“รฏาวัญ-นาดา” รวมพลังผลักดันหลักการค่าจ้างและค่าตอบแทนที่เป็นธรรม “ 1 คนหา 3 คนอิ่ม ” แม้ยากแต่พร้อมสู้เพื่อความเสมอภาคของพี่น้องแรงงาน
วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เวียนมาบรรจบ วันที่มองเห็นข้อเรียกร้องของพี่น้องแรงงาน ทั้งแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ และแรงงานข้ามชาติอยู่เป็นประจำทุกปี แต่รัฐบาลกลับนำข้อเสนอไปปฏิบัติเชิงนโยบายได้เพียงน้อยนิด ไม่นับความยากลำบากในการแก้ไขหรือผลักดันกฎหมายเพื่อเสริมพลังให้กับพี่น้องแรงงานทั้งผองที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย พรรคเสมอภาคทนเห็นปรากฎการณ์เหล่านี้ตลอดช่วงเวลาหลายปีและเข้าใจหัวอกพี่น้องแรงงานเป็นอย่างดี
นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ เปิดเผยว่า ปัญหาสะสมเรื้อรังของพี่น้องแรงงานทุกภาคส่วนคือการทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ ต้องทำโอทีจนแทบไม่เหลือเวลาพักผ่อนเพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพและเลี้ยงดูครอบครัว ส่วนพี่น้องแรงงานข้ามชาติก็ต้องเผชิญกับขบวนการคอร์รัปชั่นเรียกรับผลประโยชน์เพื่อให้สามารถเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย

นางสาวนาดา ไชยจิตต์ ประธานยุทธศาสตร์ด้านความเสมอภาคทางเพศและสิทธิมนุษยชนพรรคเสมอภาค ยืนยันว่า พรรคเสมอภาคพร้อมผลักดันให้ประเทศไทยปฏิบัติตามมาตรฐานองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ รวมถึงกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างจริงจัง นอกจากจะพร้อมยกมือให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีตามอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 แล้ว ยังพร้อมเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายแรงงานที่มีอยู่ให้รวมกันในรูปแบบประมวล โดยยึดหลักความเสมอภาค และในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองที่ผลักดันเรื่อง Gender Quota
สำหรับผู้หญิง พรรคเสมอภาค พร้อมแก้ไขกฎหมายทั้งเพิ่มสิทธิวันลาคลอดบุตรและคู่ชีวิตหรือ Parental Leave สำหรับคู่รักทุกเพศ และแก้ไขหลักการใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 15 เพื่อกำหนดให้การเลือกปฏิบัติระหว่างเพศ และความหลากหลายทางเพศเป็นความผิดตามกฎหมายแรงงานเพื่อให้พี่น้อง LGBTIQAN+ เข้าถึงความเสมอภาคในโลกของการทำงานอย่างจริงจัง สำหรับคนทำงานแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น กลุ่มคนขับรถรับจ้างหรือไรเดอร์ กลุ่มทำงานบ้าน และอื่นๆ จะผลักดันให้เข้าสู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 คืนความเป็นธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับแรงงานกลุ่มนี้ด้วยการออกกฎหมายสภาผู้ใช้แรงงานแพลตฟอร์มดิจิทัล และเร่งเจรจากับเจ้าของกิจการแพลตฟอร์มถึงมาตรการในการคุ้มครองสวัสดิภาพและสวัสดิการของพี่น้องแรงงานกลุ่มนี้

นางรฎาวัญ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ดิฉันในฐานะอดีต รมช.กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ซึ่งได้ผลักดันนโยบายสวัสดิการสถานรับเลี้ยงเด็กในที่ทำงานโดยไม่แบ่งสัญชาติของพี่น้องแรงงานโดยจัดเป็นชุดสิทธิประโยชน์ตามพ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 33 จนสำเร็จมาแล้ว และนโยบายเหล่านี้ทันทีภายหลังการเลือกตั้ง ในส่วนของพี่น้องแรงงานข้ามชาติจะได้รับการคุ้มครองด้านสวัสดิการเฉกเช่นเดียวกับแรงงานที่เป็นคนไทย
นอกจากนี้พร้อมผลักดันจัดตั้งสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานอาเซียน เพื่อให้พี่น้องแรงงานข้ามชาติได้รับการพัฒนาทักษะ องค์ความรู้ที่จำเป็น และพร้อมส่งออกเป็นแรงงานที่มีฝีมือไปยังตลาดแรงงานโลก จะเร่งผลักดันพร้อมให้ลูกจ้างทำงานบ้านเข้าเป็นผู้ประกันตน ม. 33 อีกด้วยเพราะความเสมอภาคเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ พรรคเสมอภาคขอเสียงของพี่น้องแรงงานเข้าคูหากาพรรคเสมอภาค เบอร์ 17 เพื่อเข้าไปผลักดันนโยบายคุ้มครองแรงงานเหล่านี้ในสภาฯให้สำเร็จต่อไป
หยกดำ ส่องเขียว รายงาน

















