ชาวแม่สะเรียงยื่นหนังสือคัดค้าน “สัมปทานโรงโม่หิน”

ชาวอำเภอแม่สะเรียงรวมตัวประกาศจุดยืนชัดเจน ไม่ต้องการโรงโม่หิน ไม่ต้องการการทำประชาคมใดๆทั้งสิ้น ที่จะมากระทบเปลี่ยนแปลงกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เกรงป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ทรัพยากรธรรมชาติจะถูกทำลาย ชุมชนเกิดภาวะแห้งแล้ง 

บ่ายวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ชาวบ้านในอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวนหลายร้อยคนเดินขบวนบนถนนเวียงใหม่ ซึ่งเป็นถนนสายหลักพร้อมถือป้ายคัดค้านการสัมปทานเหมืองแร่ เดินเท้าเข้าสู่ที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง เพื่อยื่นหนังสือ ต่อนาย สุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอแม่สะเรียง เพื่อคัดค้านการสัมปทานบัตรเหมืองแร่ในพื้นที่ โดยให้เหตุผลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ มลพิษทางอากาศ เสียง แรงสั่นสะเทือนจากการระเบิด อุบัติเหตุการจราจร ผลกระทบต่อสุขภาพ รบกวนสมาธิในการเรียนของเด็ก และวิถีชีวิตประชาชน เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของอำเภอแม่สะเรียงมีภูเขาล้อมรอบ เป็นแอ่งกระทะ หากมีการสัมปทานบัตรเหมืองแร่ขึ้น ผลกระทบดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับประชาชนทั้งอำเภอ

ศ.ดร. ทองทิพย์ แก้วใส ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า การรวมตัวคัดค้านครั้งนี้ สืบเนื่องจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ปิดประกาศคำขอประทานบัตรเหมืองแร่ ในพื้นที่ตำบลบ้านกาศ ทำให้ประชาชนในพื้นที่เกรงได้รับผลกระทบ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2540 หรือ 26 ปีก่อน และได้อ่านข้อความตามหนังสือว่าตามที่บริษัทเชียงใหม่โรงโม่หิน จำกัด ได้ยื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมการก่อสร้าง คำขอประทานบัตร ที่ 1/2565 ตามประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2566 ในห้องที่หมู่ 13 ตำบลบ้านกาศ และพื้นที่หมู่ 3 ตำบลแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 132 ไร่ 0 งาน 97ตารางวา และทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการรังวัด กำหนดเขตคำขอประทานบัตรดังกล่าวแล้ว โดยปิดประกาศให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบโดยทั่วกัน เป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลผู้เกี่ยวข้องด้วยเหตุประการใดคัดค้านคำขอประทานบัตรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ปิดประกาศ นั้น

ในการขอประทานบัตรของบริษัทเชียงใหม่โรงโม่หิน จำกัดในครั้งนี้ ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะประชาชนที่ได้รับผลกระทบไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงจากทางบริษัทที่จะมาทำการสัมปทานในการทำเหมืองแร่ในครั้งนี้ อาจจะรู้เฉพาะผู้นำบางคนบางส่วนเท่านั้น ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับทราบข้อมูลหรือข้อเท็จจริงในการที่จะทำเหมืองแร่ในครั้งนี้ เมื่อมีหนังสือประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการทำเหมืองแร่ เรื่อง การขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ โดยให้ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินร้ายนี้หรือมีทางเกี่ยวข้องด้วยเหตุประการใดก็ดีให้ทำคำร้องพร้อมหลักฐานไปยื่นต่อกลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่สำนักอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายในกำหนด 30 วัน ทำให้ประชาชนผู้ที่อยู่ในพื้นที่ หมู่ 13 ตำบลบ้านกาศ หมู่ 3 ตำบลแม่สะเรียงและประชาชนชาวอำเภอแม่สะเรียงที่จะได้ผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ในครั้งนี้ มีความวิตกและกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทางประชาชนต่างตระหนักดีว่าจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีต่อชุมชนหากมีการทำเหมืองแร่ขึ้นมา

