วันศุกร์ 2 ตุลาคม 2026
หน้าแรก Headline กทม. เร่งระบายน้ำเคหะร่มเกล้า น้ำลด 30–50 ซม. เพิ่มท่อซิ่ง คาดคลี่คลายใน 2 วัน

กทม. เร่งระบายน้ำเคหะร่มเกล้า น้ำลด 30–50 ซม. เพิ่มท่อซิ่ง คาดคลี่คลายใน 2 วัน

2 ต.ค. 2569/ นายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณเคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง เพื่อตรวจสอบระดับน้ำหลังติดตั้งท่อซิ่ง พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมี นายบุญยืน คุณเจริญ ผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และรายงานสถานการณ์
กรุงเทพมหานครนำท่อซิ่งมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณเคหะชุมชนร่มเกล้า ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยติดตั้งท่อซิ่งแล้ว 4 ท่อ พร้อมจัดทำคันกั้นน้ำบริเวณจุดฟันหลอ ระยะทาง 100 เมตร เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับเข้าพื้นที่ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ลงสู่คลองหนึ่ง เพื่อผลักดันน้ำไปยังคลองประเวศบุรีรมย์ และเตรียมติดตั้งท่อซิ่งเพิ่มอีก 6 ท่อ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำ ขณะนี้ระดับน้ำในพื้นที่ลดลงแล้วประมาณ 30–50 เซนติเมตร คาดว่าจะสามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ภายใน 2 วัน โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามและประเมินระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ปลัดกรุงเทพมหานครได้ตรวจติดตามระดับน้ำในจุดที่มีน้ำท่วมขัง ตรวจจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำและท่อซิ่งบริเวณคลองหนึ่ง รวมถึงตรวจเยี่ยมโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง ซึ่งเป็นศูนย์พักพิงและศูนย์อำนวยการย่อย ทำหน้าที่ประสานงานและรับสิ่งของช่วยเหลือจากภายนอก เพื่อนำส่งต่อให้ประชาชนในชุมชน รวมทั้งเป็นสถานที่ประกอบอาหารสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าดำเนินการเร่งระบายน้ำ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้จัดส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเรือปฏิบัติการเข้าจัดเก็บขยะตกค้าง ขยะชิ้นใหญ่ และสิ่งปฏิกูลที่ลอยอยู่ในพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า เพื่อเปิดทางระบายน้ำ ลดปัญหาขยะอุดตัน และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ พร้อมดูแลด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในชุมชน

ปลัดกรุงเทพมหานครได้กำชับสำนักงานเขตลาดกระบังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ประเมินแนวโน้มระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง และสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบอย่างรวดเร็วและชัดเจน พร้อมเร่งดำเนินการระบายน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน