เจ้าพ่อขุนด่านฯแคล้วคลาดปลอดภัย

แชร์

พระราชสิทธิวราจารย์(เจ้าคุณอุดมทรัพย์) เจ้าอาวาสวัดประสิทธิเวช และเจ้าคณะอำเภอองครักษ์

 

กราบขอพร”เจ้าพ่อขุนด่านหาญ”เพื่อความสิริมงคลและปราถนาสิ่งใดก็ได้สมใจนึก

เหรียญเจ้าพ่อขุนด่านหาญ พิทักษ์ไพรวัน

19ก.พ.64/เจ้าพ่อ มีความหมายว่า ผู้มีบทบาทสำคัญที่เป็นผู้นำคนสำคัญในท้องถิ่นนั้นไปคอยปกป้อง เป็นผู้ที่น่านับถือ เช่น เจ้าพ่อประตูผา เจ้าเขาตก เจ้าพ่อพญาแล เจ้าพ่อเขาใหญ่ เจ้าพ่อองครักษ์ และเจ้าพ่ออื่นอีกหลายท่านมีอยู่ในประเทศไทยอยู่ทั่วอำเภอ จังหวัดแต่จะยกหยิบตัวมาเล่าให้ได้ทัศนา ถึงอย่างไรก็นำมาเขียนบรรยายอย่างไรก็ไม่หมดในคราวเดียวได้ ครั้งนี้จะเล่าเรื่องของ”เจ้าพ่อขุนด่าน พิทักษ์ไพรวัน” วีรบุรุษบุคคล จังหวัดนครนายก ให้ได้ทัศนากันเพื่อเป็นประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อย

ขุนด่านเป็นชื่อตำแหน่ง ชื่อจริงของท่านนามว่า”หาญ” เป็นบุตรชายขุนหลวงพิจิตร ไพรสณฑ์ ในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา เป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา ได้มีราชโองการให้ขุนหลวงพิจิตร ไพรสณฑ์ หัวหน้าหมู่บ้านทางทิศตะวันตก แขวงเมืองนครนายก เป็นหัวหน้า คอยตรวจตราเขตแขวงเมืองนครนายก ติดกับแขวงเมืองปราจีนบุรี ทีเขมรมักลอบเข้ามาพร้อมขโมยเสบียงและรังแกชาวไทยอยู่เสมอ

สมเด็จพระพุฒาจารย์(สนิท ชวนปญโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม

เมื่อพม่ายกทัพมารุกรานประเทศสยาม หัวหน้าที่ชาวบ้านเรียก ขุนด่าน จะใช้ม้าเร็วส่งข่าวไปยังเมืองหลวง เมื่อขุนพิจิตร ไพรสณฑ์ นายด่านผู้เป็นบิดา ได้แก่การถึงแก่กรรม “หมื่นหาญ”ผู้เป็นบุตรชาย ก็ได้รับการแต่งตั้งจากพระนครศรีอยุธยา ให้เป็น ขุนหาญ พิทักษ์ไพรวัน เป็น”นายด่าน”แทนบิดา

ช่วงปลายรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา นักสัตถาหรือพระยาละแวก เจ้าเมืองเขมร ได้ยกกำลังมาดัดหลังตลบหลังสยาม โดยยกกำลังเข้ามาตีเมืองปราจีนบุรี แล้วเลยเข้ามาถึงเมืองนครนายก เพื่อกวาดต้อนเอาสัตว์ เสบียง ทรัพย์สินและประชาชนไปเป็นเชลยที่เมืองเขมร

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าประคุณสมเด็จธงชัย ) วัดไตรมิตรวิทยาราม

เมื่อ ขุนหาญ พิทักษ์ไพรวัน ได้ทราบถึงการศึก จึงได้สั่งม้าเร็วไปส่งข่าวไปให้ทางกรุงศรีอยุธยาทราบถึงว่าทางเขมรแอบลอบมาตี ส่วนขุนหาญพิทักษ์ ไพรวัน ได้รวบรวมกำลังออกไปซุ้มโจมตีทัพพญาละแวกตรงทางผ่าน เมื่อกองทัพพญาละแวกยกทัพมาถึง ขุนหาญพิทักษ์ ไพรวัน ได้ยกกำลังเข้าโจมตีกองทัพพญาละแวกเสียหาย และเมื่อทัพจากพระนครศรีอยุธยายกทัพมาช่วย กองทัพเขมรแตกพ่ายกลับไปไม่สามารถต้อนชาวสยามกลับไปเขมรได้

เมื่อเสร็จศึก พระยาศรีไสยณรงค์ แม่ทัพจากกรุงศรีอยุธยา ก็ได้ให้รางวัลและประกอบพิธีมงคลสมรสให้ขุนหาญพิทักษ์ ไพวัน กับนางสาริกา บุตรสาวขุนไวยารักษ์ เมื่อขุนหาญพิทักษ์ ไพวัน ถึงแก่กรรม ชาวบ้านร่วมใจกันสร้างศาลบรรจุอัฐิของท่านไว้ ณ บริเวณหุบเขาชะโงก ตำบลพราหมณี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีที่ไม่ให้ชาวสยามถูกเกณฑ์ไปเป็นเชลย จึงเป็นที่เคารพสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

