โดย…พินิจ จันทร
วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564
กระชาย
กระชาย – Boesenbergia rotunda (Linn.) Mansf. หรือ กะแอน ระแอน ว่านพระอาทิตย์

เป็นไม้ล้มลุก ไม่มีลำต้นบนดิน มีเหง้าใต้ดิน ซึ่งแตกรากออกไป เป็นกระจุกจำนวนมาก อวบน้ำ ตรงกลางพองกว้างกว่าส่วนหัวและท้าย
ใบเดี่ยว เรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 4.5-10 ซม. ยาว 15-30 ซม. ตรงกลางด้านในของก้านใบมีรองลึก
ดอกช่อ ออกแทรกอยู่ระหว่างกาบใบที่โคนต้น กลีบดอกสีขาวหรือชมพูอ่อน ใบประดับรูปใบหอก สีม่วงแดง ดอกย่อยบานครั้งละ 1 ดอก
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
เหง้า – ใช้แก้โรคในปาก ขับปัสสาวะ รักษาโรคบิด แก้ปวดมวนท้อง ขับระดูขาว
กระท้อน
กระท้อน – Sandoricum koetjape (Burm. f.) Merr.หรือ เตียน เลื่ยน สะท้อน มะต้อง มะตึ๋น

เป็นไม้ยืนต้น มียางขาว สูง 15 – 30 เมตร
ใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่แกมวงรี แกมขอบขนาน กว้าง 6 – 15 ซม. ยาว 8 – 20 ซม. เมื่อแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง
ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีเหลืองหม่น
ผลเป็นผลสด รูปกลมแป้น สีเหลือง ผิวมีขนแบบกำมะหยี่
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
เปลือก – ใช้เปลือกต้นต้มน้ำดื่มแก้ท้องเสีย
ทับทิม
ทับทิม – Pomegranate หรือ พิลา พิลาขาว มะก่องแก้ว มะเก๊าะ

เป็นไม้พุ่ม สูง 2 – 5 เมตร กิ่งเล็กๆ มักเปลี่ยนเป็นหนามแหลม
ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 1 – 2 ซม. ยาว 4 – 6 ซม. ใบอ่อนมีสีแดง
ดอกเดี่ยว หรือช่อ 2 – 5 ดอก ออกที่ซอกใบและปลายยอด กลีบดอกสีส้มแดง ร่วงง่าย กลีบเลี้ยงหนาแข็ง สีส้ม แกมเหลือง
ผลเป็นผลสด รูปกลม
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
เปลือกผล – ใช้เปลือกผลแก่ตากแห้ง รักษาอาการท้องร่วง ขนาดที่ใช้คือ เปลือกผลแห้ง ประมาณ 1 ใน 4 ผล ฝนหับน้ำให้ข้นๆ กินวันละ 1 – 2 ครั้ง การกินขนาดสูงอาจเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ ใช้ฝนกับน้ำทาแก้น้ำกัดเท้า พบว่ามีสารแทนนิน และกรดแทนนิกซึ่งช่วยฝาดสมาน
เปลือกราก, เปลือกต้น – มีสาร pelletierine และ isopelletierine ซึ่งเป็นพิษจึงไม่ควรใช้
ช้าพลู
ช้าพลู – Piper sarmentosum Roxb. ex Hunter หรือ นมวา ผักปูนา ผักพลูนก พลูลิง

เป็นไม้ล้มลุก สูง 30 – 80 ซม. มีไหลงอกเป็นต้นใหม่
ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5 – 10 ซม. ยาว 7 – 15 ซม.
ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยแยกเพศ
ผลเป็นผลสด
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ต้น – ใช้ทั้งต้นขับเสมหะ ใบเป็นยาขับลม การทดลองในสัตว์พบว่าสารสกัด ทั้งต้นมีฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ และคลายกล้ามเนื้อ
กระทงลาย
กระทงลาย – Celastrus paniculatus Willd หรือ กระทุงลาย โชด นางแตก มะแตก มะแตกเครือ มักแตก

เป็นไม้เถารอเลื้อย เนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีหรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 2.5-4 ซม. ยาว 6-8 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีเขียว ผลแห้ง แตกได้ รูปทรงกลม หรือรูปไข่ เมล็ดมีเยื่อสีน้ำตาลแดง
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ราก – ใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้มาลาเรีย
ใบ – รักษาโรคบิด
แก่น – รักษาวัณโรค
ผล – แก้ลมจุกเสียด บำรุงโลหิต
เมล็ด – พอก หรือรับประทานรักษาโรคปวดตามข้อ กล้ามเนื้อและอัมพาต
น้ำมันในเมล็ด – รักษาโรคเหน็บชา และเป็นยาขับเหงื่อ

