วันพฤหัสบดี 13 สิงหาคม 2026
หน้าแรก วิถีสุขภาพ พืชสมุนไพรพิกัดไทย (1)

พืชสมุนไพรพิกัดไทย (1)

พืชสมุนไพรพิกัดไทย 

         ตามรายงานของเภสัชกรรมแผนไทยได้จัดให้สมุนไพรหลายชนิด ที่มักใช้ร่วมกัน เพื่อให้ได้สรรพคุณ ที่ต้องการเป็นหมวดหมู่ แล้วรวมเรียกเป็นชื่อเดียว ให้ง่ายแก่การจดจำและจ่ายยา เรียกว่า “พิกัดยา” ซึ่งอาจประกอบด้วย สมุนไพรตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป ได้แก่

1.พิกัดตรีผลา ประกอบด้วย ผลสมอไทย ผลสมอพิเภก ผลมะขามป้อม

2.พิกัดตรีกฏุก ประกอบด้วย ผลพริกไทย เหง้าขิงแห้ง ผลดีปลี

3.พิกัดตรีกาฬพิษ ประกอบด้วย รากกระชาย เหง้าข่า รากกะเพราแดง

4.พิกัดจตุกาลธาตุ ประกอบด้วย เหง้าว่านน้ำ เปลือกแคแตร รากนมสวรรค์ รากเจตมูลเพลิงแดง

5.พิกัดเบญจกูล ประกอบด้วย รากเจตมูลแดง เหง้าขิงแห้ง ผลดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน

6.พิกัดเบญโลกวิเชียร ประกอบด้วย รากมะเดื่อชุมพร รากชิงชี่ รากท้าวยายม่อม รากคนทา รากย่านาง เป็นต้น

สมอไทย

(Myrobalan Wood)
ชื่ออื่น
สมออัพยา

         ลักษณะไม้ยืนต้น สูง 20-35 เมตร เปลือกต้นขรุขระ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือเกือบตรงข้าม รูปวงรี กว้าง 6-10 ซม. ยาว 8-15 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบสีเหลือง ผลเป็นผลสด รูปวงรี มีสัน 5 สัน
         สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
         ผลแก่ดิบ – ใช้เป็นยาระบาย ขับเสมหะ แก้บิด แก้ไข้

สมอพิเภก

(Beleric Myrobalan)
ชื่ออื่น
ลัน สมอแหน แหน แหนขาว แหนต้น

         ลักษณะไม้ยืนต้น สูง 25-50 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กลับแกมวงรี กว้าง 5-10 ซม. ยาว 10-20 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ และดอกตัวผู้อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบสีเหลือง ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม มีสัน 5 สัน
         สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
         ผลดิบ – ใช้เป็นยาระบาย ขับเสมหะ
         ผลดิบ – มีฤทธิ์ฝาดสมาน แก้ท้องเสีย

มะขามป้อม

(Emblic Myrobalan, Malacca Tree)

ชื่ออื่น กำทวด

         ลักษณะไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 0.25-0.5 ซม. ยาว 0.8-1.2 ซม. ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยสีนวล ผลเป็นผลสด รูปกลม ผิวเรียบ มีเส้นพาดตามยาว 6 เส้น เมล็ด กลม สีเขียวเข้ม
         สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
         เนื้อผลแห้งหรือสด – รับประทานขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ ผลแห้งต้มกินแก้ไข้ น้ำคั้นผลสดแก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ มีวิตามินซีใช้แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน

พริกไทย

(Pepper)  
ชื่ออื่น
พริกน้อย

         ลักษณะไม้เถาเนื้อแข็ง รากฝอยออกบริเวณข้อ เพื่อใช้ยึดเกาะข้อโป่งนูน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ กว้าง 5-8 ซม. ยาว 8-11 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยสมบูรณืเพศ สีขาวแกมเขียว ผลสด กลม จัดเรียงตัวแน่นอยู่บนแก้ม ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกมีสีแดง
         สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา พริกไทยเป็นเครื่องเทศ ใช้แต่งกลิ่นรสและช่วยถนอมอาหาร
         ผล – ใช้เป็นยาขับลม แก้อาการท้องอืดเฟ้อ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะและกระตุ้นประสาท พบว่าผลมีน้ำมันหอมระเหยและแอลคาลอยด์ piperine
         พริกไทยที่มีขายในท้องตลาดมี 2 ชนิด คือ

พริกไทยดำ เป็นผลแก่แต่ยังไม่สุก นำมาตากแห้ง
พริกไทยล่อน ได้จากผลสุกที่นำมาแช่น้ำ เพื่อลอกเปลือกชั้นนอกออก แล้วจึงตากให้แห้ง

ขิง

(Ginger)
ชื่ออื่น
ขิงแกลง ขิงแดง ขิงเผือก

         ลักษณะ ไม้ล้มลุก สูง 0.3-1 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีนวลมีกลิ่นเฉพาะ แทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นมาจากดิน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน แกมใบหอก กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 15-20 ซม. ดอกช่อ แทงออกจากเหง้า กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว ใบประดับสีเขียวอ่อน ผลแห้ง มี 3 พู
         สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
         เหง้าแก่ทั้งสดและแห้ง – ตำรายาไทยใช้เป็นยาขับลม ช่วยให้เจริญอาหาร แก้อาเจียน แก้ไอ ขับเสมหะและขับเหงื่อ โดยใช้เหง้าสดขนาดนิ้วหัวแม่มือต้มกับน้ำ
         ผงขิงแห้ง – ชงน้ำดื่ม จากการทดลองกับอาสาสมัคร 36 คน พบว่าผงขิง ป้องกันการเมารถ เมาเรือ ได้ดีกว่ายาแผนปัจจุบัน (dimenhydrinate) ในเหง้ามีน้ำมันหอมระเหย ประกอบด้วย menthol, borneol, fenchone, 6-shogaol และ 6-gingerol menthol มีฤทธิ์ขับลม borneol, fenchone และ 6-gingerol มีฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมัน นอกจากนี้พบว่า สารที่มีรสเผ็ด ได้แก่ 6-shogaol และ 6-gingrol ลดการบีบตัวของลำไส้ จึงช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเกร็ง