เมื่อพูดถึง “เมืองเศรษฐกิจ” ของไทย ภาพแรกที่ทุกคนนึกถึงย่อมเป็น “กรุงเทพมหานคร” ศูนย์กลางธุรกิจ สำนักงานใหญ่ ศูนย์ประชุมนานาชาติ และพื้นที่ที่เม็ดเงินมหาศาลหมุ นเวียนในแต่ละวัน แต่เศรษฐกิจโลกยุคใหม่กำลั งบอกเราว่า เมืองหลวงอาจไม่ใช่คำตอบเดียวอี กต่อไป
ในยุคที่ทั่วโลกไม่ได้แข่งกั นแค่ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่แข่งกันดึงดูดนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมเป้าหมาย เมืองแห่งอนาคตจึงไม่ใช่แค่เมื องที่มีคนไปเยือนมากที่สุด แต่คือเมืองที่มี “ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน” มากพอจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิ จใหม่ ๆ จึงมีคำถามสำคัญว่า เมืองศักยภาพในภูมิภาคต่าง ๆ ของไทยจะเติบโตได้อย่างไร หากเราไม่ได้ขายแค่การท่องเที่ ยว แต่หันมาขายอุตสาหกรรม ความรู้ เครือข่าย และโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านอุ ตสาหกรรมไมซ์
เมืองศักยภาพ ต้องเป็นมากกว่า “เมืองน่าเที่ยว”
ภาพจำของเมืองในภูมิภาค มักหนีไม่พ้นเรื่องการท่องเที่ ยว ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่สวยงาม อาหารอร่อย หรือวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่ าไปเช็กอิน ซึ่งแม้จะเป็นจุดแข็งที่สำคัญ แต่ในมุมเศรษฐกิจ การพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ ยวเพียงทางเดียว ย่อมมาพร้อมกับความเปราะบาง ทั้งเรื่องฤดูกาลท่องเที่ยว (High/Low Season) และความผันผวนของปัจจัยภายนอก

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่การทิ้ งภาพจำของการเป็นเมืองท่องเที่ ยว (Tourist Destination) แต่คือการยกระดับสู่การเป็น “เมืองเศรษฐกิจ” (Economic Destination) ที่คนรู้สึกว่าน่าทำธุรกิจ น่าลงทุน และน่ามาศึกษาเรียนรู้ จุดนี้เองที่ “อุตสาหกรรมไมซ์” จะเข้ามาเป็นกุญแจสำคัญ เพราะงานประชุม งานแสดงสินค้า หรือเทศกาลระดับโลก จะไม่ได้ดึงดูดแค่คนมาพักผ่อน แต่ยังพา “ผู้มีอำนาจตัดสินใจ” และ “เครือข่ายธุรกิจ” พร้อม “องค์ความรู้” เข้ามาในพื้นที่โดยตรง
จากเมืองหลวงเดียว สู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจหลากมิติ
ประเทศชั้นนำระดับโลกต่างไม่ได้ พึ่งพาเศรษฐกิจจากเมืองหลวงเพี ยงแห่งเดียว แต่สร้าง “เมืองเฉพาะทาง” ให้แต่ละเมืองเป็นศูนย์ กลางเฉพาะด้าน เช่น เวลเนสหรือสุขภาวะ อาหาร การเงิน เทคโนโลยี และโลจิสติกส์ เป็นต้น
แนวคิด Multi-City Economy ตอกย้ำว่า เมืองยุทธศาสตร์ในภูมิภาค ไม่จำเป็นต้องแข่งกันเป็น “กรุงเทพฯ แห่งที่สอง” แต่คือการค้นหา “ต้นทุน” หรือ “สินทรัพย์” ที่เมืองและโลกกำลังมองหา แล้วต่อยอดผ่านงานไมซ์ เพื่อดึงตลาดเข้ามาหาตัวเองได้ โดยตรง แทนที่จะรอนักท่องเที่ยวเพี ยงอย่างเดียว

ล่าสุด ประเทศไทยได้ตอกย้ำยุทธศาสตร์นี้ ให้ชัดเจนและทรงพลังยิ่งขึ้น เมื่อสำนักงานส่งเสริมการจั ดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศรับรองความพร้อม 6 พื้นที่ใหม่ ยกระดับเป็น “ไมซ์ซิตี้” (MICE City) ส่งผลให้ปัจจุบันไทยมีเมืองไมซ์ เพิ่มขึ้นจาก 10 เมือง เป็น 16 เมืองทั่วประเทศ (2026 MICE CITY: Destinations) รองรับการกระจายเม็ดเงิ นและการจัดงานให้ครอบคลุมทุกภู มิภาค โดย 6 พื้นที่ใหม่ที่ผ่านการประเมิ นมาตรฐาน 8 ด้าน 32 ตัวชี้วัด ได้แก่ 1. กระบี่ ไมซ์ชายทะเลอันดามัน 2. เชียงราย เมืองไมซ์สร้างสรรค์และวัฒนธรรม 3. นครศรีธรรมราช ศูนย์กลางไมซ์เชิงวั ฒนธรรมและศาสนา 4. ระยอง ศูนย์กลางไมซ์ภาคอุตสาหกรรมต่ อยอด Eastern Economic Corridor หรือ EEC 5. อุบลราชธานี ประตูไมซ์อีสานใต้สู่ลุ่มน้ำโขง และ 6. หัวหิน-ชะอำ เมืองไมซ์ที่ผนึกจุดแข็งของ รีสอร์ตชายทะเลและสถานที่จั ดงานของสองพื้นที่เข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการจัดงานบิ๊กอี เวนต์ ขนาดใหญ่แบบไร้รอยต่อ
โดย 10 เมืองไมซ์เดิมประกอบด้วย กรุงเทพฯ ขอนแก่น เชียงใหม่ นครราชสีมา พิษณุโลก พัทยา ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี และอุดรธานี ต่างมีจุดแข็งและศั กยภาพทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน โดยมี “ไมซ์” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการต่ อยอดศักยภาพของแต่ละเมือง เชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ การลงทุน และตลาดใหม่ ๆ เข้าสู่พื้นที่ เพื่อร่วมขับเคลื่อนแผนที่ เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
การกระจายเมืองไมซ์จึงไม่ใช่แค่ การเพิ่มรายชื่อสถานที่จัดงาน แต่คือการสร้าง “ระบบเศรษฐกิจที่หลากหลาย” ในระดับท้องถิ่น เพราะเม็ดเงินจากงานเหล่านี้ไม่ ได้กระจุกตัวอยู่แค่โรงแรมหรื อศูนย์ประชุม แต่ยังกระจายสู่ร้านอาหาร ระบบขนส่ง ธุรกิจอีเวนต์ และผู้ประกอบการในชุมชนอี กมหาศาล

บทบาทใหม่: เมืองที่มีอนาคต ต้องขายมากกว่าแหล่งท่องเที่ยว
การยกระดับเป็นเมืองไมซ์ไม่ใช่ เพียงแค่การรับรองสถานะ แต่คือการนำอุตสาหกรรมไมซ์ไปขั บเคลื่อนเศรษฐกิจของแต่ละเมื องตามจุดแข็งเฉพาะตัว หรือที่เรียกว่า “Destination DNA” เพื่อเพิ่มขี ดความสามารถในการแข่งขันของเมื อง เช่น
- ภูเก็ต: จะไม่ใช่แค่เกาะท่องเที่ยวระดั
บโลก แต่คือเมืองเวลเนส เมืองธุรกิจไลฟ์สไตล์ และศูนย์กลางการประชุมที่ เจาะกลุ่มพรีเมียม - ขอนแก่น: จะไม่ได้เป็นแค่เมืองใหญ่ของอี
สาน แต่คือประตูสู่เศรษฐกิจอนุภูมิ ภาค ศูนย์กลางการแพทย์ เกษตรมูลค่าสูง และฐานเชื่อมโยงธุรกิจสู่ภูมิ ภาค - นครราชสีมา และอุดรธานี : จะยกระดับสู่อุตสาหกรรมเกษตรนวั
ตกรรม เทคโนโลยีสีเขียว และเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้ าขนาดใหญ่ - สงขลา และสุราษฎร์ธานี: จะเป็นเมืองเศรษฐกิจภาคใต้ ที่รวบรวมทั้งการค้า โลจิสติกส์ และงานไมซ์ระดับภูมิภาคเข้าด้
วยกัน
นี่คือความต่างที่ชัดเจน ระหว่างการทำแคมเปญโปรโมตท่ องเที่ยว กับการสร้างยุทธศาสตร์เมื องเศรษฐกิจ
“ไมซ์” เครื่องมือเปลี่ยนเมืองให้เป็ นตลาด
อุตสาหกรรมไมซ์ คือเครื่องมือที่ทำให้เมื องประกาศศักยภาพทางธุรกิจ เช่น
- เมืองที่เด่นด้านสุขภาพ: ดึงดูดแพทย์ นักลงทุน และบริษัท HealthTech ผ่านงานประชุมการแพทย์
- เมืองที่เด่นด้านเกษตรและอาหาร: เชื่อมโยงเกษตรกรสู่ตลาดส่
งออกผ่านงานแสดงสินค้า พร้อมยกระดับสินค้าเกษตรและสร้ างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกร - เมืองที่เด่นด้านโลจิสติกส์: เปลี่ยนเมืองให้เป็นจุดนั
ดพบของซัพพลายเชนทั่วภูมิภาคผ่ านเวทีเจรจาธุรกิจ