โกฏจุฬาลำพา – Artemisia vulgaris Linn. เป็นไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 1.5 เมตร รากมีกลิ่นหอม
ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปใบหอก ขอบหยักเว้า ลึกเป็นพู
ดอกช่อ แยกแขนง ประกอบด้วยช่อย่อยเป็นกระจุกกลม ขนาดเล็กออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง มีชั้นใบประดับ กลีบดอกสีเหลืองอ่อน
ผลแห้ง ไม่แตกเมล็ด รูปขอบขนานหรือรูปไข่ ผิวเกลี้ยง
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ใบและช่อดอกแห้ง – ใช้แก้ไข้ที่มีผื่น เช่น หัด สุกใส แก้ไอ

เข็มแดง – Ixora macrothyrsa Teijsm. et Binn. หรือ เข็มเศรษฐี
เป็นไม้พุ่ม สูง 2 – 4 เมตร
ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 6 – 9 ซม. ยาว 15 – 20 ซม. หูใบอยู่ระหว่างก้านใบ
ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีแดงเข้ม เชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว
ผลสด เมื่อสุกสีม่วงแดง
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ราก, ดอก – แก้บิด
ไข่เน่า
ไข่เน่า – Vitex glabrata R. Br. หรือ ขี้เห็น คมขวาน ฝรั่ง

เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 10 – 25 เมตร
ใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงตรงข้าม ใบย่อย 3 – 5 ใบ รูปไข่กลับแกมวงรี หรือรูปใบหอกกลับ กว้าง 4 – 6 ซม. ยาว 10 – 13 ซม.
ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีม่วงอ่อน เชื่อมติดกันเป็นหลอดกว้าง มีขนละเอียด
ผลเป็นผลสด รูปไข่หรือรูปไข่กลับ เมื่อสุกสีม่วงดำ
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
เปลือกต้น, ราก เป็นยาเจริญอาหาร แก้เด็กถ่ายเป็นฟอง แก้บิด แก้ไข้ แก้ตานขโมย แก้ท้องเสีย
ฆ้องสามย่าน – Kalanchoe laciniata (Linn.) DC. หรือ เถาไฟ ฮอมแฮม

เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งตรง สูงได้ถึง 1 เมตร ลำต้นและใบฉ่ำน้ำ
ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม มีหลายรูปร่าง ใบบริเวณกลางลำต้นเว้าเป็นแฉกลึก ดูกล้ายเป็นใบประกอบ ใบบริเวณโคนต้นไม่เว้า หรือเว้าเป็นแฉกตื้นๆ ใบทั้งสองแบบสีเขียวอ่อน อาจมีสีม่วงแซม
ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีเหลืองเชื่อมติดกันเป็นหลอด
ผลแห้ง แตกตะเข็บเดียว รูปไข่แกมขอบขนาน
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
ใบ – น้ำคั้นจากใบใช้กินแก้ท้องร่วง ใช้ใบเป็นยาเย็น ดับพิษร้อนภายใน ตำพอกแก้พิษอักเสบ ปวด บวม รักษาแผล ฝีห้ามเลือด พิษตะขาบ แมงป่อง ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงทาลิ้นเด็กอ่อนแก้ละอองทราง

เปล้าน้อย – Croton sublyratus Kurz เป็นไม้พุ่ม หรือไม้ยืนต้น สูง 1 – 4 เมตร ผลัดใบ
ใบเดี่ยว เรียงสลับรูปใบหอกกลับ กว้าง 4 – 6 ซม. ยาว 10 – 15 ซม.
ดอกช่อ ออกที่ซอกใบบริเวณปลายกิ่ง และที่ปลายกิ่ง ดอกช่อย่อยขนาดเล็ก แยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน กลีบดอกสีนวล
ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา
เปลือก, ใบ – รักษาโรคท้องเสีย บำรุงโลหิตประจำเดือน ใบเปล้าน้อยที่ปลูกในประเทศไทย มีสาร plaunotol ซึ่งมีฤทธิ์ สมานแผลในกระเพาะอาหารดีมาก แต่ต้องสกัด และทำเป็นยาเม็ด ปัจจุบัน บริษัทยาจากประเทศญี่ปุ่นจดสิทธิบัตร การผลิตจำหน่ายทั่วโลก นับมูลค่าหลายพันล้านบาทต่อปี นับเป็นกรณีตัวอย่าง การสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของคนไทย
(ตอนต่อไป : ยาดีสมุนไพรแก้พยาธิในลำไส้)

















