พระธาตุบังพวนสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า
“พระธาตุบังพวน” ดินแดนพุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์”พญามุจจรินท์” ปกปักรักษา ผู้ใดกราบไหว้บูชา เชื่อว่าจะนำความสุข และความเจริญส่งผลบุญแรง ดลบันดาลให้เกิดสิริมงคลแก่ชีวิต
องค์พระธาตุบังพวน เป็นปูชนียสถาน คู่บ้านคู่เมือง ตั้งอยู่ที่บ้านพระธาตุบังพวน ต.พระธาตุบังพวน อ.เมือง จ.หนองคาย
กล่าวตามตำนานอุรังคธาตุ ว่า ในสมัยพุทธกาลพื้นที่แห่งนี้คือ”ภูเขาลวง” ริมน้ำบางพวน(ภูลวง)เป็นที่อยู่อาศัยของพญานาคครั้นเมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาประทับยังดินแดนลุ่มแม่น้ำโขง พญานาคได้มาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ ทำให้ดินแดนแห่งนี้ถูกยกใก้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

ศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปพระเจ้า 5 พระองค์
พระยาสุวรรณภิงคาร เจ้าเมืองหนองหาน สกลนคร พระยาคำแดง เจ้าเมืองหนองหานน้อย อุดรธานี พระยาจุลมณีพรหมทัต เจ้าเเมืองจุลมณี(ลาวเหนือ) พระยาอินทปัตนคร เจ้าเมืองอินปัตนนคร(เขมร)และพระยานันทเสน เจ้าเมืองศรีโครตบูรณ์หลวง(ตรงข้ามนครพนม)ได้ร่วมกันอุปถัมภ์ พระมหากัสสเภระ พร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 องค์ ทำการก่อสร้างพระธาตุพนม แล้วเสร็จ และได้บรรลุอรหันต์ด้วยกันทั้งหมด
ต่อมาได้เดินทางไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 45 พระองค์ นำมาประดิษฐานไว้ ณ สถานที่ 4 แห่งคือ เมืองหนองคาย และเมืองเวียงจันทน์ หนึ่งในสี่แห่งนั้น คือ”พระธาตุบังพวน”
“พระธาตุบังพวน” มีการก่อสร้างสืบเนื่องกันมาสามสมัย คือฐานเดิมสร้างด้วยศิลาแลง ชั้นที่สองสร้างด้วยอิฐครอบชั้นแรก และต่อมามีการก่อสร้างให้มีขนาดสูงใหญ่ขึ้น จากจารึกที่ฐานพระพุทธรูปขุดได้พระ 4 องค์ ในจำนวนทั้งหมด 6 องค์ระบุศักราชที่สร้าง ตรงกับ พ.ศ. 2118 พ.ศ. 2150 พ.ศ. 2158 และ พ.ศ. 2167 และข้อความในจารึกเมื่อพ.ศ. 2167 มีประวัติการสร้าง กล่าวถึงพระเจ้าโพธิสาลราช กษัตริย์อาณาจักรล้านช้างมรราชธานีอยู่ที่นครเชียงทอง ตรงกับรูปแบบก่อสร้างในวัดพระธาตุบังพวน ที่แสดงถึงอิทธิพลของอาณาจักรล้านช้าง

ศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย
วัดพระธาตุบังพวน นอกจากมีองค์ พระธาตุ ยังมีกลุ่มโบราณสถานเรียกว่า”สัตตมหาสถาน” ที่สร้างขึ้นตามคติพุทธศาสนา หมายถึงการจำลองสถานที่เกี่ยวกับพระพุทธองค์
หลังจากตรัสรู้แล้ว จำนวน7แห่ง คือ โพธิบัลลังก์ อนิมมิสเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์ อชาปาลนิโคธธาตุเจดีย์ มุจลินทเจดีย์ และราชายตนะเจดีย์ ซึ่งในวัดพระธาตุบังพวนแห่งนี้เป็นที่เดียวในโลกที่ยังหลงเหลือโบราณสถานอันเป็นสัตตมาหาสถาน และเป็นสถานที่เกี่ยวกับ”พญานาค” คือ “สระมุจลินท” หรือ”สระพญานาค”
สระน้ำโบราณที่มีบันทึกในหนังสือใบลานที่เขียนเป็นภาษามคธ เรียกว่า”สระมังคละเทียงหมัน” เมื่อครั้งที่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าบรรจุไว้ในองค์พระธาตุได้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดมีสายน้ำพวยพุ่งออกจากพื้นดิน พระมหาเทพหลวงและพระมหาเทพพล พระภิกษุที่ดูแลองค์พระธาตุ สังเกตเห็นสายน้ำพุ่งขึ้นมาตลอดเวลาจากปล่องภูพญานาคที่เฝ้ารักษาพระธาตุบังพวน จึงชักชวนญาติโยมขุดสระรองรับน้ำไว้ และสร้างรูปปั้นพญานาค7เศียรไว้กลางสระ รูปแบบศิลปะแบบล้านช้าง ในสมัยพระเจ้าวิชลราช กษัตริย์ล้านช้างได้เสด็จมานมัสการพระธาตุ โปรดให้มีการปรับปรุงสระน้ำแห่งนี้และนิมนต์พระภิกษุจัดทำพิธีมหาพุทธาภิเษก สระมุจลินท์ ถือเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ และนำน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ไปใช้ในพิธีสำคัญในราชสำนักล้านช้างเป็นต้นมา

สระน้ำมุจรินทร์”สระพญานาค” สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาใช้ในพิธีต่างๆ
ในสมัยต่อมา สมเด็จพระไชยเชษฐา กษัตริย์ล้านช้างได้โปรดเกล้าให้สร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก 9 เศียร ไว้ในบริเวณใกล้เคียงกัน เห็นได้ว่าในสมัยพุทธกาลก็มีเรื่องเกี่ยวกับพญานาค มีให้เห็นได้ในทุกยุคสมัยแม้จะไม่สามารถพิสูจน์ได้ก็ตาม
ปัจจุบันสระมุจจรินท์ถือเป็นสระน้ำที่สำคัญประจำจังหวัดหนองคาย น้ำในสระแห่งนี้ถูกนำไปใช้ในพิธีสรงมูรธราชาภิเษก พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และพิธีศักดิ์สิทธิ์สำคัญๆ ในรัชกาลต่างๆ เป็นประจำถือว่าสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีพญานาคเฝ้ารักษา
เชื่อกันว่าผู้ที่มาสักการะกราบไหว้”พระธาตุบังพวน” และ”พระพุทธรูปปางนาคปรก” จะนำพาซึ่งความสุข ความเจริญ มาสู่ผู้ที่เคารพบูชา

พระพุทธรูปปางนาคปรกสมัยล้านช้างประดิษฐานอยู่ข้างสระน้ำศักดิ์สิทธิ์
อีกทั้งอานิสงส์ผลบุญที่ได้จากการกราบไหว้บูชา และสร้างกุศลกับพระธาตุ เชื่อว่าจะส่งผลแรงยิ่งนัก หากผู้ใดปฏิบัติบูชาด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ และหมั่นกราบไหว้บูชาตามกำลังอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของพระธาตุ จะบันดาลให้เกิดสิริมงคลแก่ผู้บูชา
เรื่อง/ภาพโดย พรหมพิริยะ จันทร์เพ็ญ รายงาน
















