คนโสดยุคนี้มีวิธีมากมายในการสแกนคู่ Match ที่ใช่ ตั้งแต่การเช็กสัญญาณ Red Flags หรือ Green Flags จะเลือก Vibes หรือค่านิยม รวมไปถึงการวัดที่ความประทับใจแรกพบไปจนถึงการอ่านพื้นฐานดวงชะตา
โลกของการออกเดททุกวันนี้ หลายคนยังคงพึ่งพาโหราศาสตร์ ซึ่งไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเช็กเคมีความเข้ากันได้ของคนทั้งสองฝ่ายอีกต่อไป แต่ยังกลายเป็นหัวข้อในการเริ่มต้นบทสนทนาที่ช่วยให้เรารู้จักตัวตนของอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น
คุณอันธิกา ลิมป์อนันต์ชัย หรือ ซินแสมาสเตอร์อลิซ ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ชื่อดังของไทย แนะนำว่า โหราศาสตร์ไม่ควรเป็นตัวกำหนดว่าจะปัดซ้ายเพื่อปฏิเสธใครสักคน แต่เป็นอีกหนึ่งวิธีในการทำความรู้จักตัวตนของอีกฝ่ายมากกว่าข้อมูลบนโปรไฟล์ โดยฟีเจอร์ Astrology Mode (ดวงสมพงษ์) ล่าสุดของ Tinder เปิดโอกาสให้เพิ่มข้อมูล Sun sign หรือ ราศี (ความเป็นตัวตน), Moon sign หรือดาวจันทร์ (อารมณ์และความรู้สึก) และ Rising sign หรือ ลัคนา (ภาพลักษณ์ที่อีกฝ่ายมองเรา) บนโปรไฟล์ เพื่อให้คนที่มีโอกาสเป็นคู่ Match ได้มีหัวข้อในการชวนคุย พร้อมเช็กเคมีที่เข้ากัน
เริ่มจากการเชื่อว่าบางราศีคือ Red Flag ตั้งแต่แรก ไปจนถึงการตัดสินว่าความสัมพันธ์ไปต่อไม่ได้เพียงเพราะเดทแรกที่สะดุด มาสเตอร์อลิซมาเฉลย 5 ความเชื่อยอดฮิต ที่หลายคนมักเข้าใจผิดเรื่องโหราศาสตร์และการออกเดทยุคใหม่
ความเชื่อที่ 1: ราศีของคุณบอกทุกอย่างที่ควรรู้เกี่ยวกับตัวคุณ
ความจริง: ราศีเป็นแค่จุดเริ่มต้นในการทำความรู้จักใครสักคน
“หลายคนมักดูแค่ Sun sign แต่จริง ๆ แล้วตัวตนของเราไม่ได้ถูกกำหนดจากสิ่งนี้เพียงอย่างเดียว ยังมี Moon sign และ Rising sign ที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมกัน เพราะในมุมมองโหราศาสตร์ ทั้ง 3 ส่วนนี้ล้วนมีความสำคัญในการทำความเข้าใจตัวตนของแต่ละคน”
มาสเตอร์อลิซ แนะนำว่า ตำแหน่ง Sun sign (ราศี) บ่งบอกตัวตนที่แท้จริง Moon sign (ดาวจันทร์) เผยให้เห็นความต้องการด้านอารมณ์ และความรู้สึกลึก ๆ ภายใน ขณะที่ Rising sign (ลัคนา) สะท้อน First Impression และสไตล์การเชื่อมต่อกับคนอื่น ๆ เมื่อรวมกันทั้ง 3 ตำแหน่ง จะช่วยเผยให้เห็นมิติต่าง ๆ ของตัวตน มากกว่าการดูจากราศีเพียงอย่างเดียว Tinder จึงรวบรวมทั้งหมดนี้ไว้ในฟีเจอร์ Astrology Mode
ความเชื่อที่ 2: รู้ราศีปุ๊บ ก็ฟันธงได้ทันทีว่าใครเป็น Red Flag
ความจริง: อย่าให้ราศีกำหนดการ Swipe ถัดไปของคุณ
“ไม่จริงเสมอไป แต่ละราศีหรือแต่ละธาตุสามารถมีความ ‘Red Flag’ ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจใครสักคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับราศีเพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งด้านอารมณ์ รูปแบบการสื่อสาร ความซื่อสัตย์และวุฒิภาวะในความสัมพันธ์”
