ตำรับยาสมุนไพรแก้ริดสีดวงทวาร ยาระบาย ยาถ่าย
————————————————
ข่อย หรือกักไม้ฝอย ส้มพอ เป็นไม้ยืนต้น มีน้ำยางขาว สูง 5-15 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน รูปวงรี หรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. ผิวใบสากคาย ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่คนละต้น ช่อดอกตัวผู้เป็นช่อกลม ช่อดอกตัวเมียออกเป็นกระจุกมี 2-4 ดอกย่อย กลีบดอกสีเหลือง / ผลสด รูปไข่ เมื่อสุกสีเหลือง
ประโยชน์ทางสมุนไพร เปลือกใช้แก้ท้องร่วงรำมะนาด บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ขับลม ยา
อายุวัฒนะ โรคผิวหนัง / ยาง ใช้กำจัดแมลง /ไม้ ทำกระดาษ ทำเป็นสมุดเรียกว่า สมุดไทยหรือสมุดข่อย เชียงใหม่ใช้มวนยาสูบ / กิ่งชาวอินเดียใช้สีฟัน ทำให้ฟันทน /ใบสดปิ้งไฟ ชงน้ำดื่มเป็นยาระบายอ่อน ๆ
เปลือกต้น หุงเป็นน้ำมันทารักษาริดสีดวงทวาร
————————————–
ลั่นทมขาว (ลีลาวดีขาวพวง)
ลั่นทมขาว (ลีลาวดีขาวพวง) เป็น ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 3-6 เมตร ทุกส่วนมีน้ำยางขาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอกกลับ กว้าง 5-8 ซม. ยาว 20-32 ซม. ดอกช่อ กระจุกแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยหลายดอก กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอดรูปกรวย มีกลิ่นหอม ผลแห้งเป็นฝักคู่สีม่วงแกมน้ำตาล เมล็ดมีขนสีขาว

ประโยชน์ทางสมุนไพร เปลือกราก ใช้เป็นยาขับน้ำเหลืองเสีย ยาระบาย ยาฟอกแก้อาการ
โรคงูสวัด เป็นยาที่ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก เป็นยาล้าง แก้การขับถ่ายผิดปกติของน้ำเมือก สำหรับแผลที่เกิดจากเชื้อ syphilis /เมล็ด ใช้เป็นยาห้ามเลือด (ภายใน) /น้ำยาง ใช้ทาแก้งูสวัด ทาโรคหิด ใช้ใส่แผล
แก้ริดสีดวงทวาร -ใช้ฝักใช้ฝนทาบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวาร
————————————–
ลั่นทมแดง เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 3-6 เมตร ทุกส่วนมีน้ำยางขาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอกกลับ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 20-25 ซม. ดอกช่อ กระจุกแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยหลายดอก กลีบดอกสีแดง เชื่อมติดกันเป็นหลอดรูปกรวย มีกลิ่นหอม ผลแห้งเป็นฝักคู่สีม่วงแกมน้ำตาล เมล็ดมีขนสีขาว
ประโยชน์ทางสมุนไพร น้ำยาง เป็นยาถ่ายอุจจาระ ทาแก้งูสวัด แก้หิด / เมล็ด เป็นยา

ระบาย ขับน้ำเหลือง แก้งูสวัด รักษาแผลซิฟิลิส / เปลือกราก แก้โรคหนองใน แก้ไขข้ออักเสบ ขับลม ถ่ายอุจจาระ/ แก่น ถ่ายเสมหะ ถ่ายโลหิต ถ่ายพิษโลหิตระดู ถ่ายพิษกามโรค
ฝัก ใช้ฝนทาแก้ริดสีดวงทวาร เช่นเดียวกับฝักลั่นทมขาว
————————————–
พญาไร้ใบ หรือเคียะจีน พญาร้อยใบ เคียะเทียน เป็นไม้ยืนต้น ขนาดเล็กสูง 4 – 7 เมตร ไม่มีหนาม มีน้ำยางสีขาวมาก อวบน้ำ แตกกิ่งก้านสาขามากกิ่ง รูปทรงกระบอก สีเขียว เกลี้ยง ใบเดี่ยว ออกเฉพาะที่ข้อส่วนปลายยอด ลดรูปเป็นแผ่นขนาดเล็ก ร่วงง่าย ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง ใบประดับสีเหลืองอ่อน ดอกตัวผู้และตัวเมีย ไม่มีกลีบดอก อยู่ในช่อเดียวกัน ผล แห้ง แตกได้

ประโยชน์ทางสมุนไพร ยาง – พญาไร้ใบจัดเป็นพืชมีพิษ เมื่อสัมผัสกับน้ำยางขาวจากต้น
จะทำให้ผิวหนังอักเสบ บวมเป็นผื่นแดง หากเข้าตาอาจทำให้ตาบอด ในยางขาวมีสาร deoxyphorbol และอนุพันธ์ ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคืองอย่างแรง และเป็นสารร่วมก่อมะเร็ง จึงควรระวังในการใช้
วิธีใช้ ใช้ยางขาวแต้มกัดหัวริดสีดวงทวาร
————————————–
เพชรสังฆาต หรือขั่นข้อ สันชะควด สามร้อยต่อ เป็นไม้เลื้อย ลำต้นรูปสี่เหลี่ยมเป็นครีบ ผิวเรียบ มีรอยคอดบริเวณข้อ ใบเดี่ยว ออกข้อละ 1 ใบ บริเวณปลายเถาตรงข้ามใบมีมือเกาะ รูปสามเหลี่ยมหรือรูปไข่ กว้าง 3 – 8 ซม. ยาว 4 – 10 ซม. ขอบใบหยักมน เนื้อใบค่อนข้างหนา ดอกช่อ ออกตรงข้ามใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกด้านนอกสีเขียวแกมเหลือง โคนกลีบมีแถบสีแดง กลีบด้านในสีขาวแกมเขียว ผล เป็นผลสด รูปกลม

ประโยชน์ทางสมุนไพร เพชรสังฆาตและอัคคีทวาร มีสรรพคุณในการรักษาโรคริดสีดวง
ทวารได้ดีเท่ากับยาแผนปัจจุบันแต่สิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับการใช้ยาสมุนไพรคือการปรับปรุงพฤติกรรมการขับถ่ายและระมัดระวังอย่าให้ท้องผูกเรื้อรังจึงจะทำให้การใช้ยาสมุนไพรรักษาโรคริดสีดวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีใช้ ให้ใช้เถาสดความยาวประมาณ 1-2 นิ้วต่อมื้อ สอดไส้ในกล้วยสุกแล้วกินประมาณ 10-15 วันจะช่วยให้อาการริดสีดวงดีขึ้น(การกินเถาเพชรสังฆาตสดๆ โดยการเคี้ยวโดยตรงจะทำให้คันคอและปากได้) อีกวิธีหนึ่งคือ การใช้เถาเพชรสังฆาตตากแห้งแล้วบดให้เป็นผงละเอียดบรรจุใส่แคปซูลขนาด 250 มิลลิกรัม กินวันละ 4 ครั้ง(ก่อนอาหารเช้า-เที่ยง-เย็นและก่อนนอน) ครั้งละ 2 แคปซูล จะช่วยบรรเทาอาการริดสีดวงทวารภายใน 5-7 วันหลังจากนั้นให้กินยาต่อไปจนหายเป็นปกติ
————————————–

















