นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนกรกฎาคม 2569 เท่ากับ 102.10 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.15 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 1.95 (YoY) โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง
ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเครื่องประกอบอาหารบางชนิดทยอยปรับราคาสูงขึ้น ประกอบกับราคาผักสดปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าซึ่งมีฐานราคาอยู่ในระดับต่ำ และได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Niño) สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนมิถุนายน 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปรับสูงขึ้นร้อยละ 2.42 (YoY) โดยอยู่ระดับต่ำอันดับที่ 41 จาก 140 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และอยู่ในอันดับที่ 4 ของอาเซียนจาก 8 ประเทศที่มีการประกาศตัวเลข (ติมอร์-เลสเต สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และสปป.ลาว)


อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 1.95 (YoY) ในเดือนนี้ มีการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้
หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 1.88 (YoY) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าและบริการสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ค่าโดยสารสาธารณะ (ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่าโดยสารรถตู้วิ่งระหว่างจังหวัด ค่าโดยสารเครื่องบินต่างประเทศ ค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง ค่าโดยสารรถประจำทางปรับอากาศ ค่าโดยสารรถเมล์เล็ก/รถสองแถว) ค่าเช่าบ้าน และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยารีดผ้า น้ำยาฟอกผ้าขาว/น้ำยาซักผ้าขาว น้ำยาปรับผ้านุ่ม) ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาลดลง เช่น ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม ของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู ครีมนวดผม แป้งผัดหน้า) และเสื้อผ้า (เสื้อผ้าสตรี กางเกงขายาวบุรุษ เสื้อยืดเด็ก)


หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ 2.04 (YoY) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ เช่น อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด) ผักสด (ต้นหอม ผักคะน้า แตงกวา ฟักทอง มะนาว มะละกอดิบ กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว) ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน แตงโม ฝรั่ง ลองกอง องุ่น ทุเรียน) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น)) ข้าวสารเจ้า และไข่ไก่ อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง เช่น เนื้อสุกร ข้าวสารเหนียว กุ้งขาว ปลานิล และเครื่องประกอบอาหาร (มะพร้าว (ผลแห้ง/ขูด) มะขามเปียก น้ำพริกแกง) อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้นร้อยละ 1.34 (YoY) เร่งตัวขึ้น จากเดือนมิถุนายน 2569 ที่สูงขึ้นร้อยละ 1.23 (YoY)


ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนกรกฎาคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2569 ลดลงร้อยละ 0.73 (MoM)
จากการลดลงของหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ร้อยละ 1.45 (MoM) ตามราคาสินค้าและบริการสำคัญ โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับลดลง แม้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกลับมาตึงเครียด
อีกครั้ง แต่ภาครัฐยังคงดำเนินมาตรการดูแลราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาบริหารจัดการ นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษปรับลดลงจากการยกเว้นค่าผ่านทางในช่วงวันหยุดยาวเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน รวมทั้งของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู น้ำยาระงับกลิ่นกาย ครีมนวดผม ลิปสติก ผ้าอนามัย แป้งผัดหน้า แป้งทาผิวกาย) ปรับลดลงจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าและบริการที่ราคาปรับสูงขึ้น เช่น ค่าเช่าบ้าน อาหารสัตว์เลี้ยง สิ่งเกี่ยวกับการทำความสะอาด (น้ำยารีดผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาถูพื้น) และค่าบริการล้างเครื่องปรับอากาศ ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ 0.40 (MoM) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะไข่ไก่ และเนื้อสุกร จากปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ขณะที่ความต้องการบริโภคยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับข้าวสารเจ้า และเครื่องประกอบอาหาร (ซอสหอยนางรม ซีอิ๊ว น้ำปลา) ปรับสูงขึ้นภายหลังสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ
รวมทั้งอาหารสำเร็จรูป (ข้าวราดแกง กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดผัดกะเพรา) ทยอยปรับราคาตามการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย นอกจากนี้ ผักสด (มะเขือเทศ มะเขือ ผักคะน้า ฟักทอง ฟักเขียว) ปรับสูงขึ้นจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดลดลง เนื่องจากภาวะฝนตกชุกส่งผลกระทบต่อผลผลิตและคุณภาพของผักบางชนิด ขณะที่มีสินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง อาทิ ปลาและสัตว์น้ำ (ปลาทู กุ้งขาว ปลานิล) อาหารโทรสั่ง (Delivery) ผลไม้สด (มังคุด ทุเรียน แก้วมังกร ลองกอง เงาะ) และผักสดบางชนิด (มะนาว กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ผักชี ผักกาดขาว)

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 7 เดือน (มกราคม – กรกฎาคม) ของปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สูงขึ้นร้อยละ 1.21 (AoA)
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนสิงหาคม 2569 คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่
(1) ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และมีการปฏิบัติการทางกำลังทหารรอบใหม่
(2) ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และมีการปรับราคาต่อจานในอัตราที่ค่อนข้างสูง รวมทั้งเครื่องประกอบอาหารทยอยปรับราคาสูงขึ้น
(3) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า และ
(4) ราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้าจากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน รวมถึงความเสี่ยงจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากสภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Niño) สู่สภาวะเอลนีโญกำลังแรง/กำลังแรงมาก (Strong/Very Strong El Niño)
สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ (1) ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย และ (2) ราคาผลไม้สดมีแนวโน้มปรับลดลง จากอุปทานที่เข้าสู่ตลาดในปริมาณมาก ด้วยปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ระหว่างร้อยละ 1.5 – 2.5 (ค่ากลาง 2.0)
จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน
















