วันอาทิตย์ 26 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก วิถีสุขภาพ ตำรับยาสมุนไพรแก้โรคท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ท้องเสีย ท้องบิด ท้องเดิน โรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน (1)

ตำรับยาสมุนไพรแก้โรคท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ท้องเสีย ท้องบิด ท้องเดิน โรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน (1)

ตำรับยาสมุนไพรแก้โรคท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ท้องเสีย ท้องบิด ท้องเดิน โรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน

กล้วยน้ำว้า

มีรายงานว่าผลดิบมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูขาวที่ถูกกระตุ้นด้วยยาแอสไพริน เชื่อว่าฤทธิ์ดังกล่าวเกิดจากการถูกกระตุ้นผนังกระเพาะอาหารให้หลั่งสารเมือกออกมามากขึ้น จึงนำมาทดลองรักษาโรคกระเพาะอาหารของคน

วิธีใช้           ใช้กล้วยนำว้าดิบมาปอกเปลือก แล้วนำเนื้อมาฝานเป็นแผ่นบาง ๆ แตกแดด 2 วันให้แห้งกรอบ บดเป็นผงให้ละเอียด ใช้ทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำข้าว หรือน้ำผึ้ง ทานก่อนอาหาร ครึ่งชั่วโมงหรือก่อนนอนทุกวัน ทั้งนี้ในกล้วยดิบ จะกระตุ้นเซลล์ในเยื่อบุกระเพาะเพื่อหลั่งสารพวกมิวซิน ออกมาเคลือบกระเพาะ ซึ่งมีฤทธิ์ในการรักษาแผลในกระเพาะ

แก้ท้องผูก หรือระบบขับถ่ายไม่ปกติ เนื่องมาจากสารเพคติน จะเป็นตัวเพิ่มใยอาหารให้กับลำไส้ เมื่อลำไส้อีกกากอาหารมาก จะไปดันผนังลำไส้ ทำให้ผนังลำไส้เกิดการบีบตัว จึงทำให้รู้สึกอย่างถ่ายนั่นเอง

วิธีใช้           ทานกล้วยน้ำว้าสุข 1-2 ผล ก่อนนอน แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ จะช่วยให้ถ่ายท้องได้ดีในวันรุ่งขึ้น

แก้ท้องเดินหรือท้องเสีย ในกล้วยน้ำว้ามีสารแทนนินอยู่มาก จึงสามารถช่วยรักษา อาการท้องเสียแบบไม่รุนแรงได้

วิธีใช้          ใช้กล้วยน้ำว้าดิบหรือห่ามมาปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นบางๆ ใส่น้ำพอท่วมยา ต้มนานครึ่งชั่วโมง ดื่มครั้งละ 1/2 – 1 ถ้วยแก้ว ให้ดื่มทุกครั้งที่ถ่าย หรือทุกๆ 1-2 ชั่วโมง ใน 4-5 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นให้ดื่มทุก ๆ 3-4 ชั่วโมง หรือวันละ 3-4 ครั้ง นอกจากนี้แล้วตามตำรายาไทยใช้ผลดิบซึ่งมีสารแทนนินมาก รักษาอาการท้องเสียและบิด โดยกินครั้งละครึ่งหรือหนึ่งผล

————————————–

กระเพรา

กระเพรา หรือกอมก้อ  กอมก้อดง  กระเพราขาว  กระเพราแดง มี 3 พันธุ์ คือ กระเพราแดง กระเพราขาวและกระเพราลูกผสมระหว่างกระเพราแดงและกระเพราขาว มีลักษณะทั่วไปคล้ายโหระพา ต่างกันที่กลิ่นและกิ่งก้านซึ่งมีขนปกคลุมมากกว่าใบกระเพราขาวสีเขียวอ่อน ส่วนใบกระเพราแดงสีเขียวแกมม่วงแดง ดอกย่อยสีชมพูแกมม่วง ดอกกระเพราแดงสีเข้มกว่ากระเพราขาว

ประโยชน์ทางสมุนไพร      ตามตำรายาไทยใช้ใบหรือทั้งต้นเป็นยาขับลมแก้ปวดท้อง ท้องเสีย และคลื่นไส้อาเจียน พบว่าฤทธิ์ขับลมเกิดจากน้ำมันหอมระเหย การทดลองในสัตว์ แสดงว่าน้ำสกัดทั้งต้นมีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ สารสกัดแอลกอฮอล์สามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหาร สาร eugenol ในใบมีฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมันและลดอาการจุกเสียด

วิธีใช้           นิยมใช้กระเพราแดงมากกว่ากระเพราขาว โดยใช้ยอดสด 1 กำมือ ต้มพอเดือดแล้วดื่มเมื่อมีอาการ

————————————–

กระทือ

กระทือ หรือกระทือป่า กะแวน กะแอน แสมดำ แฮวดำ เฮียวดำ (ภาคเหนือ) เฮียวแดง (แม่ฮ่องสอน)

ประโยชน์ทางสมุนไพร      หัวกระทือประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย ซึ่งประกอบไปด้วยสารMethyl ginggerol,Zingerone, Citral น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ขับลมได้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิจัยว่าไม่มีพิษเฉียบพลัน

วิธีใช้           หัวกะทือเป็นยารักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียดและปวดท้อง โดยใช้หัวหรือเหง้าสดขนาด 20 กรัม ย่างไฟพบสุกเอามาโขลกกับน้ำปูนใสคั้นเอาน้ำมาดื่มเมื่อมีอาการ

————————————–

ตะไคร้

ตะไคร้ หรือจะไคร  ไคร

ประโยชน์ทางสมุนไพร      โคนกาบใบและลำต้นทั้งสดและแห้งมีน้ำมันหอมระเหย ตามตำรายาไทยใช้เป็นยาขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อแน่นจุกเสียด

วิธีใช้          ใช้ลำต้นแก่สดประมาณ 1 กำมือ (40-60 กรัม) ทุบพอแหลก ต้มน้ำพอเดือดหรือชงน้ำ ดื่มวันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร

————————————–