กัญชา ถือได้ว่าเป็นพืชมหัศจรรย์ของคนทั้งโลกอีกสายพันธุ์หนึ่งก็ว่าได้ ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุมีการนำมาใช้รักษาสารพัดโรคมาแล้วไม่น้อยกว่า 5,000 ปี
สำหรับประเทศไทยก็เคยใช้กัญชาทางการแพทย์มามากกว่า 360 ปี แต่ก็ทำกันแบบไม่เปิดเผยเพราะถือว่ากัญชาเป็นยาเสพติดผิดกฏหมายและเพิ่งจะคลายล็อกให้สามารถปลูกเพื่อใช้ทางการแพทย์ได้เมื่อไม่นานมานี้

ประเทศอังกฤษ ก็เพิ่งรู้จักประโยชน์ของกัญชารักษาโรคหลังจากไปยึดครองประเทศอินเดียมาเป็นอาณานิคม เมื่อประมาณ 200 ปีที่ผ่านม) หลังจากนั้นก็แพร่ขยายไปยังสหรัฐอเมริกาจนกลายเป็นอาชีพหลักของ จอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐฯโดยการปลูกกัญชาขายจนร่ำรวยแบบชนิดเอาไม่อยู่มาแล้ว
กล่าวว่า ยาที่มีจำหน่ายในช่วงศตวรรษที่ 18 จำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยาที่มีอยู่ล้วนเป็นส่วนประกอบจากกัญชาโดยบรรจุอยู่ในเภสัชตำรับทั้งอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
ต่อมาเมื่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีเติบโตและมีการผลิตยาจากสารเคมี ได้ถูกกระบวนการทำลายคู่แข่งที่เป็นยาจากธรรมชาติ โดยการใส่ร้ายป้ายสีว่ากัญชาคือยาเสพติด ใช้แล้วเกิดอาการทางจิต คลั่ง จนถึงก่ออาชญากรรม ทั้งๆที่ผู้คนใช้รักษาโรคอย่างปลอดภัยมาเป็นร้อยปี ไม่มีฤทธิ์เสพติด
ในยุคการติดต่อสื่อสารแบบไร้พรหมแดน(อินเตอร์เน็ต) ทำให้มวลมนุษย์ชาติได้รับองค์ความรู้และภูมิปัญญาในอดีตกลับมาฟื้นคืนชีพได้แพร่กระจายอย่างกว้างขวาง เกิดกระบวนการประชาชนเรียกร้องให้แก้กฎหมายอนุญาตให้นำกัญชากลับมาใช้รักษาโรคได้ ทั้งอังกฤษและสหรัฐจึงเริ่มมีการผ่อนคลายลดความเป็นอาชญากรรมเรื่องการใช้กัญชา อนุญาตให้มีการนำมาใช้รักษาโรคได้อีกครั้ง เมื่อเจ็บป่วยก็สามารถเข้าถึงกัญชาเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาที่สำคัญได้ อย่างเช่น
ยาสกัดจากกัญชาโดรนาบินอล (dronabinol ชื่อการค้า คือ มารินอล (Marinol ) เป็นสารสังเคราะห์ของ tetrahydrocannabinol (THC) รูปแบบยาเม็ด ใช้แก้อาเจียน กระตุ้นความอยากอาหาร
ยานาบิกซีมอล (Nabiximol) ชื่อการค้าคือ ซาติเวกซ์ (Sativex) ใช้แบบสเปรย์พ่นเข้าปาก ใต้ลิ้น แทนการสูบ ใช้ลดการปวดประสาท รักษาอาการนอนไม่หลับ และรักษาอาการปวดเส้นประสาทอย่างรุนแรง บริษัทไบเออร์ เป็นผู้ได้รับสิทธิ์ในการวางตลาดในสหราชอาณาจักร
สำหรับประเทศไทยที่ผ่านมาก็มีสภาพภาพไม่ต่างไปจากประเทศอื่น คือ ไม่สามารถเข้าถึงการนำกัญชามาใช้รักษาโรคได้และมีความพยายามเรียกร้องให้มีการแก้กฎหมายยาเสพติดจากหลายฝ่ายมายาว นานแต่ก็ไม่บรรลุผลเพราะมีข้อถกเถียงและขั้นตอนทางกฎหมายมาก
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเป็น “มายาคติ” ที่บิดเบือนโดยกลุ่มผลประโยชน์ที่มีมานับร้อยปียังครอบงำฝังรากลึกในความคิดของคนไทยจำนวนมาก
แต่ในที่สุดด้วยสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไป ประกอบกับแรงผลักดันอันเข้มแข็งของคนในวงการกัญชาไทยจึงทำให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ต้องเปิดคลายล็อกให้สามารถปลูกกัญชาและนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ได้
(ตอนต่อไปเป็นองค์ความรู้เกี่ยวกับกัญชา “ยาไทยโบราณ”)

















