มนุษย์ทุกคนต้องการพลัง เพราะพลังเป็นสิ่งสำคัญ หากมีพลังจะทำสิ่งใดก็สำเร็จ หากหมดพลังจะทำสิ่งใดก็ลำบาก พระครูวินัยธรกิตติศักดิ์ โคตมสิสฺโส วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ กรุงเทพฯ ได้เมตตามาชี้แนะแนวทางในการเติมพลัง ในหัวข้อ “พลังชีวิต” บนเวทีธรรมบรรยาย “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” จัดโดย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่
พระครูวินัยธรกิตติศักดิ์ เกริ่นว่า เรื่องของพลังในทางธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอน คือ พละ 5 กำลังเป็นสิ่งสำคัญ คนเราเมื่อหมดกำลังใจทำอะไรก็ลำบาก สุขภาพดีขนาดไหน แต่ไฟหมดก็อาจคิดฆ่าตัวตายได้ ต้องมีคนเติมไฟ เติมพลังให้ เช่น พ่อแม่ เพื่อน ถ้าไม่มีเพื่อนก็ลำบาก ศัตรูก็เป็นตัวทำให้หมดไฟ หมดพลัง ทุกวันนี้พลังก็หมดง่าย โรคภัยก็ทำให้หมดพลังได้เช่นกัน ยกตัวอย่างในยุคโควิด-19 เราจะทำยังไง โรคอาจไม่ทำให้ตาย แต่อาจจะตายเพราะหมดพลัง ความเครียดเป็นภาษาสาธารณสุข ความทุกข์เป็นภาษาธรรมะ เครียดเพิ่มทุกข์เพิ่มเราก็ลำบาก
ท่านว่าสิ่งสำคัญคือการสร้างพลัง และเข้าใจ โรคภัยไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ เมื่อเกิดมาแล้ว เจ็บหนีไม่พ้น นอกจากโควิด-19 แล้วยังมีโรคอื่นๆ อีกด้วย พออยู่ด้วยความวิตกจริต ก็จะยากลำบาก ทำอะไรไม่ได้เลย สิ่งที่เกิดเหล่านี้ไม่ใช่พึ่งเป็น ตั้งแต่สมัยพุทธกาลก็มี จนพระพุทธเจ้าให้พระอานนท์ไปทำรัตนสูตร หลังยุคพระพุทธเจ้าก็ยังมีโรคระบาดกันมาเรื่อยๆ ทั้งที่ต่างประเทศ หรือในไทย ทั้งสมัยอยุธยาก็มีกาฬโรค รัตนโกสินทร์ก็มีโรคห่า ผู้คนล้มตายเผาศพกันไม่ทัน จนแร้งมาลง เพื่อให้เกิดพลังใจ รัชกาลที่ 2 ก็ได้นิมนต์พระมาสวดรัตนสูตร รดน้ำมนต์ เพื่อให้เกิดพลังใจ ให้มีสติ และให้นึกถึงเรื่องทั้งหลายเป็นปกติ ไม่มีอะไรอยู่ยงคงกระพันธ์ เมื่อกลับมาเป็นหนนี้ ก็ให้เข้าใจว่ามันคือความเป็นจริง เป็นธรรมชาติ เป็นธรรมดาของโลก ว่ามันต้องหายแน่นอน เพียงแต่เรารักษาเนื้อตัวให้เรารอดปลอดภัย แม้มันตั้งอยู่ แต่มันก็จะดับไป นี่เป็นธรรมชาติ เป็นธรรมะ
หลวงพ่ออธิบายว่า พลังที่พระพุทธเจ้าสอนหรือ พละ 5 ประกอบด้วย ศรัทธาพละ วิริยะพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละ ในเรื่องของศรัทธา คือความเชื่อ เชื่อบาปมี บุญมี ความไม่เชื่อเป็นอุปสรรคของศรัทธา ถัดมาคือ วิริยะ คำว่า วิริยะในพละ 5 นี้หมายถึง เพียรลดละบาปที่เกิดขึ้นในใจ แต่คนเราบาปมักจะเกิด พอเกิดในใจ แล้วจะเป็นการกระทำ ความคิดไม่ได้ผิดอะไร แต่จะไปผิดทำ ถ้าคิดไม่ดีเป็นมโนทุจริต ถ้าคิดดีคือมโนสุจริต พอคิดแล้วจะออกมาที่การกระทำ ออกมาทางกาย กายแล้วไปวาจา การแก้ไขต้องเริ่มแก้ที่ใจ วจีกรรมท่านเปรียบเทียบนังเลงคีย์บอร์ดและการบูลลี่ในโลกปัจจุบัน เพื่อทำลายคนที่มีความคิดเห็นต่าง และผู้ที่ขาดพละ ก็ไม่อาจจต่อต้าน ไม่มีเพื่อนที่มาช่วยปลอบใจก็อาจฆ่าตัวตายได้ ผู้ที่ทำวจีกรรมนั้นก็เป็นบาป หากเป็นพระก็ปราชิกขาดจากความเป็นพระ เป็นอกุศลกรรม
หลวงพ่อเน้นเรื่องความเพียร หรือวิริยะ คือ ปธาน 4 ที่ประกอบด้วย สังวรปธาน คือ เพียรระวังยับยั้งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น ปหานปธาน คือ เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ภาวนาปธาน คือ เพียรทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดมี และอนุรักขนาปธาน คือ เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งมั่นและให้เจริญยิ่ง ทั้งหมดนี้คือ เพียรไม่ให้บาปเกิด จิตใจของปุถุชนยังไงก็เกิด ขึ้นอยู่กับว่าเบรคทันหรือไม่ เพียรให้กุศลมี มีจิตอาสาช่วยเหลือ จิตใจดี อย่าให้กุศลนั้นหายไป คือ อนุรักนาปธาน สำรวมระวังในความดี ทำดีให้มากขึ้น เพียรฝึกตนแล้วจึงเกิดพลัง
ส่วนสติ และสมาธิ ปัญญา ในพละ 5 ท่านบอกว่า บางคนนั่งสมาธิ ต้องดูว่าทำสมาธิเพื่ออะไร สมาธิเพื่อให้เกิดการดับทุกข์ แต่ถ้าทุกข์ไม่ดับก็ยังไม่ถึงเป้าหมาย กลายเป็นมิจฉาสมาธิไปก็มี สมาธิเกิดอาการหลงผิดกันเยอะ ท่านว่าการปฏิบัติกรรมฐานสามารถช่วยชีวิตได้ เพียงฝึกหมั่นปฏิบัติ และภาวนา พละ 5 อย่างนี้จะช่วยให้ชีวิตเราไปต่อได้
พบกับเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ในหัวข้อ “ขอให้รวย” โดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล สวนธรรมประสานสุข จ.ชลบุรี ผ่านช่องทาง facebook fanpage CPALL วันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2565 เวลา 12:00-13:30 น. และสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่ช่องทางเดียวกัน พร้อมรับฟังคติธรรมดี ๆ ในช่องทาง TikTok ได้ที่ ธรรมะ TikTok
















