รมช.ประภัตร นั่งหัวโต๊ะ เห็นชอบ 5 ร่างมาตรฐาน “เห็ดหอมแห้ง-ปาล์มน้ำมัน-ข้าว” เตรียมประกาศเป็นมาตรฐานทั่วไป มุ่งยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
18 มิ.ย. 64/ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 3/2564 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบบ Zoom Cloud meeting โดยมีนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการประกอบกิจการเกี่ยวกับสินค้าเกษตร โดยมีสาระสำคัญ คือ

- ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการประกอบกิจการเกี่ยวกับสินค้าเกษตร พ.ศ. 2552 เพื่อให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการสามารถเข้าใจได้ง่าย และไม่เกิดความสับสน
- กำหนดค่าธรรมเนียม ดังนี้ ใบอนุญาตตามมาตรา 20 ได้แก่ บุคคลธรรมดา ฉบับละ 100 บาท นิติบุคคล ฉบับละ 1,000 บาท ใบอนุญาตตามมาตรา 33 ฉบับละ 5,000 บาท และการต่ออายุใบอนุญาตตามมาตรา 20 กรณีนิติบุคคล (500 บาท) หรือใบอนุญาตตามมาตรา 33 (2,500 บาท) ครั้งละกึ่งหนึ่ง ของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตนั้น
- ยกเว้นค่าธรรมเนียม ได้แก่ ใบแทนใบอนุญาตตามมาตรา 20 (ฉบับเดิม 50 บาท) ใบแทนใบอนุญาตตามมาตรา 33 (ฉบับเดิม 50 บาท) และการต่ออายุใบอนุญาตตามมาตรา 20 กรณีบุคคลธรรมดา (ฉบับเดิม 50 บาท)

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาเห็นชอบร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อดำเนินการประกาศ เป็นมาตรฐานทั่วไปของประเทศต่อไป จำนวน 5 เรื่อง ได้แก่ 1.เห็ดหอมแห้ง 2.การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับปาล์มน้ำมัน 3.การปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงสีข้าวและโรงปรับปรุงสภาพข้าว 4.หลักการทั่วไปด้านสุขลักษณะอาหาร: การปฏิบัติทางสุขลักษณะที่ดี และ5.ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมและแนวทางการนำไปใช้

สำหรับสาระสำคัญของร่างมาตรฐาน 5 เรื่อง คือ
1.เห็ดหอมแห้ง เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ยังไม่มีเกณฑ์มาตรฐานโดยเฉพาะที่ใช้บ่งชี้ระดับความปลอดภัยและคุณภาพของเห็ดหอมแห้งได้ ดังนั้น เพื่อให้มีเกณฑ์คุณภาพมาตรฐานสำหรับเห็ดหอมแห้งที่จำหน่ายในประเทศไทย เป็นแนวทางตรวจสอบคุณภาพเห็ดหอมแห้งนำเข้า และยกระดับการแปรรูปเห็ดหอมของไทยให้เข้าสู่ระบบมาตรฐานคุณภาพ รวมถึงเพื่อใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงทางการค้า
2.การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับปาล์มน้ำมัน ปัจจุบันผู้นำเข้าน้ำมันปาล์ม กำหนดเงื่อนไขในการผลิตปาล์มน้ำมัน โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอาหาร สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนในการผลิตมากขึ้น รวมทั้งคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ กำหนดยุทธศาสตร์การปฏิรูปปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ (ปี 2561-2580) โดยให้ทบทวนมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับปาล์มน้ำมันให้เป็นปัจจุบันและให้เหมาะสมในการนำไปปฏิบัติ

3.การปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงสีข้าวและโรงปรับปรุงสภาพข้าว (ทบทวน) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล General Principles of Food Hygiene สถานการณ์การผลิต เทคโนโลยีการผลิตและการค้าในปัจจุบัน และขยายขอบข่ายให้ครอบคลุมถึงโรงปรับปรุงสภาพข้าว คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรจึงเห็นควรให้แก้ไขปรับปรุงมาตรฐานเพื่อให้เป็นแนวทางในการพัฒนาการผลิตสินค้าข้าวให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ
4.หลักการทั่วไปด้านสุขลักษณะอาหาร: การปฏิบัติทางสุขลักษณะที่ดี
5.ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมและแนวทางการนำไปใช้ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการโคเด็กซ์ (Codex Alimentarius Commission) ครั้งที่ 43 ได้ทบทวนมาตรฐานหลักการทั่วไปด้านสุขลักษณะอาหาร ที่เกี่ยวกับความตระหนักของผู้ประกอบการอาหารเกี่ยวกับอันตราย และมาตรการควบคุมเพื่อให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสมต่อการบริโภค การกำหนดการปฏิบัติทางสุขลักษณะที่ดีที่ต้องการความเอาใจใส่มากขึ้น และการเพิ่มเติมข้อกำหนด เกี่ยวกับสารก่อภูมิแพ้ดังนั้นคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรจึงเห็นควรทบทวน มกษ. 9023-2550 เพื่อให้มีเนื้อหาสาระสำคัญเป็นไปตามมาตรฐานโคเด็กซ์ฉบับปรับปรุง

“ขณะนี้อยู่ในช่วงวิกฤตโรคระบาด ทั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และการระบาดของโรคลัมปี สกิน จากเชื้อไวรัสในโค – กระบือ ซึ่งเมื่อผ่านช่วงเวลานี้ไป มาตรฐานสินค้าเกษตรจะมีความสำคัญมากขึ้น จึงได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการกำหนดมาตรฐานให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค”รมช.ประภัตร กล่าว
จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน

















