มังคุดภาคใต้ราคาตกต่ำ รัฐมนตรีเกษตรฯชุดใหม่เกี๋ยวก้อยลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชหวังแก้ไขเป็นวาระเร่งด่วน

รัฐมนตรีเกษตรฯ ชุดใหม่ แท็คทีมลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือนร้อนของพี่น้องเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช แก้ไขปัญหาราคามังคุดภาคใต้ตกต่ำ พร้อมหาแนวทางแก้ปัญหาในระยะเร่งด่วน ให้เกิดความยั่งยืน

4ก.ย.66 / ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตร และ ติดตามงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมรับฟังปัญหาความเดือนร้อนของพี่น้องเกษตรกร โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานส่วนท้องถิ่น เข้าร่วม ณ เทศบาลตำบลพรหมโลก ตำบลพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช และเยี่ยมชมจุดรับซื้อมังคุด ณ สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านวังลุง จำกัด หลังมีกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่รวมตัวกันบรรทุกมังคุดมาเททิ้งบริเวณหน้าป้ายที่ว่าการอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช

ร้อยเอกธรรมนัส    กล่าวว่า มังคุดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ปลูกมังคุด จำนวน 96,479 ไร่ พื้นที่เก็บเกี่ยว จำนวน 92,387 ไร่ ผลผลิตรวมทั้งสิ้น 43,533 ตัน แบ่งเป็น ผลผลิตนอกฤดู จำนวน 2,972 ตัน และผลผลิตในฤดูกาล จำนวน 40,561 ตัน โดยมีผลผลิตออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน และออกสู่ตลาดมากที่สุดในช่วงเดือนสิงหาคม จำนวน 11,954 ตัน ปัจจุบันเก็บเกี่ยวไปแล้วบางส่วน ผลผลิตมังคุดคงเหลือในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชประมาณ 10,000 ตัน โดยผลผลิตที่เหลือส่วนใหญ่จะเป็นมังคุดภูเขา ในพื้นที่อำเภอนบพิตำ อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอทุ่งสง อำเภอจุฬาภรณ์ และอำเภอลานสกา

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่าต้องมาแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรอย่างจริงจัง โดยต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้เกิดความยั่งยืน จึงได้สั่งการปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการในระยะเร่งด่วน โดยมอบหมายให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำมังคุดของเกษตรกรมาจำหน่าย โดยให้ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคากันอย่างเป็นธรรม และได้มอบหมายกรมการค้าภายในเร่งกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการสินค้าเกษตรอย่างยั่งยืนด้วย และในส่วนของมาตรการระยะกลางและระยะยาว จะมีการหารือร่วมกับคณะรัฐมนตรีต่อไป

ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการส่งเสริมผลักดันให้มีการรวมกลุ่มในรูปแบบแปลงใหญ่และวิสาหกิจชุมชนให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงกระตุ้นให้เกษตรกรรายย่อยเกิดการรวมกลุ่มเพื่อรวบรวมผลผลิต และมีการคัดแยกเกรดเพื่อจำหน่ายโดยวิธีการประมูล ซึ่งจะช่วยยกระดับราคาและรายได้ให้กับเกษตรกร อีกทั้งยังมีการประชาสัมพันธ์สร้างรับรู้ให้กับเกษตรกรผู้ผลิตมังคุดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ผลิตมังคุดคุณภาพตามมาตรฐานสินค้าเกษตร (GAP) และรวมกลุ่มจำหน่าย อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงผ่านสหกรณ์การเกษตรพรหมคีรี จำกัด จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด 23.325 ตัน มูลค่า 922,500 บาท

ส่วนด้านการตลาด สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยังได้รวบรวมมังคุดจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปเปิดจุดจำหน่ายในกรุงเทพมหานคร ผ่านรถโมบาย จำนวนทั้งหมด 100 จุด และต่างจังหวัดอีก 120 จุด รวม 220 จุด ปริมาณ 1,100 ตัน และได้เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรในการจำหน่ายมังคุดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยได้มอบกล่องใส่ผลไม้ให้กับเกษตรกร โดยปีนี้จัดส่งให้จังหวัดนครศรีธรรมราชจำนวน 35,000 กล่องด้วย

สำหรับการรับรอง GAP / GMP มีการรับรอง GAP แล้ว จำนวน 9,712 แปลง เกษตรกร 8,456 ราย 36,749.15 ไร่ โดยมากที่สุดที่อำเภอลานสกา 1,709 แปลง เกษตรกร 1,131 ราย พื้นที่ 6,647.60 ไร่ (อำเภอพรหมคีรี เป็นอันดับ 3 จำนวน 1,310 แปลง เกษตรกร 1,042 ราย พื้นที่ 4,468.80 ไร่) ซึ่งจากการรับรอง GAP จำนวน 36,749.15 ไร่ สามารถใช้ใบ GAP ส่งออกตามพิธีสารไทย-จีน ได้ 183,745 ตัน ซึ่งมากกว่าผลผลิตมังคุดจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ 4.4 เท่า (จากผลผลิตมังคุดฤดูกาล ปี 2566 มีจำนวน 41,283 ตัน)

ทั้งนี้ ใบรับรอง GAP จึงเพียงพอต่อการส่งออกและในส่วนของการรับรอง GMP โรงคัดบรรจุมังคุด (ล้ง) จำนวน 88 ล้ง โดยมากที่สุดที่อำเภอพรหมคีรี จำนวน 36 ล้ง ซึ่งปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 2 ก.ย. 66) มีล้งมังคุดเปิด จำนวน 51 ล้ง มากที่สุดที่อำเภอพรหมคีรี 20 ล้ง อำเภอเมือง 10 ล้ง อำเภอลานสกา 7 ล้ง อำเภอท่าศาลา 7 ล้ง อำเภอนบพิตำ 3 ล้ง อำเภอฉวาง 1 ล้ง อำเภอพระพรหม 1 ล้ง และอำเภอร่อนพิบูลย์ 2 ล้ง

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตมังคุดส่งออกจีน (ข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ค. ถึง 2 ก.ย. 66) มีปริมาณการส่งออกรวม 2,016 ตู้ (ชิปเม้นท์) ปริมาณผลผลิตรวมประมาณ 40,230 ตัน ซึ่งส่งออกมากที่สุด ที่ด่านเชียงของ 1,251 ตู้ (ชิปเมนท์) ประมาณ 25,020 ตัน โดยในช่วงที่เกิดปัญหาราคามังคุดตกต่ำ (ช่วงวันที่ 18 สิงหาคม ถึงวันที่ 2 กันยายน 2566) ส่งออก 1,212 ตู้ (ชิปเม้นท์) ปริมาณผลผลิตรวมประมาณ 24,240 ตัน มากที่สุด 93 ตู้/วัน น้อยที่สุด 61 ตู้/วัน เฉลี่ยส่งออก 76 ตู้/วัน ปริมาณผลผลิตเฉลี่ย 1,520 ตัน/วัน ซึ่งส่งออกมากที่สุด ที่ด่านเชียงของ 789 ตู้ (ชิปเมนท์) ประมาณ 15,780 ตัน

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน