“วัคซีน COVID-19”มาแล้ว!รัฐต้องรีบคลายล็อคพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

แชร์

8มิ.ย.64/ เห็นบรรยากาศวันแรกของการปูพรมฉีดวัคซีน COVID-19 วานนี้ (7มิ.ย.64) ตามนโยบายที่เป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาลแล้วก็พอจะใจชื้นขึ้นมาได้มาก เพราะไม่ว่าจะพื้นที่ฉีดวัคซีนในโรงพยาบาล และนอกโรงพยาบาลต่างก็มีประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านทางช่องทางต่างๆ พากันเข้ามารับบริการอย่างไม่ขาดสาย ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ 1 ใน 25 จุดให้บริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลของกรุงเทพมหานครว่า วัคซีนจะทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ทุกคนจะได้ฉีดแน่นอน

เมื่อประชาชนเริ่มได้รับวัคซีนสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็น่าจะค่อยคลี่คลาย แต่เรื่องของเศรษฐกิจที่โดนมรสุมโควิด-19 ระลอกสามฉุดจนกราฟดิ่งลงอย่างน่าตกใจ ยังสาหัส ยังเป็นเรื่องที่น่าห่วง เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งบริหารจัดการควบคู่กันไปเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นโดยเร็วที่สุด วันนี้อาจจะถึงเวลาที่ต้องปลดล็อค ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่นเดียวกับหลายประเทศในยุโรป รวมถึงสหรัฐฯ ที่เมื่อมีการกระจายวัคซีนให้ประชาชนอย่างทั่วถึงจนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ระดับหนึ่งแล้ว รัฐบาลก็ทยอยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินตามปกติอีกครั้ง เช่น การผ่อนคลายมาตรการข้อห้ามต่างๆ ไปจนถึงเริ่มทยอยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว แต่ยังคงเข้มงวดในเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

สำหรับประเทศไทย ถ้าดูรายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นรายได้หลักของเศรษฐกิจ โดยในปี 2562 มีสัดส่วนถึง 16% ของ GDP มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 10% หรือคิดเป็น 61% จากรายได้ท่องเที่ยวทั้งหมด ขณะที่ปี 2563 นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถมาเที่ยวไทยได้ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่ง Krungthai Compass ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงถึง 80%

เมื่อเครื่องจักรการท่องเที่ยวไม่ทำงาน ผลที่ตามมาคือธุรกิจต่างๆ ที่อยู่ในห่วงโซ่ระบบต่างได้ผลกระทบไปตามๆ กัน ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รถโดยสาร สายการบิน ผู้ให้บริการ ตลอดจนพ่อค้าแม่ขาย ร้านค้าปลีก หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อต่างจำเป็นต้องปรับตัว กลุ่มที่เปราะบางมากๆ อย่างแรงงานจำนวนไม่น้อยกลายเป็นคนตกงาน ภาพเมืองท่องเที่ยวที่เคยเต็มไปด้วยแสงสีกลายเป็นเมืองร้าง คนทำงานกลางคืนเก็บของกลับบ้านเกิด คนที่ยังต้องอยู่ต่อ หรือไม่มีที่ไปก็ต้องทนต่อไปตามสภาพเมื่อเศรษฐกิจฐานรากพังทลาย

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมทุกฝ่ายจึงต้องร่วมมือร่วมใจฟื้นสถานการณ์กลับสู่ “ภาวะปกติในแบบ New Normal” ให้เร็วที่สุด เพื่อปลุกเศรษฐกิจให้คืนชีพโดยเร็ว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ถือเป็นฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจประเทศ

ล่าสุดที่ประชุม ศบค. ส่วนกลางได้เห็นชอบให้ จ.ภูเก็ต สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนเข้ามาเที่ยวได้โดยไม่ต้องกักตัว เริ่มตั้งแต่ 1 ก.ค. นี้ เป็นความกล้าหาญ และการบริหารจัดการที่ดี ที่จะเป็นโมเดลให้พื้นที่อื่นๆ สามารถใช้เป็นต้นแบบได้ในการดำเนินการได้ ซึ่งขณะนี้ ก็เริ่มมีหลายพื้นที่ เช่น เกาะพีพี จ.กระบี่ ได้ยื่นเรื่องเข้ายัง ศบค. เพื่อขออนุมัติเปิดรับนักท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 3 นี้

ตอนนี้ต้องเร่งฟื้นฟูโครงสร้างการท่องเที่ยวที่จำเป็น ไปพร้อมๆ กับการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศเพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงาน โดยเฉพาะหัวเมืองสำคัญๆ รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งถือเป็นจุศูนย์กลางสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เช่น โรงแรมต้องกลับมาให้บริการ full-service บริการขนส่งต่างๆ ร้านค้า ร้านรวงริมทาง ไปจนถึงห้างร้านสะดวกซื้อต้องกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบให้ได้อีกครั้ง เพราะขณะนี้หลายประเทศที่ประชาชนได้รับวัคซีนแล้วกำลังจับจ้องมาที่ประเทศไทยถึงความพร้อมภาคส่วนต่างๆ ในการรับนักธุรกิจ รับการท่องเที่ยว ไม่มีช่วงเวลาไหนที่จะดีไปกว่านี้อีกแล้วกับการฟื้นชีพเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง อย่าให้ฤดูท่องเที่ยวปีนี้ประเทศไทยต้องตกขบวนอีกเลย

จรัญ ชุ่มเงิน


แชร์