โดย นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพียงไม่กี่วันก่อนวันสตรีสากล มีการเผยแพร่รายงานโดย คุณปรามิลา แพตเทน ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ ว่าด้วยความขัดแย้งด้านความรุนแรงทางเพศ หลังจากที่เธอและทีมงานเดินทางเยือนอิสราเอลและเวสต์แบงก์ อันเนื่องจากการโจมตีอย่างโหดเหี้ยมของผู้ก่อการร้ายฮามาสในอิสราเอลเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๑,๒๐๐ ราย รวมทั้งคนไทย ๓๙ คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายพันคน และมากกว่า ๒๔๐ รายถูกจับไปยังฉนวนกาซาเพื่อใช้เป็นตัวประกันและโล่มนุษย์ เวลานี้ ประชาชน ๑๓๔ คน รวมทั้งคนไทย ๘ คน ยังคงถูกคุมขังอยู่ในฉนวนกาซา การเยือนครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความกระจ่างเกี่ยวกับ ข้อกล่าวหาเรื่องความรุนแรงทางเพศ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการโจมตีของผู้ก่อการร้ายฮามาส ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีของมนุษย์อย่างร้ายแรง
หลักฐานที่รวบรวมอย่างพิถีพิถันระหว่างการเดินทางในครั้งนี้ เป็นรายงานที่ทั้งละเอียดถี่ถ้วนและน่าสะเทือนใจ ทีมงานของคุณแพตเทน ล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา ได้ร่วมมือกับบรรดาสถาบันระดับชาติของอิสราเอล ดำเนินการสัมภาษณ์ในทางลับกับผู้รอดชีวิต พยานบุคคล และผู้เผชิญเหตุรุ่นแรก ทั้งยังมีการตรวจสอบภาพถ่ายและวิดีโออีกนับพัน แม้จะมีความท้าทายในการรวบรวมหลักฐาน ว่าด้วยความโหดร้ายของการโจมตีและความซับซ้อนของความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ แต่สิ่งที่ค้นพบเสนอภาพที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือว่ามีความรุนแรงทางเพศเกิดขึ้นจริง ซึ่งรวมถึงการข่มขืน การทรมานทางเพศ และการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมต่อตัวประกัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้กำลังดำเนินอยู่ต่อตัวประกันที่ยังคงถูกคุมขังในฉนวนกาซา
ทีมงานพบว่าความรุนแรงทางเพศเกิดขึ้นหลายแห่งในระหว่างการโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม โดยมีผู้ตกเป็นเหยื่อของการกระทำอันโหดร้ายเกินคำบรรยาย ความรุนแรงนี้ไม่เพียงแต่สร้างบาดแผลทางใจต่อผู้ที่รอดชีวิตและครอบครัวของเหยื่อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมนุษยชาติทั้งมวลด้วย ในวันสตรีสากลซึ่งเป็นวันที่เฉลิมฉลองความสำเร็จทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการเมืองของผู้หญิงทั่วโลก การค้นพบดังกล่าวจึงเป็นเครื่องเตือนใจอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้หญิงต้องเผชิญกับสิ่งใดบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีความขัดแย้ง
ฮามาสซึ่งเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกว่ามีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย แสดงให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่า ได้เพิกเฉยต่อชีวิตและศักดิ์ศรีของมนุษย์อย่างโจ่งแจ้ง การกระทำทารุณทางเพศเป็นข้อพิสูจน์อันน่าสลดใจต่อความโหดเหี้ยมของกลุ่มฮามาส ที่มิได้มีต่อชาวอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงโครงสร้างของมนุษยธรรมที่เรามีร่วมกัน การกระทำดังกล่าวไม่สามารถและไม่สมควรแยกออกจากบริบทโดยรวม ของการก่อการร้ายที่มุ่งบั่นทอนและทำลายเสถียรภาพ
การที่คุณแพตเทนเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการละเมิดดังกล่าว นอกจากจะเป็นสิ่งที่ยอมรับได้แล้ว ยังเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งอีกด้วย กล่าวคือ เป็นการเรียกร้องให้ประชาคมโลกยืนหยัดเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอีกครั้ง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายอันน่าสะพรึงกลัว และเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่รับผิดชอบต่อการกระทำที่ชั่วร้ายดังกล่าวจะต้องได้รับโทษ ความยุติธรรมสำหรับบรรดาเหยื่อและผู้รอดชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้ ต้องไม่มีการต่อรอง
การปล่อยตัวประกันที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายฮามาสจับไว้จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง และต้องกระทำโดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข เป็นเรื่อง ของมนุษยธรรมอันเร่งด่วนที่ต้องคุ้มครองปกป้องบรรดาผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ โดยเฉพาะจากการใช้ความรุนแรงทางเพศ ทั้งนี้ประชาคมระหว่างประเทศจะต้องกดดันกลุ่มฮามาสและกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ ให้เคารพต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล ดิฉันใคร่เรียกร้องให้ประชาคมโลกประณามการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายฮามาสด้วยถ้อยคำที่รุนแรงที่สุด พร้อมกับยืนหยัดเคียงข้างเหยื่อและผู้ที่รอดพ้นจากการกระทำรุนแรงทางเพศ ขณะนี้ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราต้องยืนยันความมุ่งมั่นที่มีต่อความปลอดภัยและการเสริมพลังของสตรีและเด็กผู้หญิงทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่า จะมีผู้ได้ยินเสียงร้องและปกป้องสิทธิของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์แห่งความขัดแย้ง
ขอการเรียกร้องให้นานาประเทศและบรรดาปัจเจกบุคคล ที่รักศักดิ์ศรีของมนุษย์และความยุติธรรม มาร่วมมือกันเพื่อแก้ไขและขจัดความรุนแรงทางเพศที่มีอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ผู้กระทำความผิดต้องรับผิดชอบในการกระทำของตน และผู้รอดชีวิตต้องได้รับความอนุเคราะห์ช่วยเหลือ เราต้องก้าวไปด้วยกัน ไปสู่โลกที่เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน
รายงานฉบับเต็ม:

















