ตำรับยาสมุนไพรแก้โรคท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ท้องเสีย ท้องบิด ท้องเดิน โรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน
มะขาม

ประโยชน์ทางสมุนไพร เนื้อในฝักมะขามที่แก่จัด เรียกว่ามะขามเปียก ประกอบด้วยกรดอินทรีย์หลายตัว เช่น กรดทาร์ททาร์ริค กรดซิตริค ทำให้ออกฤทธิ์ระบาย
วิธีใช้ ใช้มะขามเปียกรสเปรี้ยว 10–20 ฝัก (หนัก 70–150 กรัม) จิ้มเกลือรับประทาน แล้วดื่มน้ำตามมากๆ หรือต้มน้ำใส่เกลือเล็กน้อยดื่มเป็นน้ำมะขาม ส่วนการขับพยาธิไส้เดือนให้นำเอาเมล็ดแก่มาคั่ว แล้วกะเทาะเปลือกออก เอาเนื้อในเมล็ดไปแช่น้ำเกลือจนนุ่มรับประทานครั้งละ 20-30 เม็ด
————————————–
มะขามแขก

ประโยชน์ทางสมุนไพร มะขามแขกเป็นยาถ่ายที่มีประวัตินานถึง 100 ปี โดยมีสารประกอบทางเคมีที่สำคัญในใบและฝักมะขามแขกคือแอนทราควิโนน ซึ่งจะออกฤทธิ์กระตุ้นการ บีบตัวของลำไส้ใหญ่ให้ถ่ายท้องได้ ในการศึกษาพบว่า การใช้มะขามแขกนั้นนานๆ จะทำให้ขาดสารโปแตสเซียมได้ด้วยถ้าจำเป็นต้องใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ ควรรับประทานโปแตสเซียมควบคู่กันไป กองวิจัยการแพทย์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รางานว่าไม่มีพิษเฉียบพลัน
วิธีใช้ ใช้ใบแห้ง 1-2 กำมือ (หนัก 3-10 กรัม) ต้มกับน้ำดื่มหรือใช้วิธีบดเป็นผงชงน้ำดื่มก็ได้ หรือจะใช้ฝัก 4-5 ฝัก ต้มกับน้ำดื่มใช้เป็นยาถ่ายและรักษาโรคท้องผูก บางรายดื่มแล้วเกิดอาการไช้ท้อง แก้ไขได้ด้วยใช้กับยาขับลมจำนวนเล็กน้อย เช่น กระวาน กานพลู เป็นต้นมะขามแขกเหมาะกับคนแก่ที่มีอาการท้องผูกเป็นประจำ แต่ควรใช้เป็นครั้งคราว
————————————–
คูน
คูณ หรือราชพฤกษ์ ลมแล้ง

ประโยชน์ทางสมุนไพร เนื้อในฝักคูนมีสารประเภท Anthraquinones หลายตัว เช่น Aloin, Rhein,Sennoside A, B และยังมี Organic acid สาร Anthraquinoneทำให้เนื้อฝักคูนมีฤทธิ์เป็นยาระบายได้ โดยมีฤทธิ์ไปกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ เหมาะสำหรับผู้ที่ท้องผูกเป็นประจำใช้เนื้อในฝักคูนแล้วไม่จำเป็นต้องไปรับประทานยาถ่ายอีกเพราะเนื้อฝักคูนเป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยในเรื่องนี้ได้ดีมาก นอกจากนี้แล้วตามตำรายาไทยใช้เนื้อหุ้มเมล็ดแก้ท้องผูก เป็นยาระบาย ส่วนแก่นใช้ขับพยาธิไส้เดือน โดยในเนื้อหุ้มเมล็ดมีสารกลุ่มแอนทราควิโนน จึงมีสรรพคุณเป็นยาระบาย
วิธีใช้ นำเอาเนื้อฝักคูนที่แก่แล้วเอามาสักก้อนหนึ่งขนาดนิ้วหัวแม่มือ หรือขนาดประมาณ 4 กรัมเอามาต้มกับน้ำ ใส่เกลือเข้าไปเล็กน้อย ดื่มในช่วงเช้าก่อนอาหาร สำหรับสตรีมีครรภ์ สามารถเอาพืชสมุนไพรนี้มาใช้ได้โดยไม่เป็นอันตรายใดๆเลย
——————————-
กระวาน
กระวาน หรือกระวานดำ กระวานแดง กระวานขาว กระวานจันทร์ กระวานโพธิสัตว์
ประโยชน์ทางสมุนไพร ผลแก่จะมีรสเผ็ดร้อน กลิ่นหอม ประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย (Essential oil) 5-9 เปอร์เซนต์ มีฤทธิ์ในการขับลม (Carminative) และฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด แก้ลมจุกเสียดแน่นเฟ้อ
วิธีใช้ ตามตำรายาไทยใช้ผลเป็นยาขับลม รักษาโรคท้องอืดเฟ้อแน่นจุกเสียด โดยใช้ผลกระวานแก่จัดประมาณ 6-10 ผล (0.6-2 กรัม) ตากแห้งบดเป็นผง รับประทานครั้งละ 1-3 ช้อนชา หรือต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือครึ่งถ้วยแก้ว ใช้รับประทานครั้งเดียว
————————————–
กานพลู

ประโยชน์ทางสมุนไพร พบว่าในน้ำมันหอมรเหยที่กลั่นจากดอกมีสาร eugenol มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ ทำให้เกิดอาการปวดท้องลดลง ช่วยขับน้ำดี ลดอาการจุกเสียดที่เกิดจากการย่อยไม่สมบูรณ์ และสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดเช่น เชื้อโรคไทฟอยด์ บิดชนิดไม่มีตัว เชื้อหนองเป็นต้น นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้มีการหลั่งเมือก และลดการเป็นกรดในกระเพาะอาหารด้วย
วิธีใช้ ตามตำรายาไทย ใช้ดอกตูม 5-8 ดอก ตากให้แห้ง ต้มในน้ำเดือด ดื่มเฉพาะส่วนน้ำหรือใช้ดอกเคี้ยวแก้ท้องเสีย ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ
————————————–

















