ตามที่คณะกรรมการรังนกฯได้ประกาศให้สัมปทานรังนกฯ เป็นเวลา 5 ปี แต่หลังจากที่เปิดขายซองเอกสารการประมูลไป 3 ครั้ง ในราคา 500 ล้านบาทและราคา 450 ล้านบาทตามลำดับ ก็ยังไม่มีผู้เข้ามายื่นซองการประมูลรังนกฯแต่อย่างใด ในที่ประชุมคณะกรรมการรังนกฯ จึงได้มอบหมายให้คณะกรรมกรกำหนดราคากลางจัดประชุมเพื่อกำหนดราคากลางในครั้งที่ 4 ซึ่งการประชุมการกำหนดราคากลางเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2564 มติที่ประชุมได้มีมติกำหนดราคากลางไว้ที่ 475 ล้านบาท ให้เก็บรังนกจาก 15 ครั้งเป็นจำนวน 16 ครั้ง โดยมีระยะเวลาการสัมปทาน 5 ปีเศษ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 7มิ.ย.64 ที่ห้องประชุมอิรวดีศาลากลางจังหวัดพัทลุง นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง ในฐานะประธานกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการรังนกฯ เพื่อร่วมกันพิจารณาการกำหนดราคากลางตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาได้เสนอมาดังกล่าว โดยในที่ประชุมได้ร่วมกันอภิปรายถึงผลดีผลเสียของราคากลาง 475 ล้านบาท และราคากลาง 450 ล้านบาทอย่างหลากหลาย และจากการลงมติเพื่อรับหลักการราคากลาง 475 ล้านบาทนั้น ปรากฏว่าในที่ประชุมเห็นด้วยกับราคากลาง 475 ล้านบาท จำนวน 3 เสียง ไม่เห็นด้วย 8 เสียง จึงทำให้ราคากลาง 475 ล้านบาทไม่ได้รับเห็นชอบจากที่ประชุม

ต่อมานายเกษมศักดิ์ เส้งสุ้น ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้เสนอราคากลางที่ 450 ล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปี ตัดสัญญาแนบท้ายในวงเงินประมาณ 6 ล้านบาทออกไป เพื่อเป็นการจูงใจให้มีผู้เข้ามาประมูลรังนกฯในครั้งนี้ ในขณะที่ในที่ประชุมไม่มีใครเสนอราคากลางมาให้คณะกรรมการรังนกฯมาพิจารณาร่วมกับการเสนอราคาของนายเกษมศักดิ์ฯ ทางด้านนายกู้เกียรติฯ จึงได้ขอมติจากที่ประชุมด้วยการยกมือลงคะแนนเสียง ปรากฏว่าในที่ประชุมเห็นด้วยกับราคากลางตามข้อเสนอของนายเกษมศักดิ์ฯ 8 เสียง นอกนั้นงดออกเสียง โดยจะเปิดการขายซองประมูลฯในระหว่างวันที่ 8 – 21 มิถุนายน 2564 และกำหนดการยื่นซองในวันที่ 22 มิถุนายน 2564 ณ หอประชุมจังหวัดพัทลุง ส่วนรายละเอียดต่างๆตามสัญญาการสัมปทานรังนกฯได้ยึดหลักรายละเอียดเดิมที่ได้ประกาศมาแล้ว

ในส่วนของการเฝ้าระวัง การป้องปรามการลักรังนกฯนั้น ขณะนี้ อบจ.เงินเหลือประมาณ 9 แสนบาทเศษ มีค่าใช้จ่ายค่าน้ำมัน วัสดุสำนักงาน ค่าเอกสาร ฯลฯ จำนวน 180,000บาท ใช้กำลังตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำลัง อบจ.พัทลุง และ จนท.ในสังสังกัดกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวันละ 67 คน โดยจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 57,350 บาท/วัน มีเงินลงทุนครั้งเดียว290,000 บาท ทำให้ อบจ.มีเงินเฝ้ารังนกเพียง 610,000 บาท โดยสามารถใช้เงินจำนวนดังกล่าวเฝ้ารังนกได้เพียง 12 วันเท่านั้น ซึ่งนายวิสุทธิ์ฯได้เสนอให้ชะลอการจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงของข้าราชการที่ลงพื้นที่เฝ้ารังนกทั้งในเกาะและบนภาคพื้นดินไว้ก่อน เพื่อนำเงินดังกล่าวมาใช้ในส่วนอื่นๆที่จำเป็นในการเฝ้าเกาะรังนก ซึ่งทาง อบจ.จะร่วมกับทางจังหวัดฯร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป

ขณะที่นายฉัตรชัย อุสาหะ รอง ผวจ.พัทลุง ได้เสนอให้ภาคประชาชน องค์กรทุกองค์กร ตัวแทนสื่อมวลชน เข้ามามีส่วนรับรู้ ร่วมแก้ปัญหา ในการสัมปทานรังนกฯในครั้งนี้ด้วยซึ่งทาง อบจ.พัทลุงได้รับเป็นเจ้าภาพในการดำเนินงานดังกล่าว โดยกำหนดจัดในช่วงระหว่างการเปิดการจำหน่ายซองเอกสารในระหว่างวันที่ 8 – 21 มิถุนายน 2564 ส่วยวัน เวลา สถานที่ที่แน่นอนจะกำหนดอีกครั้งหนึ่ง ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
















