ผักตบชวาซุกกรุงเทพฯขวางเส้นทางน้ำ

แชร์

“ดร.ณพลเดช”ถาม! ผักตบชวาลอยทั่วแม่น้ำเจ้าพระยา หน่วยงานไหนดูแล…? วอนช่วยจัดเก็บหวั่นปัญหาน้ำท่วม!

13 ก.ย.64 / ดร.ณพลเดช มณีลังกา ว่าที่ผู้สมัคร สก.เขตสัมพันธวงศ์ พรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษากรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าขณะนี้ผักตบชวาที่ไหลมาจากทางเหนือ ด้วยน้ำหลากทำให้ผักตบชวาตั้งแต่ จังหวัดอยุธยา นนทบุรี รวมถึงกรุงเทพมหานคร มีแพผักตบชวากระจายทั่วแม่น้ำเจ้าพระยา ตนได้ลงพื้นที่ในเขตสัมพันธวงศ์ พบผักตบชวาเริ่มเข้ามาตามคลองระบายน้ำ โดยส่วนใหญ่ถูกเรือตีพัดทำให้ผักตบชวาเริ่มเน่าเสีย และเกรงว่าอีกไม่นานจะสร้างมลพิษทางน้ำให้กับแม่น้ำเจ้าพระยา

ขณะเดียวกัน ส่วนหนึ่งที่ยังพร้อมที่จะแพร่พันธุ์ การแพร่พันธุ์ของผักตบชวา หากไม่รีบดำเนินการจะเป็นวัชพืชคู่สายน้ำที่อยู่กับประเทศไทยมานาน การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วจะเพิ่มจำนวนอย่างมหาศาลในเวลาอันสั้น ไม่เพียงจะส่งผลต่อการกีดขวางการไหลของน้ำเท่านั้น ยังจะเป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดการอุดตันทางน้ำก่อให้เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญทำให้เกิดน้ำท่วม อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทำให้สัตว์น้ำตาย ทำลายทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวที่จะตามมาอีกด้วย

“ ผมเห็นว่า กทม. และกระทรวงมหาดไทย ควรหารือกับสถาบันการศึกษา ที่มีงานวิจัยในการกำจัดผักตบชวามาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดผักตบชวาด้วย Extract-Wayacin หรือใช้พืชสมุนไพรและจุลินทรีย์ชีวภาพ หรือจะเป็น Micro-Organ หรือว่า Super-Organ เพื่อจัดการก็ได้ เพื่อไม่ให้น้ำเน่าเสียจนเกิดมลพิษทางน้ำ หรือทำการจัดเก็บโดยตรงโดยอาจให้เอกชนที่เป็นมืออาชีพมาช่วยประสานงาน” ดร.ณพลเดช กล่าว

ดร.ณพลเดช ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการผักตบชวาอย่างยั่งยืนและถาวรว่า การจัดการผักตบชวาจะคล้ายกับการกำจัดขยะ แต่กลับกัน หากมองอีกมิติหนึ่งผักตบชวาสามารถนำมาเป็นสินค้าศิลปหัตถกรรม เป็นเครื่องจักรสาร นำมาพัฒนาเป็นวัสดุป้องกันการแตกของสินค้า อีกทั้งสามารถนำมาเป็นปุ๋ยอย่างดี แต่ทั้งนี้หากมองในแง่ของการกำจัดอย่างเดียวเราจะเสียงบประมาณจำนวนมากเพื่อกำจัดและหากบริหารจัดการไม่ดีก็จะกลายเป็นมลพิษที่ติดตามมา จึงเห็นว่าควรเป็นการบูรณาการร่วมกันทั้งกระทรวงมหาดไทย และจังหวัดที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน

ที่สำคัญ ควรจัดงบประมาณเพียงก้อนเดียว บริหารจัดการตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ไม่ควรจะแยกงบประมาณกันเพื่อกำจัด เพราะงานอาจะจะไม่จบและเป็นช่องทางของการคอรัปชั่น ทั้งนี้หากมีเอกชนที่เป็นมืออาชีพ สามารถกำจัดผักตบชวาในราคาประหยัดและเขาสามารถจะนำผักตบชวานำไปสร้างรายได้ต่อ สิ่งนี้ก็จะทำให้รัฐประหยัดงบประมาณไปได้จำนวนมาก และก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ เป็นการเพิ่ม GDP ให้กับประเทศอีกทาง ดร.ณพลเดช กล่าว

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน


แชร์