เร่งผลิตยา3ล้านแค้ปซูลช่วยผู้ป่วยหมื่นคนฟรี!

“รฎาวัญ” นำร่อง ”บ้านคือโรงพยาบาล แม่คือหมอในครอบครัว” ช่วยเหลือครอบครัวที่มีคนติดโควิด-19 สร้างภูมิคุ้มกัน 9 วิธี และกินยาไทยที่โครงการแพทย์แผนไทยช่วยชาติส่งให้ถึงบ้านฟรีสำหรับผู้ที่มีเอกสารยืนยันผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก  ตั้งเป้าระดมทุนผลิตยาแผนไทยเฟส 2 เพิ่มอีก 3,000,000 แค้ปซูล ช่วยเหลือคนป่วย 10,000 คน

15ก.ค.64 / นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เปิดเผยว่า ตามที่ได้จัดโครงการแพทย์แผนไทยช่วยชาติร่วมกับสภาครูแพทย์แผนไทย ทับลานคลินิกการแพทย์แผนไทย และแพทย์แผนไทยอาสาจำนวนหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2564 เป็นต้นมา ได้เปิดสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้ป่วยที่มีอาการ เจ็บคอ ไอ มีไข้ ไม่สามารถไปรักษาที่ตัวโรงพยาบาลได้ ต้องกักตัวรอเตียงอยู่ในบ้าน โดยไม่มียารับประทานเป็นจำนวนกว่า 10,000 คน แต่สามารถผลิตตำรับยาแผนไทยส่งให้รับประทานที่บ้านได้เพียง 2,000 คนเท่านั้น และพบว่าในจำนวนนี้หลายคนมีอาการน่าเป็นห่วง คือมีไข้สูง อาเจียน แน่นหน้าอก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส อ่อนเพลียไม่มีแรง แต่ก็ไม่มีโรงพยาบาลใดส่งรถไปรับอ้างว่าเตียงเต็มแล้ว และมีจำนวนไม่น้อยที่รับแจ้งทางโทรศัพท์หลังการตรวจแล้วว่าติดเชื้อให้กักตัวที่บ้านโดยไม่มีเอกสารยืนยันเลย นับว่าเป็นวิกฤตสุขภาพที่รุนแรงมาก

นางรฎาวัญ กล่าวว่าคณะแพทย์แผนไทยช่วยชาติได้ทำงานกันด้วยจิตอาสาออกค่าใช้จ่ายกันเอง มีประชาชนร่วมบริจาคยาและค่าผลิตยาแผนไทยมาส่วนหนึ่ง พบว่าคนที่ได้รับประทานยาแผนไทยสามตำรับคือ ยาห้าราก ยาจันทลีลา ยาประสะฟ้าทะลายโจร บางรายต้องทานยาสัตตะโกฐเพิ่ม ล้วนมีอาการดีขึ้นภายในเวลา 5 วันหลายรายมีผลตรวจเป็นลบไม่พบเชื้อโควิด-19 มีใบรับรองแพทย์ยืนยันได้ว่าหายป่ายแล้ว ด้วยเหตุนี้ดิฉันและคณะแพทย์ทุกท่านจึงจะทำโครงการแพทย์แผนไทยช่วยชาติเฟส 2 ต่อไปอีกเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ป่วยไข้ไร้ที่พึ่ง โดยตั้งเป้าจะระดมทุนผลิตยาทั้งสามตำรับ จำนวน 3,000,000 แค้ปซูล สำหรับผู้ป่วยที่มีเอกสารยืนยันผลตรวจเป็นบวกติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 10,000 คน เพื่อจะช่วยคนที่มีผลตรวจเป็นบวกให้ได้รับประทานยาแผนไทยบรรเทาอาการป่วยไข้ในระยะเริ่มต้นระหว่างรอไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

แพทย์เวชกรรมไทย ณิชกรณ์วัน วัดพุทธญาณวงศ์ หัวหน้าทีมแพทย์แผนไทยช่วยชาติ กล่าวว่า “เรามีกำลังใจและมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นเมื่อเราให้ผู้ป่วยที่มีอาการตรงกับไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้กาฬ ตามคัมภีร์ตักกะศิลาแล้วมีอาการดีขึ้นภายใน 5วันในช่วงสองเดือนกว่านับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ เราส่งยาไปให้ที่บ้านแล้วก็มีการแนะนำวิธีรับประทานยาอย่างถูกต้อง มีการติดตามผลตลอด 5 วันอย่างใกล้ชิด ซึ่งจำเป็นมากที่การจ่ายยาให้คนป่วยจะต้องทำโดยแพทย์เวชกรรมไทย เพราะข้อมูลทางสรีระของแต่ละคนจะแตกต่างกัน เราไม่สามารถให้ยาเท่ากันได้ทุกคน เราต้องละเอียดรอบคอบที่สุดเพราะนี่คือการรักษาชีวิตของประชาชนที่ป่วยไข้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของแพทย์แผนไทยทุกคนค่ะ”

