วันศุกร์ 31 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก เกษตรพันธุ์ดี กรมส่งเสริมสหกรณ์ สนับสนุนสหกรณ์โคนมเทพสถิต จำกัด ลดต้นทุนพลังงาน

กรมส่งเสริมสหกรณ์ สนับสนุนสหกรณ์โคนมเทพสถิต จำกัด ลดต้นทุนพลังงาน

สหกรณ์โคนมเทพสถิต จำกัด เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพฯสหกรณ์ผู้เลี้ยงโค ปี 2569 ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้รับเงินสนับสนุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบ On-Grid ลดค่าไฟฟ้าได้ 31% ประหยัดต้นทุนกว่า 500,000-600,000 บาทต่อปี พร้อมเดินหน้าขยายพลังงานสะอาดสู่สมาชิกและยกระดับความเข้มแข็งสหกรณ์อย่างยั่งยืน

นายไกรพล มะธิโตปะนำ ผู้จัดการสหกรณ์โคนมเทพสถิต จำกัด จังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสหกรณ์ฯ มีสมาชิกกว่า 150 ราย และได้เดินหน้าพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการจัดอันดับความเข้มแข็งอยู่ในระดับชั้นที่ 1 พร้อมมีระบบการควบคุมภายในอยู่ในเกณฑ์ดีมาก สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการวางรากฐานองค์กรอย่างเป็นระบบ โดยสหกรณ์ฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบ โดยร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำ อาทิ บริษัท F&N ผู้ผลิตนมตราหมี รวมถึงโครงการนมโรงเรียน ซึ่งมีการตรวจสอบคุณภาพและองค์ประกอบน้ำนมอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันยังได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้และบริการด้านสัตวแพทย์จากบริษัท ซีพี และเบทาโกร ที่ส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ให้คำแนะนำแก่สมาชิกเป็นประจำทุกเดือน ภายใต้แนวคิด “แม่โคน้อยลง แต่น้ำนมมากขึ้น” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพผู้เลี้ยงโคนม

อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้ากลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายหลักถึง 28-35% ของการดำเนินงานทั้งหมด เนื่องจากต้องเดินเครื่องจักรตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในส่วนสำนักงาน ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ ระบบทำความเย็นไอซ์แบงค์ (Ice Bank) และโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ สหกรณ์ฯ จึงได้ศึกษาความเป็นไปได้ด้านพลังงานย้อนหลังจากสหกรณ์ต้นแบบและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ไฟฟ้านานกว่า 3 ปี ก่อนตัดสินใจเข้าร่วม “โครงการพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ผู้เลี้ยงโค ปีงบประมาณ 2569” ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจัดซื้อและติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ (Solar Cell) แบบ On-Grid ขนาด 50 กิโลวัตต์ ณ ศูนย์รวบรวมน้ำนมและโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ของสหกรณ์

ภายหลังการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์แบบ On-Grid ซึ่งทำงานร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เพื่อทดแทนพลังงานหลักในช่วงกลางวัน ผ่านไปเพียง 3 เดือน พบว่าสามารถลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากระบบปกติได้ถึง 31% ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เฉลี่ยเดือนละ 60,000 บาท หรือคาดการณ์ว่าจะประหยัดต้นทุนได้สูงถึง 500,000 – 600,000 บาทต่อปี และในระยะต่อไปสหกรณ์ฯ ยังมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการเสริมระบบแบตเตอรี่สำรองในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าไฟได้สูงถึง 45-55% พร้อมทั้งเตรียมขยายผลความช่วยเหลือสู่เกษตรกรฐานราก ผ่านโครงการกู้เงินปรับปรุงแหล่งน้ำและติดตั้งโซล่าเซลล์เพื่อการเกษตร โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณสมทบจากกรมส่งเสริมสหกรณ์เพิ่มเติมเฉลี่ยฟาร์มละ 50,000 บาท เพื่อให้สมาชิกนำพลังงานสะอาดไปใช้บริหารจัดการฟาร์ม ลดรายจ่าย และสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ สหกรณ์ฯ ยังเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตการณ์ทางการค้าและการเปิดเสรีทางการค้า (FTA) ภาษีนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมลดลงเหลือ 0% โดยได้ดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกด้วยการเข้าซื้อโรงงานแปรรูปน้ำนมดิบจากเอกชนในพื้นที่ เพื่อเพิ่ม ช่องทางการจำหน่ายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ผ่านการสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ส่งผลให้สหกรณ์ฯ มีสภาพคล่องแข็งแกร่งและรักษาระดับราคารับซื้อน้ำนมจากสมาชิกได้เกือบ 100% แม้ในช่วงที่คู่ค้าหลักลดปริมาณการสั่งซื้อ ทั้งยังช่วยฟื้นฟูผลกระทบของสมาชิกจากโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) และวิกฤตราคาอาหารสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปริมาณน้ำนมดิบในระบบยังคงเสถียรภาพสูง

“ด้วยการบริหารงานบนพื้นฐานของข้อมูลและหลักวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลล่วงหน้า 1-5 ปี ทำให้สหกรณ์ฯ ได้รับการคัดเลือกเป็น “สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2568” ซึ่งความชัดเจนด้านข้อมูลสถิตินี้ ไม่เพียงสร้างความมั่นใจในการบริหารงานภายใน แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงต่อหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ และ ธ.ก.ส. ในการสนับสนุนงบประมาณและโครงการพัฒนาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สหกรณ์ฯ ก้าวขึ้นเป็นต้นแบบ สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมยุคใหม่ที่ปรับตัวได้อย่างเท่าทันและยั่งยืนอย่างแท้จริง” ผู้จัดการสหกรณ์โคนมเทพสถิต จำกัด กล่าว