเพื่อชดเชยส่วนที่หายไปเพื่อนำมาเป็นงบประมาณแผ่นดิน นอกจากจะเกิดคำถามอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วในข้อที่ 1 เชื่อว่าหน่วยงานภาครัฐและกระทรวงต่างๆคงมีคำถามเหมือนกันเพราะจะต้องได้รับผลกระทบจากงบประมาณประจำปีที่ลดลงหากรัฐไม่มีการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมจากธุรกิจบุหรี่และแอลกอฮอล์
5. กล่าวเฉพาะการเสนอแก้ไขพ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส. ) ดูเหมือนว่าจะมีความไม่ไว้วางใจและทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อการดำเนินงานที่ผ่านมาซ่อนอยู่ดูได้จากประเด็นคำถามที่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนข้อที่ 1 ที่ถามว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินและทรัพย์สินของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพนั้นในข้อที่ 1.1 ระบุว่าแก้ไขเพิ่มเติมเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเป็น เงินอุดหนุนจากรัฐบาลตามความจำเป็น สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดที่ต้องการจะลดบทบาทของสสส.หรือไม่ เพราะคำว่า ตามความจำเป็นจะไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่าหน่วยงานนี้จะได้รับงบประมาณในแต่ละปีจำนวนเท่าไร เพียงพอหรือไม่ ภาคีที่ทำงานร่วมกับสสส.จะได้รับผลกระทบเพียงใด สุดท้ายจะส่งผลการทำงานสร้างเสริมสุขภาพของประชนทั้งประเทศอย่างแน่นอน
จากประเด็นคำถามและความไม่ชัดเจนในหลักการและเหตุผลรวมทั้งเจตนารมณ์ของการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายดังที่กล่าวมาแล้ว เครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน(สสสย.)จึงขอเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะ เป็นหัวหน้ารัฐบาล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้พิจารณาทบทวนยับยั้งการดำเนินการตามกระบวนการเสนอร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ และหากพรรคภูมิใจไทยจะเดินหน้าแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ต่อไปในอนาคต ก็ควรจะเปิดเวทีสร้างมีส่วนร่วมตามหลักการประชาธิปไตยกันอย่างกว้างขวางมากกว่าการรับฟังความเห็นผ่านออนไลน์ที่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง สสสย.ในฐาะสื่อมวลชนหวังว่าพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยจะเห็นความสำคัญของมีส่วนร่วมของประชาชนก่อนการตัดสินใจใดๆที่จะมีผลกระทบต่อประชาชนทุกฝ่ายในสังคมลงชื่อ นายศักดา แซ่เอียว นักวาดการ์ตูนชื่อดัง ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน (สสสย.)
















