วันจันทร์ 17 สิงหาคม 2026
หน้าแรก Headline สำนักนายกฯ จี้ 84 โครงการก่อสร้างบนถนน สร้างปัญหาการจราจร สั่ง กทม. เร่งแก้ไข

สำนักนายกฯ จี้ 84 โครงการก่อสร้างบนถนน สร้างปัญหาการจราจร สั่ง กทม. เร่งแก้ไข

กรุงเทพมหานคร บูรณาการความร่วมมือ เร่งรัดแก้ไขปัญหาการก่อสร้างในถนน ที่ส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่กทม. รวมทั้งสิ้น 84 โครงการ ปัจจุบันโครงการก่อสร้างที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อปัญหาการจราจรทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง

1 เม.ย. 65 เวลา 15.00 น. / นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมหารือการแก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างในถนนที่ส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหารสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักงานเขต 50 เขต และหน่วยงานสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง เช่น  การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมโยธา 1 ชั้น 6 อาคาร 1 (สำนักการโยธา) ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง

ในที่ประชุม สำนักการโยธา ได้รายงานข้อมูลโครงการก่อสร้างที่ดำเนินการบนถนนที่ส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 84 โครงการ โดยแยกเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการ ได้แก่ สำนักการโยธา จำนวน 25 โครงการ สำนักการระบายน้ำ จำนวน 11 โครงการ สำนักการจราจรและขนส่ง จำนวน 3 โครงการ สำนักงานเขต จำนวน 11 โครงการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จำนวน 3 โครงการ การไฟฟ้านครหลวง จำนวน 25 โครงการ และการประปานครหลวง จำนวน 6 โครงการ ซึ่งปัจจุบันโครงการก่อสร้างที่ดำเนินการอยู่ ส่งผลกระทบต่อปัญหาการจราจรทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนที่ร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของกรุงเทพมหานคร (สายด่วน 1555) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปลัดกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการในที่ประชุม พร้อมมอบหมายหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร ให้สรุปแนวทางการติดตามผลโครงการก่อสร้าง สำรวจความเสียหาย ดำเนินการซ่อมแซมและบำรุงรักษาถนนในความดูแลรับผิดชอบ ตามที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีประสานขอความร่วมมือมายังกรุงเทพมหานคร

ขณะเดียวกัน ยังรวมถึงได้มอบหมายให้สำนักงานเขตในพื้นที่ สอดส่องดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย จัดทำป้ายโครงการก่อสร้างให้มีความชัดเจน พร้อมทั้งใส่รายละเอียดช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน กรณีได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างดังกล่าว เช่น เบอร์โทร (สายด่วน 1555) ของกรุงเทพมหานคร เพื่อความรวดเร็วในการรับทราบข้อมูลและดำเนินแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างเร่งด่วนต่อไป

นอกจากนี้ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำข้อสั่งการจากพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในที่ประชุม เพื่อประสานขอความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าพัฒนาเมืองร่วมกันโดยขอให้จัดทำข้อมูลความคืบหน้าในการดำเนินการของแต่ละหน่วยงานตามแนวทางที่กำหนด เพื่อสรุปข้อมูลนำเรียนนายกรัฐมนตรีทราบ จำนวน 7 เรื่อง ดังนี้

  1. การก่อสร้างและบำรุงรักษาถนน บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามแผนงานดูแลและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง กำหนดแผนป้องกันและดูแลความปลอดภัยผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ประชาสัมพันธ์แผนการทำงานให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับวางแผนการเดินทาง
  2. การดูแลบำรุงรักษาแม่น้ำคูคลอง ดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ มีระบบบำบัดน้ำเสียของชุมชนและแบบรวม เข้มงวดเรื่องการจัดระเบียบชุมชนที่รุกล้ำริมคลองสาธารณะ ปรับปรุงภูมิทัศน์ปลูกต้นไม้ที่มีสีสัน เพิ่มความร่มรื่น สวยงาม และสร้างจิตสำนึกปลูกฝังให้ประชาชน รวมถึงเยาวชนช่วยกันดูแลรักษาต่อไป
  3. การจัดการขยะ ขอให้เข้มงวดและจัดการกับขยะติดเชื้อด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยลดการแพร่เชื้อ และสอดส่องดูแลพื้นที่แนวเขตเชื่อมต่อกับจังหวัดนนทบุรี และจังหวัดปทุมธานี หาวิธีป้องกันไม่ให้มีการนำขยะมาทิ้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
  4. การควบคุมและป้องกันเพื่อลดมลพิษทางอากาศจากฝุ่นละออง PM2.5 และมลพิษจากควันดำของรถยนต์ หรือค่าความทึบแสงจะต้องไม่เกินร้อยละ 30
  5. การลดอุบัติเหตุทางถนน เช่น การติดป้ายรณรงค์ การตรวจสอบสัญลักษณ์หรือสัญญานไฟจราจร
  6. การเชื่อมต่อระบบการขนส่ง ล้อ ราง เรือ ขอให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบจุดเชื่อมต่อของระบบขนส่งที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางให้แก่ประชาชน อำนวยความสะดวกในการเดินทางแบบต่อเนื่อง
  7. การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณกรุงเทพมหานคร ในการดำเนินการตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้เป็นอย่างดี และขอให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐ เป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎระเบียบ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานกำกับดูแลและกำชับเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้เข้มงวดและปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบเกี่ยวกับงานด้าน พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540  การตรวจสอบสุขอนามัยร้านอาหารและการขนส่ง การตรวจสอบระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานในทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร รวมถึงการจัดกิจกรรมจิตอาสา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนร่วมแรงร่วมใจ มีความเสียสละ ดำเนินกิจกรรมการพัฒนาเพื่อสาธารณประโยชน์และสังคมส่วนรวม

หยกดำ ส่องเขียว รายงาน