มาสเตอร์อลิซ แนะนำว่า โหราศาสตร์ไม่ควรเป็นตัวตัดสินแต่ควรใช้เป็นหัวข้อให้คนโสดในการเริ่มต้นในการเริ่มบทสนทนา เพราะทุกราศีสามารถเป็นได้ทั้ง Green Flag หรือ Red Flag ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวตนของแต่ละบุคคล

ความเชื่อที่ 3: ต่างกันเกินไป = ไปต่อไม่ได้
ความจริง: ความแตกต่าง ไม่ใช่สัญญาณว่าความสัมพันธ์จะไม่เวิร์กเสมอไป
“ในหลักจิตวิทยา คนเรามักจะดึงดูดคน 2 ประเภทในความรัก คือ คนที่มีบางอย่างคล้ายกับเราและคนที่มีความแตกต่างกัน เพราะอีกฝ่ายสามารถเข้ามาเติมสิ่งที่เราขาดไป”
แม้ว่าความแตกต่างของบุคลิกอาจมาพร้อมกับความท้าทาย มาสเตอร์อลิซแนะนำว่า ความแตกต่างเหล่านี้สามารถช่วยให้สองฝ่ายบาลานซ์กันและกันได้ในความสัมพันธ์ ทั้งจุดแข็ง มุมมอง และสไตล์การสื่อสาร
ความเชื่อที่ 4: เดทแรกไม่คลิก ก็แปลว่าไม่ใช่
ความจริง: Vibe ในวันนั้นอาจไม่ลงตัว ไม่ใช่เพราะตัวตนของอีกฝ่าย
เคมีระหว่างกันไม่ได้เกิดขึ้นทันทีเสมอไป บางคนเชื่อในแนวคิด “ด้ายแดงแห่งโชคชะตา” (The Red String of Fate) บางการเชื่อมต่ออาจถูกกำหนดไว้แล้วเพื่อให้วนกลับมาเจอกันอีกครั้ง และบางครั้งการค้นพบการเชื่อมต่อที่ใช่ อาจเริ่มต้นจากเพียงการเปิดโอกาสให้ใครสักคน
“ต้องให้โอกาสตัวเองก่อน เพราะมีหลายคนที่ครั้งแรกรู้สึกยังไม่อิน แต่พอได้รู้จักกันมากขึ้นกลับกลายเป็นคนใกล้ชิด”
มาสเตอร์อลิซ แนะนำว่า จังหวะเวลา บรรยากาศและสถานการณ์ในวันนั้น ล้วนมีผลต่อการออกเดทในครั้งแรก ดังนั้นกาแฟหรือมื้ออาหารที่ไม่ราบรื่นเพียงครั้งเดียว ไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์จะไม่มีโอกาสไปต่อ
ความเชื่อที่ 5: เพียงราศีที่สมพงษ์กัน ก็ถือว่าเคมีเราเข้ากันแล้ว
ความจริง: โหราศาสตร์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทสนทนา แต่เคมีที่แท้จริงเกิดจากการเรียนรู้กันและกัน
“โหราศาสตร์อาจช่วยให้เราเริ่มทำความรู้จักกันได้แต่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญคือเดทแรก และมากไปกว่านั้นคือการใช้เวลาเรียนรู้และสร้างความผูกพันระหว่างกัน ความสัมพันธ์ที่แท้จริงต้องใช้เวลาในการค่อย ๆ พัฒนา”
แม้ว่าโหราศาสตร์อาจช่วยให้เข้าใจมุมต่าง ๆ ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกของอีกฝ่าย สไตล์การสื่อสารและความเข้ากันได้ทางอารมณ์และความรู้สึก มาสเตอร์อลิซ แนะนำว่า ความสัมพันธ์ที่มีความหมายเริ่มต้นได้จากการพูดคุย โมเมนต์ที่แชร์ร่วมกัน และการเชื่อมต่อกันอย่างจริงใจ
นี่คือแนวคิดของฟีเจอร์ Astrology Mode (ดวงสมพงษ์) บน Tinder ที่ช่วยให้คนโสดเข้าใจตัวเองมากยิ่งขึ้นสร้างจังหวะในการเริ่มต้นบทสนทนา และค้นพบตัวตนมากกว่าเพียงรูปโปรไฟล์ ไม่ว่าจะเปิดด้วยเรื่องราศีหรือคำทักทายง่าย ๆ ฟีเจอร์นี้ก็พร้อมเปลี่ยนราศีให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่มีความหมาย
















