“หญิงหน่อย”เตือน“พปชร.-พรรคร่วม”นึกถึงประชาชนก่อน

แชร์

‘สุดารัตน์’ เตือน พลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาล ให้เร่งแก้ปัญหาประชาชน อย่ามัวแต่ต่อรองผลประโยชน์

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง แม้จะไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ แต่ก็พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าผู้นำฝ่ายค้านต้องเป็น ส.ส. และต้องไม่ใช่พรรคที่มีรัฐมนตรี หรือประธานและรองประธานสภา พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคอันดับหนึ่งต้องมีการหารือเพื่อเตรียมเลือกผู้นำฝ่ายค้านและต้องเป็นหัวหน้าพรรค ทำให้ต้องเลือกหัวหน้าพรรคใหม่รวมทั้งการปฏิรูปพรรคเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยด้วย พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในฐานะรัฐบาล หรือเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนในฐานะฝ่ายค้านได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่มีการหารือกัน แต่เป็นเพียงแนวคิด พร้อมย้ำว่า พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง แต่ต้องปรับเปลี่ยนเพราะเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ รายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรค คือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และ น.อ.อ.อนุดิษฐ์ เป็นเพียงกระแสข่าว แต่ยังไม่มีการหารือกันในสมาชิกพรรคถึงผู้ที่มีความเหมาะสม

สำหรับกระแสข่าวการล้มดีลเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ มองว่า 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ค่อยได้แก้ปัญหาให้กับประชาชนเท่าไหร่ ดังนั้นวันนี้จึงอยากให้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน มากกว่าคำนึงถึงประโยชน์ของพรรคการเมือง หรือของกลุ่มการเมืองต่างๆ หาคนที่เหมาะสมมีความรู้ความเข้าใจในตำแหน่งนั้นๆ และคนนั้นจะต้องใจกว้างที่จะรับฟังปัญหาของประชาชนแล้วมาแก้ไขปัญหา ซึ่งตนติดตามข่าวเห็นว่าการต่อรองผลประโยชน์เหล่านี้มีมาร่วม 2-3 เดือนแล้ว อยากให้มาฟังเสียงของประชาชนบ้างว่าเดือดร้อนแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตนยังยืนยันว่าประชาชนกำลังลำบากเนื่องจากเศรษฐกิจในระดับฐานรากไม่ดี ประกอบกับสงครามการค้า และค่าเงินที่แข็งตัวทำให้การส่งออกซบเซา ทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และเห็นว่านโยบายที่หาเสียงของพรรคแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นการแจกเงิน แต่การใช้เงินควรใช้เพื่อสร้างรายได้ใหม่และกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ตนยังไม่เห็น จึงยังไม่สามารถคาดหวังการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจากนโยบายเหล่านี้ ถ้ายังไม่ถูกปรับให้เหมาะสม เพราะหากนโยบายแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง 4-5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจนน่าจะดีขึ้น

“ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่ทำงานมาต่อเนื่อง ควรเอาบทเรียนในอดีตมาปรับเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกเม็ดเงินที่ลงไปสร้างรายได้ และทรัพย์สินใหม่ให้กับประชาชน เพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ทั้งนี้ยังเร็วไปที่จะพูดขอรอดูก่อนว่าจะรวมนโยบายของแต่ละพรรคเข้าด้วยกันอย่างไร เพราะถึงจะเป็นการแจกเงินเหมือนกัน แต่ก็แจกเงินคนละแบบ คนละวิธี” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว


แชร์