พระครูชลาธรธำรง(หลวงพ่อทอง กิตติวัณโณ ) เจ้าอาวาสวัดสถลธรรมมาราม

การสร้างอนุสาวรีย์ขุนหาญ พิทักษ์ไพนวัน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานชื่อเขื่อนคลองท่าด่านว่า”เขื่อนขุนด่านปราการชล”และได้พระราชทานพระกระแสพระราชดำรัสให้ติดป้ายโลหะ จารึกประวัติของขุนหาญ พิทักษ์ไพรวัน ณ บริเวณเขื่อนเพื่อเชิดชูเกียรติคุณของท่านให้ปรากฏ จากพระราชดำรัส กรมชลประทาน สำนักราชเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครนายก และผู้มีจิตศรัทธา จึงได้ร่วมกันดำเนินการจัดสร้างอนุสาวรีย์ขุนหาญ พิทักษ์ไพรวัน ตั้งอยู่บริเวณฝั่งขวาของหัวงานเขื่อนขุนด่านปราการชล ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2549

อย่างไรก็ตาม ได้มีเรื่องเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าพ่อขุนหาญว่า เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นนำกำลังพลมาตั้งหลักที่เขาชะโงก และได้รื้อศาลเจ้าพ่อขุนด่าน เจ้าพ่อขุนด่านจึงได้แสดงอภินิหารทำให้ทหารญี่ปุ่นล้มตายลงโดยไม่รู้สาเหตุ ถือว่าเป็นการลบหลู่เป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาศาลแห่งนี้จึงเป็นที่มีประชาชนมากราบสักการะไม่ขาดสาย

พระครูสรนันทโสภิต(หลวงปู่สม)เจ้าอาวาสวัดบางแพ อ.แก่งคอย ประธานฝ่ายสงฆ์และพิธีบวงสรวง

นอกจากนี้มีเรื่องเล่าว่าชาวบ้านและทหารตามแนวเขตชายแดนไทย-กัมพูชา เชื่อว่าท่านจะคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ และทหารต้องการจะแคล้วคลาด ให้ไปฝากตัวเป็นลูกเจ้าพ่อขุนด่าน หาญ พิทักษ์ไพรวัน ก็จะไม่ได้รับอันตราย และช่วยให้สมหวังในด้านต่างๆไป เมื่อได้สมปรารถนาตามที่ขอไว้ก็จะนำม้าปูนปั้นมาถวายเพราะม้าเป็นสัตว์ใช้ออกศึกปราบพวกรุกราน มีดดาบ เครื่องบวงสรวงเพื่อบนบานประกอบด้วยหัวหมู ไก่ต้มและตามทำเนียมก็ต้องมีน้ำจัณฑ์หรือน้ำเมา เครื่องบายศรี ผลไม้ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ หมากพลู ยาสูบ มาถวายเป็นสิ่งของที่ขาดไม่ได้

ชมรมอนุรักษ์ทรัพย์แผ่นดิน โดยมี พิเชษฐ ใจหลัก เชษฏ ชาติตระการ ประธานฯ และประธานดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคล และ วัชราพร ใจหลัก ประธานดำเนินงานประกวดพระเครื่องตลาดคู่เขื่อนขุนด่านปราการชลได้จัดสร้างวัตถุมงคล”เหรียญเจ้าพ่อขุนด่านหาญ พิทักษ์ไพวัน” ที่ได้รับความอนุเคราะห์จาก พระครูสนนันทโสภิต(หลวงพ่อสม มหาปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดวังแพ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และเป็นประธาน ยังได้ขอให้พระเถราจารย์ที่เข้มขลังในพุทธาคมจารแผ่นโลหะเพื่อนำเป็นชนวนมวลสารเททองหล่อเหรียญเจ้าพ่อขุนด่านหาญ พิทักษ์ไพวัน ได้แก่ สมเด็จพระพุฒาจารย์(สนิท ชวนปญโญ) สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี(เจ้าประคุณสมเด็จธงชัย)พระครูชลาธรธำรง(หลวงพ่อทอง กิตติวัณโณ)เจ้าอาวาสวัดสถลธรรมมาราม พระราชสิทธิวราจารย์(เจ้าคุณอุดมทรัพย์)เจ้าอาวาสวัดประสิทธิเวชและเจ้าคณะอำเภอองครักษ์ พร้อมเกจิอาจารย์อีกหลายรูป

เหรียญเจ้าพ่อขุนด่านหาญ พิทักษ์ไพรวัน

วัตถุมงคล”เหรียญเจ้าพ่อด่านหาญ พิทักษ์ไพรวัน”จะออกเพื่อเป็นรางวัลแก่ผู้ที่เข้าร่วมส่งพระเข้าประกวดใน”งานอนุรักษ์พระเครื่องและร่วมกันชื่นชมศิลปของแผ่นดิน ณ ตลาดคู่เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 6 –วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2564 หลังจากเสร็จงานแล้วจะนำออกมาให้ผู้ที่มีความศรัทธาจะเปิดให้เช่าบูชาเพื่อหารายได้จัดสร้าง”รูปหล่อเหมือนเจ้าพ่อด่านหาญ พิทักษ์ไพรวัน”ขนาดเท่าองค์จริง

ล็อกเก็ตสองบารมี ยันต์แปดทิศใหญ่

ในวันจันทร์ที่1มีนาคม พ.ศ. ตรงกับวัน”อำมฤตโชค”หมายถึง วันดี ราบรื่น เหมาะแก่การประกอบกิจมงคล หรือ”วันทิพย์”ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จาก”พระครูสรนันทโสภิต(หลวงปู่สม มหาปัญโญ)เจ้าอาวาสวัดบางแพ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี มาเป็นประธานในพิธีบวงสรวง เจษฎา บุญสุยา ผู้อำนวยการเขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และจุดเทียนชัย สุดท้ายนี้ขอเรียนเชิญร่วมพิธีตามวันเวลาดั่งกล่าว….

เรื่อง/ภาพ โดย พรหมพิริยะ จันทร์เพ็ญ


แชร์