วันศุกร์ 31 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก หน้าข่าว แปลกมาก ประมูลรังนกครั้งที่ 6 ยังไร้ผู้สนใจ

แปลกมาก ประมูลรังนกครั้งที่ 6 ยังไร้ผู้สนใจ

ตามที่คณะกรรมการรังนกฯประกาศให้สัมปทานรังนกฯ เป็นเวลา 5 ปี หลังจากสัญญาการสัมปทานรังนกจะหมดลงในวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ปรากฏว่า หลังจากเปิดขายซองเอกสารการประมูลไป 5 ครั้ง ก็ยังไม่มีผู้สนใจยื่นซองประมูลแต่อย่างใดล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564  คณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง ได้กำหนดราคากลาง รายละเอียดต่างๆของการเปิดซองประมูลรังนกฯในครั้งที่ 6  ไว้ที่ราคา 427.5 ล้านบาท  ซึ่งเป็นราคากลางที่ลดลงจากเดิมร้อยละ 5  กำหนดเงินประกันซองไว้ที่ 10 ล้านบาท หลักประกันสัญญาร้อยละ 30 ของเงินประมูลรังนก และในวันทำสัญญาในวันแรกนั้นผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้เข้าสัมปทานรังนกฯจะต้องชำระเงินร้อยละ 20

พร้อมกันนั้นทาง อบจ.พัทลุง ได้ส่งเอกสารการประมูลไปยังบริษัทรังนก   14 บริษัท พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามารับซองเอกสารการประมูลรังนก ฯ ในระหว่างวันที่ 7 – 14 กรกฎาคม 2564 และกำหนดยื่นซองประมูลรังนกฯ ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ระหว่างเวลา 09.00 น. – 11.00 น. ณ หอประชุมจังหวัดพัทลุง  ซึ่งในการประมูลรังนกในครั้งที่  6  นั้น  ได้มีบริษัทจากภาคตะวันออกรายหนึ่งเข้ามารับเอกสารประมูลรังนกไปเมื่อวันที่  9  กรกฎาคม  2564  ที่ผ่านมา  1  ราย

ช่วงสายวันที่  15 ก.ค. ที่หอประชุมจังหวัดพัทลุง  ทางคณะกรรมการรังนกฯและ  อบจ.พัทลุงได้จัดให้มีการการยื่นซองปะมูลรังนก  บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบเหงา  ซึ่งทางบริษัทรังนกที่เข้ามารับซองเอกสารไม่ได้เดินทางเข้ามายื่นซองแต่อย่างใด  ในขณะที่กลุ่มทุนของจังหวัดพัทลุง  ที่ได้ร่วมกันจัดตั้ง  “ บริษัทรังนกพัทลุง “ ไปก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ได้เข้ามารับซองเอกสารในก่อนหน้านี้แต่อย่างใดเช่นกัน  ซึ่งคณะกรรมการกำหนดราคากลางรังนกฯได้กำหนดประชุมเพื่อกำหนดราคาในตอนสายวันที่  16  กรกฎาคม  2564  และนำเข้าเสนอต่อคณะกรรมการรังนกฯในตอนเย็นวันเดียวกัน

ด้านนายปรีดี  มนตรี  คณะกรรมการังนกฯ  เผยว่า  ตนจะเสนอให้มีการเปิดกว้างในการยื่นซองการสัมปทานรังนกฯทุกราคา  แล้วนำราคาสูงสุดเข้ามาเจรจาพูดคุย   หากการเจราจาพูดคุยกับผู้ยื่นประมูลราคาสูงสุดเป็นที่พึงพอใจก็จะทำสัญญาการประมูลกัน  หากเจรจาไม่สำเร็จก็จะเปิดประมูลกันในครั้งต่อไป  การกำหนดราคากลางที่  427.5 ล้านบาท  น่าจะไม่มีผู้เข้ามาประมูลอย่างแน่นอน  จึงจำเป็นที่จะต้องเปิดกว้างการยื่นราคาประมูลทุกราคา   และประการสำคัญในปลายเดือนสิงหาคม  2564  นี้  จะเข้ารอบการเก็บรังนกในครั้งที่  3   จากนั้นจะมีการเก็บรังนกครั้งที่  1  ในปี2565  ในปลายเดือน  มีนาคม   2565  ซึ่งคณะกรรมการรังนกฯศจะต้องจัดให้มีการประมูลให้เสร็จสิ้นและทำสัญญาในเดือนสิงหาคม  2564  เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สัมปทานจัดเก็บรังนกฯได้ในครั้งที่  3 หากจัดประมูลรังนกไม่ได้ทาง  อบจ.พัทลุงจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงถึง  57,000  บาท/เดือน  ในขณะเดียวกันบริษัทรังนกก็ไม่น่าที่จะเข้ามาสัมปทานหลังจากเดือนสิงหาคม  2564  เพราะกว่าจะเก็บรังนกในครั้งที่  1  ในปี  2565  ได้จะต้องดูแลถ้ำรังนกมากกว่า  6  เดือน  ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่าเดือนละ  1  ล้านบาท  ดังนั้น  การเปิดการประมูลโดยการเปิดรับทุกราคา  แล้วนำผู้ยื่นราคาสูงสุดมาพิจารณา  โดยยึดหลักผลประโยชน์ของพี่น้องชาวพัทลุงเป็นสิ่งสำคัญจึงเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้

สุธรรม คงเพชร จ.พัทลุง/รายงาน