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่
1. ทรัพยากรป่าไม้ซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติของชาติ ที่เป็นป่าสมบูรณ์จะถูกทำลายโดยสิ้นเชิง
2. ภูเขาซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของแผ่นดินจะถูกทำลายไม่หลงเหลือความเป็นธรรมชาติที่สวยงามอีกต่อไป
3. ป่าไม้ซึ่งเป็นแหล่งของต้นน้ำจะถูกทำลาย จะส่งผลทำให้ขาดแคลนแหล่งน้ำที่จะใช้ในชุมชนทำให้เกิดภาวะแห้งแล้ง
4. ป่าไม้ซึ่งเป็นป่าใช้สอยของชุมขนดั้งเดิมจะถูกทำลาย ทำให้เกษตรกรมีความยากลำบากในการประกอบอาชีพ
5. จะเกิดมลภาวะทางเสียงจากการระเบิดหิน ซึ่งจะมีผลกระทบต่ออาคารบ้านเรือนของราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กนักเรียนที่โรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับเหมืองแร่ อาทิ โรงเรียนอนุบาลธารทิพย์ , โรงเรียงแม่สะเรียง”บริพัตรศึกษา” , โรงเรียนอนุบาล”บ้านโป่ง” , โรงเรียนอนุบาลกฤษณพรรณ
6. จะมีมลภาวะทางอากาศจากฝุ่นละออง จากการระเบิดแร่และการโม่หิน ซึ่งมลภาวะทางอากาศจากฝุ่นละอองจะเป็นผลกระทบในวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 20 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้ชาวอำเภอแม่สะเรียงส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะหากการสัมปทาน อายุ 30 ปี ประชาชนชาวอำเกอแม่สะเรียงได้รับผลกระทบโดยตรงจากฝุ่นละอองทำให้สียสุขภาพในระยะยาว ทำให้ประชาชนเกิดโรคทางเดินหายใจ โรคปอด และโรคมะเร็งได้ นับว่าเป็นความหายนะที่มิอาจประเมินค่าได้สำหรับชาวอำเภอแม่สะเรียง

7. มีผลกระทบต่อส่วนราชการและเอกชนในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก เช่นโรงเรียนอนุบาลธารทิพย์ , โรงเรียนแม่สะเรียง”บริพัตรศึกษา” , โรงเรียนอนุบาล”บ้านโป่ง” , โรงเรียนอนุบาล กฤษณพรรณ , โรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร , โรงเรียนบ้านจอมแจ้งมิตรภาพที่ 193 , โรงพยาบาลแม่สะเรียง ,เรือนจำอำเภอแม่สะเรียง , ที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง , ศาลจังหวัดแม่สะเรียง , สำนักงานเขตการศึกษาขั้นพื้นฐาน เขต 2 , สำนักงานอัยการแม่สะเรียง , ธนาคารกรุงไทย สาขาแม่สะเรียง , ธนาคารกสิกรไทย สาขาแม่สะเรียง , ธนาคารออมสิน สาขาแม่สะเรียง , สำนักงานที่ดินจังหวัดแม่ฮ่องสอน สาขาแม่สะเรียง ,องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกาศ , เทศบาลตำบลเมืองยวมใต้ , เทศบาลตำบลแม่สะเรียง เป็นต้น
8. มีผลกระทบต่อศาสนสถานในเขตอำเภอแม่สะเรียง ที่อยู่ใกล้พื้นที่สัมปทานโรงโม่หิน เช่น วัดถ้ำพระ(ถ้ำเหง้า) , คริสตจักรร่มเกล้าแม่สะเรียง , คริสตจักรบ้านโป่ง , คริสตจักรเซเว่นเดย์ ,วัดนักบุญเปาโล , คริสตจักรบ้านแพะ , คริสตจักรฮิมแม่สะเรียง , คริสตจักรธารพระพร , วัดจอมแจ้ง ,วัดอัมราวาส , วัดกิตติวงศ์ , วัดจองสูง , วัดมันตะเล , วัดสุพรรณรังสี เป็นต้น

9. มีผลกระทบต่อการสัญจรบนถนนหลวง 108 ซึ่งต้องผ่านโรงเรียนอนุบาลธารทิพย์ มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนและมีผลทำให้พื้นผิวถนนชำรุดได้ง่าย เนื่องจากรถบรรทุกหนักวิ่งผ่านทุกวัน
10. ความสมดุลทางธรรมชาติจะเสียไปอันจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ของชาวอำเภอแม่สะเรียง
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น เราชาวอำเกอแม่สะเรียงผู้ที่ได้ รับผลกระทบจากการขอประทานบัตร ทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมการก่อสร้าง จึงขอคัดค้านการทำสัมปทานโรงโม่หินของ บริษัทเชียงใหมโรงโม่หิน จำกัด ที่ได้ยื่นหนังสือขอประทานบัตรการทำเหมืองแร่กับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ จ.แม่ฮ่องสอน/รายงาน