กรุงเทพ 15 พฤษภาคม 2568 – บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC แถลงผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 โดยมียอดขายรวม 2,100.1 ล้านบาท ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ที่แล้ว อันเป็นผลมาจากเศรษฐกิจภาคใต้ โดยรวมที่อยู่ในระดับทรงตัวเมื่ อเทียบกับช่วง ไตรมาส 4 ของปี 2567 บริษัทฯ จึงเร่งปรับกลยุทธ์ เน้นการบริหารจัดการต้นทุ นและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนิ นงาน ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นและอั ตรากำไรสุทธิประจำไตรมาสที่ 42.1% และ 8.7% ตามลำดับ ทั้งนี้ ตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่ มีแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic Ready-to-Drink: NARTD) ในภาคใต้มีการเติบโตที่ชะลอตั วลง โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำ อัดลมปรับตัวลดลงเล็กน้อย
บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่ าในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ แถลงผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2568 โดย บริษัทฯ มีรายได้จากการขายเท่ากับ 2,100.1 ล้านบาท ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ที่ผ่านมา โดยข้อมูลจาก นีลเส็น ประเทศไทย ได้ชี้ให้เห็นว่าแม้ ในภาพรวมตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่ มทีไม่มีแอลกอฮอล์ ในพื้นที่ภาคใต้ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2568 จะยังเติบโตได้ในอัตรา 1.9% แต่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำดื่มที่ สามารถเติบโตได้ถึง 4.3% ในขณะที่ กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำอั ดลมปรับตัวลดลง 0.5% และกลุ่มน้ำผลไม้พร้อมดื่ มลดลงถึง 0.6% ทั้งนี้ ข้อมูลจากธนาคารแห่ งประเทศไทยได้บ่งชี้ว่าเศรษฐกิ จภาคใต้ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 อยู่ในภาวะทรงตัวจากไตรมาสก่อน โดยมีรายได้ภาคเกษตรและภาคท่ องเที่ยว รวมถึงมาตรการภาครัฐช่วยสนับสนุ นการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริ โภคในช่วงต้นไตรมาส แต่แรงส่งชะลอลงในช่ วงปลายไตรมาส
ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว บริษัทฯ จึงได้ปรับกลยุทธ์โดยหันมาเน้ นบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิ ภาพเพื่อรักษาระดับอัตรากำไร จากต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ต่ำกว่ าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ประกอบกับการปรับราคาขายระหว่ างปี 2567 และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิ ตบรรจุภัณฑ์โดยใช้ปริมาณวัตถุดิ บน้อยลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้ นในไตรมาสนี้อยู่ที่ 42.1% เพิ่มขึ้น 1.7 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ที่ผ่านมา ส่วนต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่ าใช้จ่ายในการบริหารนั้นเพิ่มขึ้ นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็ กน้อยที่ 4.5% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายส่ งเสริมการขายและการตลาดที่เพิ่ มขึ้น 14.5% ตามช่องทางการขายที่เปลี่ ยนไปและเพื่อกระตุ้ นยอดขายในสภาวะตลาด อ่อนตัว ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้ องค่าตอบแทนและการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเมื่อพิจารณาร่วมกับต้นทุ นทางการเงินที่เพิ่มขึ้ นจากการลงทุนในเครื่องเครื่องจั กรสายการผลิตขวด PET ไลน์ที่ 3 และเครื่องจักรสายการผลิตเครื่ องดื่มบรรจุขวดแก้วเพื่อรองรั บการเติบโตในอนาคต ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิประจำไตรมาสนี้เท่ ากับ181.9 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ ว 1.1 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.6% โดยมีอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 8.7% เพิ่มขึ้น 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์
พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ให้มุมมองถึ งผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิ จในระยะสั้นว่า “ต้องยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิ จภาคใต้โดยรวมเริ่มชะลอตัวลงอย่ างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงปลายไตรมาส ซึ่งตามปกติก็จะเป็นเช่นนี้อยู่ แล้ว เนื่องจากเป็นช่วงถือศีลอดของพี่ น้องมุสลิมทั้ งในประเทศไทยและในส่วนของนักท่ องเที่ยวจากมาเลเซีย แต่ในปีนี้ เรายังเจอกับสภาพอากาศเย็ นยาวนานกว่าปกติและฝนที่มาไวกว่ าปกติ ทำให้การจับจ่ายใช้สอยผลิตภัณฑ์ ของเราได้รับผลกระทบอย่างหลี กเลี่ยงไม่ได้ สำหรับในช่วงไตรมาส 2 เราเชื่อว่าการจับจ่ายของผู้บริ โภคมีแนวโน้มอ่อนตัวลง อันเป็นผลมาจากความไม่แน่ นอนทางเศรษฐกิจในระดับโลก ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ อยู่ในระดับต่ำ และการชะลอตัวลงของธุรกิจท่ องเที่ยว ทำให้เราต้องบริหารจัดการต้นทุ นและค่าใข้จ่ายอย่างระมัดระวัง ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสทางธุ รกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไม่มี น้ำตาลที่ยังเติบโตได้อย่างต่ อเนื่อง โดยในไตรมาส 1 ปี้นี้ ยังเติบโตได้ถึง 11.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ที่ผ่านมา และยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะคิดเป็นเพียง 5.8% ของยอดขายทั้งหมด”
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก นีลเส็น ประเทศไทย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 ระบุว่า หาดทิพย์เป็นผู้นำในตลาดเครื่ องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มี แอลกอฮอล์ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีมูลค่าส่วนแบ่ งทางการตลาดที่ 24.2% ในขณะที่กลุ่มเครื่องดื่ มน้ำอัดลมนั้น หาดทิพย์ยังคงเป็นผู้นำโดยมีสั ดส่วนทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่ งในพื้นที่ภาคใต้สูงถึง 78.4%
















