“วิทยา แก้วมี”อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ย้ำนโยบายปฏิบัติการฝนหลวงให้ตรงเป้า แม่นยำ และเกิดประสิทธิภาพ

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมกำหนดแนวทางการปฏิบัติการฝนหลวงที่ต้องตรงเป้าหมายและแม่นยำ เพื่อสนองงานตามพระราชดำริ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

4มิ.ย.2569/ ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และมอบแนวทางการขับเคลื่อนงานแก่บุคคลากรในสังกัด ณ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการโดยกล่าวว่า ได้เน้นย้ำถึงนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในด้านการปฏิบัติการฝนหลวงให้ตรงเป้า แม่นยำ และเกิดประสิทธิภาพ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะต้องเชื่อมโยงการบริหาร จัดการน้ำให้สอดคล้องกับกรมชลประทานและแปลงเกษตรของเกษตรกร เนื่องจากบริบทของประเทศไทย มีฝนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500 มิลลิเมตรต่อปี และมีปริมาณน้ำท่าอยู่ที่กว่า 200,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับฝน ทั่วประเทศมีอยู่กว่าร้อยละ 90 แต่ยังมีพื้นที่กว่าร้อยละ 10 ที่ประสบภัยแล้ง

ทั้งนี้ กรมฝนหลวงฯ จะต้องส่งเสริมในเรื่องการทำฝนหลวงเพื่อเติมน้ำให้เกษตรกรมีน้ำใช้และทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้กำชับให้บุคลากรในสังกัด ยึดหลักการปฏิบัติงานเพื่อสนองงานตามพระราชดำริ และช่วยเหลือประชาชนเป็นเอกภาพ และเป็นไปตามระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสอีกด้วย

สำหรับแนวทางการรับมือต่อปรากฏการณ์ธรรมชาติเอลนีโญ ที่คาดว่าจะมีผลกระทบด้านน้ำของประเทศ โดยคาดว่าในปีนี้จะมีฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยประมาณร้อยละ 10 ซึ่งกรมฝนหลวงฯ ได้บูรณาการ การทำงานกับกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ในการติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยจะติดตามผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับไม้ยืนต้น หรือพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเพื่อลดโอกาส ที่จะเกิดความเสียหาย แล้วจะเดินหน้าในการปฏิบัติการเติมน้ำในเขื่อนให้เพียงพอ และแก้ปัญหาความขัดแย้งด้านน้ำในพื้นที่นอกเขตชลประทาน พร้อมยืนยันถึงความพร้อมของอากาศยาน และพร้อมที่จะปฏิบัติการทันทีเมื่อสภาพอากาศเป็นไปตามเงื่อนไข

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน