ตามที่คณะกรรมการรังนกฯประกาศให้สัมปทานรังนกฯ เป็นเวลา 5 ปี หลังจากสัญญาการสัมปทานรังนกจะหมดลงในวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ปรากฏว่า หลังจากเปิดขายซองเอกสารการประมูลไป 5 ครั้ง ก็ยังไม่มีผู้สนใจยื่นซองประมูลแต่อย่างใดล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 คณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง ได้กำหนดราคากลาง รายละเอียดต่างๆของการเปิดซองประมูลรังนกฯในครั้งที่ 6 ไว้ที่ราคา 427.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคากลางที่ลดลงจากเดิมร้อยละ 5 กำหนดเงินประกันซองไว้ที่ 10 ล้านบาท หลักประกันสัญญาร้อยละ 30 ของเงินประมูลรังนก และในวันทำสัญญาในวันแรกนั้นผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้เข้าสัมปทานรังนกฯจะต้องชำระเงินร้อยละ 20

พร้อมกันนั้นทาง อบจ.พัทลุง ได้ส่งเอกสารการประมูลไปยังบริษัทรังนก 14 บริษัท พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามารับซองเอกสารการประมูลรังนก ฯ ในระหว่างวันที่ 7 – 14 กรกฎาคม 2564 และกำหนดยื่นซองประมูลรังนกฯ ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ระหว่างเวลา 09.00 น. – 11.00 น. ณ หอประชุมจังหวัดพัทลุง ซึ่งในการประมูลรังนกในครั้งที่ 6 นั้น ได้มีบริษัทจากภาคตะวันออกรายหนึ่งเข้ามารับเอกสารประมูลรังนกไปเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา 1 ราย
ช่วงสายวันที่ 15 ก.ค. ที่หอประชุมจังหวัดพัทลุง ทางคณะกรรมการรังนกฯและ อบจ.พัทลุงได้จัดให้มีการการยื่นซองปะมูลรังนก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบเหงา ซึ่งทางบริษัทรังนกที่เข้ามารับซองเอกสารไม่ได้เดินทางเข้ามายื่นซองแต่อย่างใด ในขณะที่กลุ่มทุนของจังหวัดพัทลุง ที่ได้ร่วมกันจัดตั้ง “ บริษัทรังนกพัทลุง “ ไปก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ได้เข้ามารับซองเอกสารในก่อนหน้านี้แต่อย่างใดเช่นกัน ซึ่งคณะกรรมการกำหนดราคากลางรังนกฯได้กำหนดประชุมเพื่อกำหนดราคาในตอนสายวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 และนำเข้าเสนอต่อคณะกรรมการรังนกฯในตอนเย็นวันเดียวกัน
ด้านนายปรีดี มนตรี คณะกรรมการังนกฯ เผยว่า ตนจะเสนอให้มีการเปิดกว้างในการยื่นซองการสัมปทานรังนกฯทุกราคา แล้วนำราคาสูงสุดเข้ามาเจรจาพูดคุย หากการเจราจาพูดคุยกับผู้ยื่นประมูลราคาสูงสุดเป็นที่พึงพอใจก็จะทำสัญญาการประมูลกัน หากเจรจาไม่สำเร็จก็จะเปิดประมูลกันในครั้งต่อไป การกำหนดราคากลางที่ 427.5 ล้านบาท น่าจะไม่มีผู้เข้ามาประมูลอย่างแน่นอน จึงจำเป็นที่จะต้องเปิดกว้างการยื่นราคาประมูลทุกราคา และประการสำคัญในปลายเดือนสิงหาคม 2564 นี้ จะเข้ารอบการเก็บรังนกในครั้งที่ 3 จากนั้นจะมีการเก็บรังนกครั้งที่ 1 ในปี2565 ในปลายเดือน มีนาคม 2565 ซึ่งคณะกรรมการรังนกฯศจะต้องจัดให้มีการประมูลให้เสร็จสิ้นและทำสัญญาในเดือนสิงหาคม 2564 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สัมปทานจัดเก็บรังนกฯได้ในครั้งที่ 3 หากจัดประมูลรังนกไม่ได้ทาง อบจ.พัทลุงจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงถึง 57,000 บาท/เดือน ในขณะเดียวกันบริษัทรังนกก็ไม่น่าที่จะเข้ามาสัมปทานหลังจากเดือนสิงหาคม 2564 เพราะกว่าจะเก็บรังนกในครั้งที่ 1 ในปี 2565 ได้จะต้องดูแลถ้ำรังนกมากกว่า 6 เดือน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่าเดือนละ 1 ล้านบาท ดังนั้น การเปิดการประมูลโดยการเปิดรับทุกราคา แล้วนำผู้ยื่นราคาสูงสุดมาพิจารณา โดยยึดหลักผลประโยชน์ของพี่น้องชาวพัทลุงเป็นสิ่งสำคัญจึงเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้
สุธรรม คงเพชร จ.พัทลุง/รายงาน

















