ตามรายงานของเภสัชกรรมแผนไทยได้จัดให้สมุนไพรหลายชนิด ที่มักใช้ร่วมกัน เพื่อให้ได้สรรพคุณ ที่ต้องการเป็นหมวดหมู่ แล้วรวมเรียกเป็นชื่อเดียว ให้ง่ายแก่การจดจำและจ่ายยา เรียกว่า “พิกัดยา” ซึ่งอาจประกอบด้วย สมุนไพรตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป ได้แก่
1.พิกัดตรีผลา ประกอบด้วย ผลสมอไทย ผลสมอพิเภก ผลมะขามป้อม
2.พิกัดตรีกฏุก ประกอบด้วย ผลพริกไทย เหง้าขิงแห้ง ผลดีปลี
3.พิกัดตรีกาฬพิษ ประกอบด้วย รากกระชาย เหง้าข่า รากกะเพราแดง
4.พิกัดจตุกาลธาตุ ประกอบด้วย เหง้าว่านน้ำ เปลือกแคแตร รากนมสวรรค์ รากเจตมูลเพลิงแดง
5.พิกัดเบญจกูล ประกอบด้วย รากเจตมูลแดง เหง้าขิงแห้ง ผลดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน
6.พิกัดเบญโลกวิเชียร ประกอบด้วย รากมะเดื่อชุมพร รากชิงชี่ รากท้าวยายม่อม รากคนทา รากย่านาง เป็นต้น

(Long Pepper)
ลักษณะ ไม้เถา รากฝอยออกบริเวณข้อ เพื่อใช้ยึดเกาะ ใบเดี่ยว รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 7-10 ซม. สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยอัดกันแน่น แยกเพศ ผลสด มีสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง รสเผ็ดร้อน
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ผลแก่จัดแต่ยังไม่สุกตากแห้ง – ใช้เป็นยาขับลม บำรุงธาตุ แก้ท้องเสีย ขับรกหลังคลอด โดยใช้ผล 1 กำมือ (ประมาณ 10-15 ผล) ต้มเอาน้ำดื่ม นอกจากนี้ใช้เป็นยาแก้ไอ โดยเอาผลแห้งครึ่งผล ฝนกับมะนาวแทรกเกลือ ใช้กวาดคอหรือจิบบ่อย ๆ มีฤทธิ์ขับลมและแก้ไอ เกิดจากน้ำมันหอมระเหยและแอลคาลอยด์ piperine ควรระวังการใช้ในสตรีมีครรภ์

(Boesenbergia rotunda (Linn.) Mansf.)
ชื่ออื่น กะแอน ระแอน ว่านพระอาทิตย์
ลักษณะ ไม้ล้มลุก ไม่มีลำต้นบนดิน มีเหง้าใต้ดิน ซึ่งแตกรากออกไปเป็นกระจุกจำนวนมาก อวบน้ำ ตรงกลางพองกว้างกว่าส่วนหัวและท้าย ใบเดี่ยว เรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 4.5-10 ซม. ยาว 15-30 ซม. ตรงกลางด้านในของก้านใบมีรองลึก ดอกช่อ ออกแทรกอยู่ระหว่างกาบใบที่โคนต้น กลีบดอกสีขาวหรือชมพูอ่อน ใบประดับรูปใบหอก สีม่วงแดง ดอกย่อยบานครั้งละ 1 ดอก
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
เหง้า – ใช้แก้โรคในปาก ขับปัสสาวะ รักษาโรคบิด แก้ปวดมวนท้อง ขับระดูขาว

(Alpinia nigra (Gaertn.) B. L. Burtt)
ชื่ออื่น ข่าหยวก ข่าหลวง
ลักษณะ ไม้ล้มลุก สูง 1.5-2 เมตร เหง้ามีข้อและปล้องชัดเจน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก รูปวงรีหรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ดอกช่อ ออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้น ๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุดมีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผลแห้ง แตกได้ รูปกลม
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
เหง้าสด ตำผสมกับเหล้าโรง ใช้ทารักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา เช่น กลาก เกลื้อน สารที่ออกฤทธิ์คือน้ำมันหอมระเหย และ 1′-acetoxychavicol acetate
เหง้าอ่อน – ต้มเอาน้ำดื่ม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และขับลม ข่าไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์และไม่เป็นพิษ

(Holy Basil)
ชื่ออื่น กอมก้อ กอมก้อดง กระเพราขาว กระเพราขน
ลักษณะ ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 0.3-0.9 เมตร ทุกส่วนมีกลิ่นเฉพาะ ลำต้นสี่เหลี่ยม กิ่งอ่อนอาจมีสีม่วงแดงแกมเขียว ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปวงรี กว้าง 2-3 ซม. ยาว 4-6 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อยห่าง ๆ สีเขียวแกมม่วงแดง ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด กลีบเลี้ยงและกลีบดอกต่างแยกเป็น 2 ปาก กลีบดอกสีชมพูแกมม่วง ใบประดับสีเขียวแกมม่วง ผลแห้ง มี 4 ผลย่อย
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ใบหรือทั้งต้น – เป็นยาขับลมแก้ปวดท้อง ท้องเสีย และคลื่นไส้อาเจียน โดยใช้ยอดสด 1 กำมือ ต้มพอเดือด ดื่มเฉพาะส่วนน้ำ พบว่าฤทธิ์ขับลม เกิดจากน้ำมันหอมระเหย และสาร eugenol มีฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมันและลดอาการจุกเสียด

(Rose-colored Leadwort)
ชื่ออื่น ปิดปิวแดง ไฟใต้ดิน
ลักษณะ ไม้พุ่ม สูง 0.8-1.5 เมตร ลำต้นกลมเรียบ มีสีแดงบริเวณข้อ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมวงรี กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงมีต่อม ซึ่งเมื่อจับจะรู้สึกเหนียว กลีบดอกสีแดง ผลแห้ง แตกได้
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
รากแห้ง – ใช้ขับประจำเดือน กระจายลม บำรุงธาตุ รักษาโรคริดสีดวงทวาร พบว่ามีสาร plumbagin ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของมดลูกและลำไส้ ช่วยให้มีการหลั่งน้ำย่อยเพิ่มขึ้น เพิ่มความอยากอาหาร แต่ควรระวังในการใช้ เนื่องจาก plumbagin ระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร และอาจเป็นพิษได้

















