วันพุธ 22 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก Headline “เกษตร”รับจัดสรรงบประมาณ ปี’66 เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ

“เกษตร”รับจัดสรรงบประมาณ ปี’66 เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ

สภาฯ ลงมติ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี2566 วาระแรก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับจัดสรร 127,192 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 16,289.8896 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 15)  เมื่อจำแนกประเภทของงบประมาณ ในแต่ละด้านตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติเกี่ยวข้องรวม 4 ด้าน

11มิ.ย.65/นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วาระแรกระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2565 และได้มีมติรับหลักการพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วาระแรกวงเงิน 3.185 ล้านล้านบาทเรียบร้อยแล้ว

สำหรับงบประมาณในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับจัดสรรงบประมาณ รวม 127,192.4577  ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 16,289.8896 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 15)  เมื่อจำแนกประเภทของงบประมาณ ในแต่ละด้านตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวข้องรวม 4 ด้าน ประกอบด้วย

1) ด้านความมั่นคง จำนวน 277.2521 ล้านบาท เพื่อดำเนินการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านการประมง ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) และพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

2) ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน จำนวน 43,952.4636 ล้านบาท ดำเนินการในเรื่องเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น เกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ เกษตรแปรรูป เกษตรอัจริยะ และส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศการเกษตร เพื่อเสริมสร้างให้การพัฒนาภาคเกษตรมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

3) ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม จำนวน 2,079.0006 ล้านบาท เพื่อดำเนินการในเรื่องส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริโครงการหลวง ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร และบริหารจัดการที่ดินทำกินแก่เกษตรกรรายย่อยและผู้ด้อยโอกาส

4) ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จำนวน 80,883.7414 ล้านบาท เพื่อดำเนินการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งการบริหารจัดการพื้นที่ชลประทานเดิม การป้องกันระดับน้ำเค็ม การปฏิบัติการฝนหลวง จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และการลดการเผาในพื้นที่เกษตร

ด้าน ดร.ทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการ สศก. กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2566 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ยังคงมุ่งให้ความสำคัญกับโครงการที่สนับสนุนแผนแม่บทประเด็นการเกษตร โดยมีโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพ จำนวน 19 โครงการ รวม 2,587.8580 ล้านบาท เช่น โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพ โครงการ 1 อำเภอ 1 แปลง เกษตรอัจฉริยะ โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โครงการยกระดับสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร และยังมีโครงการที่สนับสนุนแผนแม่บทอื่น ๆ จำนวน 29 โครงการ รวม 72,846.6103 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่เป็นการดำเนินการในเรื่องการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ รวมถึงงานตามภารกิจพื้นฐานที่สำคัญและจำเป็น จำนวน 3,478.1119 ล้านบาท เช่น การป้องกันโรคระบาด การจัดที่ดินทำกินแก่เกษตรกรรายย่อย การพัฒนาพันธุ์ต่าง ๆ ทั้งพืช ประมง และปศุสัตว์ การส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร การจัดทำข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการทางการเกษตร

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังเป็นเจ้าภาพหลักแผนงานบูรณาการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก เพื่อพัฒนาศักยภาพของประชาชนผู้มีรายได้น้อยให้มีรายได้สูงขึ้น โดยได้รับจัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการ จำนวน 14 โครงการ รวม 1,474.3347 ล้านบาท เช่น โครงการบริหารจัดการที่ดินทำกินแก่เกษตรกรรายย่อยและผู้ด้อยโอกาส โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน โครงการส่งเสริมการพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตร โครงการส่งเสริมการพัฒนากลไกและโครงสร้างดูดซับมูลค่าทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้กลับสู่ท้องถิ่น

ทั้งนี้ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเน้นขับเคลื่อนภารกิจแผนงาน/โครงการให้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์ ส่งผลให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี รายได้สุทธิทางการเกษตรเพิ่มขึ้น สถาบันเกษตรกรมีความเข้มแข็งมีความสามารถในการดำเนินธุรกิจ สินค้าเกษตรได้รับการยกระดับคุณภาพมาตรฐาน และสร้างมูลค่าเพิ่มรวมทั้งทรัพยากรการเกษตรมีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ได้รับการอนุรักษ์ปรับปรุงและฟื้นฟูให้เกิดความสนมดุลอย่างยั่งยืน

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน