ยกเครื่อง ระบบชลประทานลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ

19 ธ.ค.66 นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน เป็นประธานเปิดประชุมปัจฉิมนิเทศ โครงการศึกษาความเหมาะสม การปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ที่ โรงเรมชาร์-ลอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยมี นายสำเริง ม่วงสังข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมงานด้วย

นายสุรชาติ กล่าวว่า กรมชลประทานได้เริ่มโครงการศึกษาความเหมาะสม “การปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จ.กาฬสินธุ์” ตั้งแต่ 13 พฤษภาคม 2565 หลังจากคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) มีมติเห็นชอบให้พิจารณาแนวทางในการปรับปรุงโครงการให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยคํานึงถึงความเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันและความต้องการใช้น้ำในอนาคต เพราะปัจจุบันเกษตรกรประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงต้นฤดูทํานาปีและในช่วงฤดูแล้ง ส่วนฤดูฝนมีปัญหาน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมที่ราบลุ่มริมลำน้ำ หากไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็วจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างต่อเนื่อง

สำหรับอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว มีความจุกักเก็บ 1,980 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ชลประทาน 306,963 ไร่ ครอบคลุมบางส่วนของ อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ และ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ทั้งนี้ การศึกษาโครงการฯ จะมีการประเมินสถานภาพ และแนวทางการปรับปรุงเพื่อบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างประชาชนอย่างจริงจัง ซึ่งในการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 (ปัจฉิมนิเทศโครงการ)นี้ ได้มีการสรุปผลการศึกษาให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ มาปรับปรุงรายงานฉบับสุดท้ายให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ในส่วนของแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการฯ ประกอบด้วย การปรับปรุงพื้นที่โครงการชลประทาน 4 ส่วน ได้แก่ 1) การปรับปรุงพื้นที่หัวงานเขื่อนลำปาว 2) การปรับปรุงระบบส่งน้ำคลองสายใหญ่ฝั่งซ้าย (LMC) 3) การปรับปรุงระบบส่งน้ำคลองสายใหญ่ฝั่งขวา (RMC) และ 4) พื้นที่ชลประทานเปิดใหม่

ทั้งนี้ การปรับปรุงระบบชลประทานเขื่อนลำปาว จะช่วยให้การส่งน้ำมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น สามารถส่งน้ำได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ และมีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับบริหารจัดการน้ำให้กับพื้นที่ในฤดูฝน 306,963 ไร่ และ ในฤดูแล้ง 207,100 ไร่ รวมทั้งพื้นที่ชลประทานเปิดใหม่อีกประมาณ 8,350 ไร่ ขณะเดียวกันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบชลประทานให้สามารถใช้น้ำได้คุ้มค่า ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ สามารถกักเก็บน้ำและระบายน้ำบรรเทาอุทกภัยได้ ตั้งแต่พื้นที่ในเขตโครงการฯไปจนถึงบริเวณลำปาวที่บรรจบกับแม่น้ำชี ส่วนอ่างเก็บน้ำก็ใช้เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ รวมทั้งใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค และใช้ในการผลิตประปา ตลอดจนอุตสาหกรรมขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้

นอกจากนี้ การศึกษายังพบว่า มีโครงการที่มีศักยภาพพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทาน ได้ในอนาคตอีกประมาณ 109,000 ไร่ หากมีปริมาณน้ำจากภายนอกลุ่มน้ำ ผันมาเติมให้กับเขื่อนลำปาว อาทิ โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ พื้นที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์ โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำ พื้นที่ อ.ยางตลาด และ อ.ห้วยเม็ก และโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบึงเลิงเปือย พื้นที่ อ.กมลาไสย และ อ.ร่องคํา

ด้าน นายสำเริง ม่วงสังข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์มีเขื่อนลำปาวที่เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ แต่การใช้น้ำยังไม่ครอบคลุมทุกอำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่เหนือเขื่อนที่ยังประสบปัญหาการจากแคลนน้ำ ไม่สามารถนำน้ำจากเขื่อนลำปาวไปใช้ได้ เมื่อน้ำในเขื่อนเยอะ ต้องปล่อยลงไปด้านล่าง ทำให้ประชาชนที่อยู่เหนือเขื่อนใช้น้ำได้ไม่เต็มที่ หากมีการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานเกิดขึ้น จะทำให้เกษตรกรสามารถใช้น้ำได้ดีมีประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพขีวิตของพี่น้องประชาชนได้ดียิ่งขึ้น