จากข้อมูลของทีเส็บ อุตสาหกรรมไมซ์ไทยในปี 2568 สร้างมูลค่าการใช้จ่ายกว่า 338,000 ล้านบาท หรือราว 1.65% ของ GDP ประเทศ และงานไมซ์ขนาดกลางเพียงงานเดี ยวยังสร้างรายได้หมุนเวียนต่ อเนื่องตั้งแต่ที่พัก อาหาร การเดินทาง ไปจนถึงกิจกรรมหลังการประชุม ช่วยเปลี่ยนธุรกิ จเฉพาะทางของเมืองให้เป็นรายได้ หล่อเลี้ยงคนในพื้นที่ได้ตลอดทั้ งปี
เบื้องหลังการปั้นเมืองท่องเที่ ยว สู่เมืองเศรษฐกิจ
เมื่อเป้าหมายคือการสร้าง Economic Destination บทบาทของ ทีเส็บ จึงทวีความสำคัญมากขึ้นในฐานะฟั นเฟืองหลัก
ทีเส็บ จากการเป็นเพียงหน่วยงาน “ดึงงาน” เข้ามาจัดในประเทศไทย สู่การเป็น “กลไกสำคัญ” ที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้แต่ ละเมืองรับโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ผ่านการทำงานใน 4 มิติหลัก:
- ยกระดับมาตรฐานสถานที่จัดงาน (Thailand MICE Venue Standard – TMVS) : ผลักดันมาตรฐานสถานที่จั
ดงานประเทศไทย ให้เมืองมีโครงสร้างพื้นฐานที่ ผู้จัดงานนานาชาติเชื่อมั่น - ชูอัตลักษณ์พิ้นที่และสนับสนุ
นการประมูลสิทธิ์ (City-as-content & Destination DNA): ใช้กลไกให้ทุนสนับสนุน (Bidding Fund/Subvention) ช่วยให้เมืองดึงงานระดับโลกเข้ าพื้นที่ได้ ควบคู่ไปกับการออกแบบงานไมซ์ให้ สอดคล้องกับจุดแข็งของเมือง และส่งเสริมมาตรฐานการจัดงานอย่ างยั่งยืน (TSEMS) - เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่
างภาครัฐและเอกชน: วางทิศทางเมืองให้สอดรับกับอุ ตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น นวัตกรรมอาหาร เทคโนโลยี AI พร้อมสร้างเครือข่ายผู้ ประกอบการไมซ์ในพื้นที่ และเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ภาษี หักลดหย่อนได้สูงสุด 200% หรือมาตรการสนับสนุนต่างๆ จากภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจูงใจให้องค์กรเลือกจั ดงานในเมืองไมซ์มากขึ้น - พัฒนาบุคลากรและเครือข่ายไมซ์ท้
องถิ่น: ขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายเมื องไมซ์ (MICE City) เพื่อสร้างศักยภาพให้คนในพื้นที่ เป็นเจ้าของการเติบโตทางเศรษฐกิ จร่วมกัน
กลไกทั้งหมดนี้ช่วยให้ทีเส็บไม่ ได้พยายามเปลี่ยนทุกเมืองให้เป็ นกรุงเทพฯ แต่เป็นการติดปีกให้แต่ละเมื องค้นพบว่าตัวเองควรเป็นประตูสู่ อุตสาหกรรมใดของประเทศ
อนาคตของเมืองยุทธศาสตร์ภูมิภาค ไม่จำเป็นต้องเหมือนกรุงเทพฯ
การมองหาว่า “เมืองศักยภาพแห่งไหนจะกลายเป็ นกรุงเทพฯ แห่งต่อไป” ไม่ใช่โจทย์หลักอีกต่อไป เพราะเมืองที่มีนักท่องเที่ ยวเดินทางไปเยือนจำนวนมาก อาจไม่ได้เป็นเมืองเศรษฐกิ จเสมอไป แต่เมืองที่สามารถดึงดูดนักลงทุ น นักวิจัย ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เข้ามาได้ต่างหาก คือเมืองที่มีอนาคตอย่างแท้จริง
ในวันที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป อนาคตของเศรษฐกิจไทยจึงฝากไว้กั บทั้ง 16 เมืองศักยภาพในภูมิภาค ต่าง ๆ ที่รู้จักจุดแข็งที่แท้จริ งของตัวเอง และใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นเครื่ องมือติดปีก พาท้องถิ่นก้าวขึ้นสู่เวที เศรษฐกิจโลกได้อย่างยั่งยื นและภาคภูมิ

















