ตำรับยาสมุนไพรแก้โรคท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ท้องเสีย ท้องบิด ท้องเดิน โรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน (2)

ตำรับยาสมุนไพรแก้โรคท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ท้องเสีย ท้องบิด ท้องเดิน โรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน 

กระชาย

กระชาย หรือกะแอน  จี๊ปู ซีฟู  เปาซอเร๊าะ  เป๊าสี่ ระแอน ว่านพระอาทิตย์

ประโยชน์ทางสมุนไพร รากและเหง้ากระชายมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งประกอบด้วยสารไพนีน แคมฟีน เมอร์ซีน ไลโมนีน บอร์นีออลและการบูร เหง้าและรากของกระชายมีรสเผ็ดร้อนขม หมอยาพื้นบ้านในประเทศไทยใช้เหง้าและรากแก้ปวดมวนในท้อง แก้ท้องอืดเฟ้อ แก้ลมจุกเสียด แก้โรคกระเพาะ รักษาแผลในปาก แก้ตกขาว กลาก เกลื้อน ใช้เมื่อมีอาการปวดข้อเข่า ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงกำลัง และใช้บำบัดโรคกามตายด้านอีกด้วย

  • ใช้รากกระชายย่างไฟ ตำให้ละเอียด ผสมน้ำปูนใสคั้นเอาแต่น้ำดื่มแก้บิด ท้องร่วง ท้องเสีย
  • ต้มรากกระชายพร้อมมะขามเปียก เติมเกลือแกงเล็กน้อย ดื่มก่อนนอนทุกวัน รักษาโรคริดสีดวงทวาร
  • กินรากสดแง่งเท่านิ้วก้อยไม่ต้องปอกเปลือก วันละ 3 มื้อ ก่อนอาหาร 15 นาที สัก 3 วัน ถ้ากินได้ให้กินจนครบ 2 สัปดาห์ ถ้าเผ็ดร้อนเกินไปหลังวันที่ 3 ให้กินขมิ้นสดปอกเปลือกขนาดเท่ากับ 2 ข้อนิ้วก้อยจนครบ 2 สัปดาห์ช่วยบำบัดโรคกระเพาะอาหาร

————————————–

ขิง

ขิง หรือขิงแกลง  ขิงแดง  ขิงเผือก

ประโยชน์ทางสมุนไพร ในขิงจะมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ ชื่อ Gingerol(จิงเจอรอล) ช่วยขับเหงื่อ ไล่ความเย็น ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร และทำให้ร่างกายอบอุ่น ในทางยานิยมใช้ขิงแก่ เพราะขิงยิ่งแก่จะยิ่งเผ็ดร้อนและจะมีใยอาหารมาก สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยในมารดาที่ให้นมบุตรได้ดีและปลอดภัยกว่ายาขับลมอื่นๆ เนื่องจากมีสารดังกล่าวจากขิงสามารถผ่านไปยังน้ำนม ช่วยทำให้ทารกไม่มีอาการปวดท้อง

ประเทศจีนเป็นชนชาติเก่าแก่ ที่มีการใช้ประโยชน์ จากขิงมายาวนาน แพทย์จีนโบราณ จัดขิงเป็นพืชรส เผ็ดอุ่น มีฤทธิ์แก้หวัดเย็น ขับเหงื่อ บำรุงกระเพาะ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ลดคลอเลสเตอรอล ที่สะสมในตับและเส้นเลือด ชาวบ้านทั่วไปจะรู้ดีว่า ถ้าต้มขิงกับน้ำตาลอ้อย จะช่วยแก้หวัด ถ้าใช้ขิงสดปิดที่ขมับทั้งสองข้าง จะช่วยแก้ปวดหัว และถ้าเอาขิงสอดไว้ใต้ลิ้น จะช่วยแก้อาการกระวนกระวาย แก้คลื่นไส้อาเจียนได้ดี แพทย์จีนโบราณจะใช้ประโยชน์จากขิงสดและขิงแห้ง ในแง่มุมที่ต่างกัน

ตามตำรายาไทยใช้เหง้าขิงแก่ทั้งสดและแห้ง เป็นยาขับลม ในเหง้ามีน้ำมันหอมระเหยประกอบด้วย menthol, bornelo, fenchone, 6-shogoal และ6-gingerol menthol, มีฤทธิ์ขับลม borneol, fenchone และ 6-gingerol มีฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมันนอกจากนี้พบว่าสารที่มีรสเผ็ดได้แก่  6-shogoal และ6-gingerol ลดการบีบตัวของลำไส้ จึงช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเกร็ง

  • ใช้ขิงแห้งบดชงกับน้ำอุ่น ดื่มวันละ 1 ครั้งแก้อาการท้องเสียท้องร่วง
  • ใช้ขิงสด 30 กรัม ( 3 ขีด) สับให้ระเอียดต้ม ดื่มน้ำในขณะท้องว่างลดการคลื่นไส้อาเจียน 

————————————–

ข่า

ข่า หรือข่าหยวก  ข่าหลวง

ประโยชน์ทางสมุนไพร มีสารออกฤทธิ์คือน้ำมันหอมระเหย และ acetoxychavicol acetate ในตำรายาไทย จัดเป็นสมุนไพรที่ปลอดภัย

วิธีใช้          ตามตำรายาไทยใช้เหง้าอ่อนต้มเอาน้ำดื่ม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อและขับลม

————————————–

ขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน หรือขมิ้น  ขมิ้นแกง  ขมิ้นหยอก  ขมิ้นหัว  ขี้มิ้น  หมิ้น

ประโยชน์ทางสมุนไพร       มีรายงานว่าพบน้ำมันหอมระเหยและสาร curcumin ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อหนองได้ดี แก้ท้องอืด ส่วนการเพิ่มน้ำย่อยและขับน้ำดีเกิดจากฤทธิ์ของ curcumin และ  tolylcarbinol ทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น อาการจุกเสียดลดลง curcumin นอกจากนี้ยังสามารถยับยั้งการเกิดก๊าซที่สร้างโดยเชื้อโรคที่ทำให้ท้องเสีย (Escherichia coli) แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ มีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งเมือกในทางเดินอาหาร จึงใช้รักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ แต่มีข้อควรระวังคือ curcumin ในขนาดที่สูงกว่าขนาดรักษา 2 เท่า ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร

วิธีใช้          ใช้เหง้าขมิ้นไม่ต้องปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ตากแดดจัด ๆ สัก 1-2 วัน บดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นเม็ดขนาดปลายนิ้วก้อยรับประทานครั้งละ 2-3 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอนจะช่วยรักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น จุกเสียดและอาหารไม่ย่อย  ถ้ามีอาการท้องเสียให้หยุดทันที