แพทย์เวชกรรมไทย โสภณภัคจ์ วัดพุทธญาณวงศ์ ประธานสภาครูแพทย์แผนไทย กล่าวว่า วันนี้คนไทยทุกคนควรภาคภูมิใจที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯให้บันทึกคัมภีร์ตำรับยาแผนไทยไว้ในตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์แห่งชาติ ซึ่งทับลานคลินิกการแพทย์แผนไทยและอีกหลายคลินิกทั่วประเทศก็ได้ปรุงยาตามคัมภีร์ตักกะศิลาและคัมภีร์อื่นๆรักษาโรคให้ผู้ไข้ตลอดมา ก่อนการระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้ว ขณะนี้สภาครูแพทย์แผนไทยกำลังขอให้อาจารย์รฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ ประธานองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยหาทุนมาจัดอบรมถ่ายทอดทักษะประสบการณ์การให้ยาแผนไทยแก่ผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งมีอาการคล้ายโรคไข้พิษเหนือกาฬในอดีตให้แก่แพทย์เวชกรรมไทยที่สนใจ รุ่นแรกจำนวน 250 คน จะจัดอบรมใน 5 ภาค คือภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคละ 50 คน เพื่อจะได้มีแพทย์แผนไทยที่มีความรู้เฉพาะโรคอุบัติใหม่กระจายกันดูแลรักษาประชาชนที่ป่วยไข้ทั่วประเทศ

นางรฎาวัญ กล่าวอีกว่า องค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยจะนำร่องโครงการใหม่ “บ้านคือโรงพยาบาล แม่คือหมอในครอบครัว” โดยจะให้บทบาทแก่สตรีเพศแม่คือ แม่ ภรรยา พี่ ป้า น้า อา ย่า ยาย ในครอบครัวผู้ป่วยทั้ง 10,000 คนที่เราจะส่งยาแผนไทยไปให้ถึงบ้านฟรี มีความรู้เรื่องการใช้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยสร้างภูมิคุ้มกันโรค ป้องกันการติดเชื้อ และลดอาการรุนแรงของการป่วยไข้ให้แก่ญาติพี่น้องที่พักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน  รวมทั้งในทุกครอบครัวทั่วประเทศ โดยจะเผยแพร่องค์ความรู้ที่นำไปปฏิบัติได้ในทุกช่องทางการสื่อสาร และเครือข่ายแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ หมอพื้นบ้านและหมอชนเผ่าทั่วประเทศ

“เราเตรียมผลิตและเผยแพร่สื่อองค์ความรู้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่นำไปปฏิบติในครอบครัวได้ง่ายๆสามารถเสริมสร้างความแข็งแรงให้เม็ดเลือดแดง ปอด หัวใจ อวัยวะทุกส่วนในร่างกาย โดยประหยัด ไม่สิ้นเปลืองเงินมากมายเลย “โครงการบ้านคือโรงพยาบาล แม่คือหมอในครอบครัว” เป็นโครงการที่ดีมากควรจะเป็นภาระกิจของส่วนราชการที่รับผิดชอบด้านคุณภาพชีวิตและด้านสุขภาพของประชาชน เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ เข้ามาร่วมดำเนินการกับองค์กรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเพื่อจัดทำในทุกหลังคาเรือน ทุกห้องพัก ทุกอพาร์ทเม้นท์ ทุกคอนโดมีเนียม คือใช้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยป้องกันการติดเชื้อ และใช้ตำรับยาแผนไทยรักษาอาการไข้ ก็จะช่วยลดการแพร่ระบาด การป่วยไข้และการเสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีเอกสารผลตรวจเป็นบวกกักตัวรอเตียง  ประชาขนกลุ่มเสี่ยง  สตรีและประชาชนทั่วไป ติดต่อแพทย์แผนไทยช่วยชาติที่สะดวกที่สุดได้ที่ สายด่วน  08-1835-2895 , 08-3293-6644 ,06-2598-2355  ” นางรฎาวัญ กล่าว

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน