วันศุกร์ 24 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก หน้าข่าว “รมช.ปิยะรัฐชย์” สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งอุ้มสหกรณ์โคนม หลัง อ.ส.ค. ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ อัดฉีด กพส. 350 ล. เสริมสภาพคล่อง

“รมช.ปิยะรัฐชย์” สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งอุ้มสหกรณ์โคนม หลัง อ.ส.ค. ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ อัดฉีด กพส. 350 ล. เสริมสภาพคล่อง

“รมช.ปิยะรัฐชย์” สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลังอ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ “อธิบดีนิรันดร์” เดินเครื่อง 4 มาตรการด่วน บรรเทาความเดือดร้อนสมาชิกสหกรณ์โคนม พร้อมเผยปีนี้เตรียมเงินกพส.ดอกเบี้ยต่ำไว้ 350 ล้านบาทให้สหกรณ์กู้ยืมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเสริมสภาพคล่องดำเนินธุรกิจสหกรณ์โคนม

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดเผยว่า นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งหามาตรการดูแลช่วยเหลือสหกรณ์โคนมที่ได้รับผลกระทบจากการค้างชำระค่าน้ำนมดิบขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. ซึ่งที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และ อ.ส.ค.ประชาสัมพันธ์รณรงค์การบริโภคนมวัวแดงตราไทย-เดนมาร์คไปยังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดและเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ โดยส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคนมมีคุณภาพจากเกษตรกรไทยและช่วยแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมของ อ.ส.ค.ตลอดจนช่วยระบายผลิตภัณฑ์นมให้กับสหกรณ์โคนมในเครือข่ายด้วย

อย่างไรก็ตามจากการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมาปรากฎว่ามียอดจำหน่ายนมทั้งสิ้น 11,273 หีบ มูลค่า 3,674,223 บาท และนับตั้งแต่ปี 2567-69 กรมฯได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คมาแล้วรวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง มียอดจำหน่ายรวม 45,658 หีบ คิดเป็นมูลค่ารวม 14,120,937 บาท ซึ่งสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของสหกรณ์โคนมได้บางส่วน

“จริง ๆ แล้วเราก็ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทั้งการประชาสัมพันธ์เพิ่มช่องทางการตลาดและช่วยกระจายสินค้าให้ ไม่เฉพาะนมไทย-เดนมาร์ค นมของสหกรณ์เองเราก็ช่วย” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว

นายนิรันดร์เผยต่อว่านอกจากนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์(กพส.)เพื่อมาเสริมสภาพคล่องสหกรณ์โคนมที่ได้รับผลกระทบ โดยเสนอขอกำหนดวงเงินกู้ยืมหรือค้ำประกันประจำปีที่สูงกว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาทั่วไปเป็นกรณีพิเศษต่อนายทะเบียนสหกรณ์เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ของสหกรณ์แต่ละแห่งเป็นรายกรณี ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้จะช่วยให้สหกรณ์สามารถขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนที่สอดคล้องกับภาระธุรกิจที่เพิ่มขึ้นได้

“ปีนี้ 2569 เราเตรียมเงินกพส.ไว้ 350 ล้านบาท สหกรณ์กู้ไปแล้ว 115 ล้านบาท ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนยังสามารถมายื่นกู้ได้ ส่วนปีหน้าถ้าไม่พอจะเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท สำหรับสหกรณ์โคนม”นายนิรันดร์เผย

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ย้ำด้วยว่าสำหรับสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมที่มีอ.ส.ค.เป็นลูกหนี้ค้างชำระค่าน้ำนมดิบในขณะนี้ก็ให้มีการชะลอการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มจนถึงปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธํนวาคม 2569 ทั้งนี้มิให้ปรับลดยอดค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้การค้าค่าน้ำนมดิบอ.ส.ค.ที่เคยตั้งไว้แล้วจนกว่าจะได้รับการชำระหนี้จากอ.ส.ค. ส่วนที่เป็นลูกหนี้ของผู้ประกอบการบริษัทเอกชน กรมฯไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใด ๆ ได้ อาจจะต้องมีการฟ้องเรียกร้องความเสียหายกันเอาเอง

นายนิรันดร์ยังระบุอีกว่า ขณะเดียวกันกรมฯยังได้สนับสนุนเงินทุนเพื่อให้สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมได้นำไปใช้ดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปน้ำนมดิบ รวมถึงเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกรสมาชิกเพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มผ่านสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมอย่างต่อเนื่องจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์(กพส.) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562-69 รวมทั้งสิ้น 3,518.95 ล้านบาท รวม 81 สหกรณ์ มีทั้งโครงการพิเศษดอกเบี้ยต่ำและโครงการปกติ

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ยังกล่าวถึงส่วนมาตรการอื่น ๆ ที่ผ่านมาได้ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย(กยท.)และกรมพัฒนาที่ดินได้นำน้ำนมดิบที่เกิน MOU และไม่มีแหล่งจำหน่ายมาพัฒาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพหรืออะมิโนนม พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรในเครือข่ายสหกรณ์นำไปใช้ใส่พืชผักไม้ผล ไม้ยืนต้น ยางพาราเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯในการลดการใช้ปุ๋ยเคมีและส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์โดยน้ำหมักชีวภาพหรืออะมิโนนมจากน้ำนมดิบดังกล่าวอีกด้วย

อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 กระทั่งล่าสุด ณ 17 กรกฎาคม 2569 กยท.ได้ให้ความช่วยเหลือรับซื้อน้ำนมดิบที่ไม่มีแหล่งจำหน่ายไปแล้วว่า 716 ตันเพื่อไปแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพหรืออะมิโนนมกว่า 1,144,000 ลิตรและกยท.มีแผนพัฒนาให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์(เหลว) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร คาดว่าจะช่วยดึงน้ำนมดิบส่วนเกินออกจากระบบได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งทั้ง 4 มาตรการจะเดินหน้าอย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับสมาชิกสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