คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ.แจ้งว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ส่งนักศึกษาสาขาวิชาพืชศาสตร์ จำนวน 64 คน เดินทางไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สาขาวิชาพืชศาสตร์ ในโครงการความร่วมมือทวิภาคี ไทย–อิสราเอล ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) กับศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติด้านการเกษตรในเขตอราวา The Arava International Center For Agricultural Training (AICAT) ระหว่างวันที่ 30กันยายน 2563 ถึง 30 มิถุนายน 2564 ณ เมือง Arava ประเทศอิสราเอล ซึ่งได้จัดให้มีการปฐมนิเทศนักศึกษา เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 ณ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี

ณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)
30ก.ย.63/ นายณรงค์ แผ้วพลสงเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)เปิดเผยว่า ได้ดำเนินงานความร่วมมือในการจัดการเรียนการสอนทวิภาคี สาขาวิชาพืชศาสตร์ ไทย-อิสราเอล ตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน และมีสถานศึกษาที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์การเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนนักศึกษา ก่อนการเข้าร่วมโครงการจำนวน 3 ศูนย์ ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ.ระบุว่า ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สอศ.ได้ส่งนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมโครงการมาแล้ว จำนวน 20 รุ่น รวมนักเรียน นักศึกษาทั้งสิ้น 2,273 คน และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) จึงมีมาตรการป้องกัน ตามนโยบายของประเทศอิสราเอล ซึ่งเมื่อนักศึกษาเดินทางถึงสนามบินประเทศอิสราเอล จะมีเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงาน มารับนักศึกษาและดูแลตลอดการเดินทางจนถึงเขตพื้นที่ Arava ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลชุมชนเมือง ทำให้ปลอดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) และระหว่างการพำนักอยู่ในอิสราเอลนักศึกษาทั้งหมดจะได้รับการดูแลทั้งในด้านความเป็นอยู่ สุขภาพ

ทั้งนี้ นักศึกษาทุกคนจะได้รับการประกันสุขภาพ รวมถึงการรักษาตัว กรณีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ด้วย
ด้านคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวให้โอวาท กับนักศึกษาว่า การเข้ารับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งที่นักศึกษาทุกคนจะได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ได้เรียนรู้ถึงกระบวนการคิดค้นนวัตกรรม ในการเกษตร ได้เรียนรู้การเป็นมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จด้านการเกษตร ผ่านการเรียนรู้แบบ Learning by doing โดยระยะเวลา 9 เดือนนี้ จะเป็นเวลาที่คุ้มค่ามากที่สุด ขอให้นักศึกษา ทุกคนได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และนำความรู้ที่ได้รับเข้าสู่ตลาดแรงงานและประกอบธุรกิจด้านเกษตรอย่างภาคภูมิ
ตลอดจนนำความรู้มาเผยแพร่สู่น้องๆ และเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป และในหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลได้กำหนดทิศทางการพัฒนาในการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการสร้างความยั่งยืนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อเชื่อมประเทศไทยสู่ประชาคมโลก โดยรัฐบาลเน้นย้ำและให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเกษตร อาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ เนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีด้านเกษตร อาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ สามารถอาศัยทุนความได้เปรียบของประเทศไทยในความหลากหลายเชิงชีวภาพมาขับเคลื่อน ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความกินดี อยู่ดี ให้กับประชาชนชาวไทยในทุกภูมิภาค และเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อนักศึกษาทั้งหมดกลับจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพแล้ว ต้องจัดทำโครงการขยายผลการฝึกประสบการณ์ให้กับนักศึกษาในสถานศึกษา ตลอดจนการให้องค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในสถานศึกษาต่อไป
จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน

















