‘ณพลเดช’ ยืนแจกกระชายต้มร้อนๆ “ประชาชนย่านเยาวราช” ชี้รัฐอาจผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญหากไม่สนับสนุนการแพทย์แผนไทย

16 พ.ค. 64 เวลา 17.30 น. ที่ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ ดร.ณพลเดช มณีลังกา ที่ปรึกษานายกสภาการแพทย์แผนไทย และว่าที่ผู้สมัคร สก. เขตสัมพันธวงศ์ พรรคเพื่อไทย ได้นำทีมงานพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่แจกน้ำกระชายต้มร้อนๆ ให้กับประชาชนรวมถึงพ่อค้าแม่ขายในย่านเยาวราชเพื่อป้องกันเชื้อโควิด19 โดย ดร.ณพลเดช กล่าวว่า จาก “สำเพ็งเยาวราชโมเดล” ที่จะทำการเร่งให้วัคซีนในพื้นที่ย่านสำเพ็งและเยาวราชในต้นเดือน มิ.ย. 64 นี้ จึงมีความเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่ควรจะให้กับประชาชนก่อนให้วัคซีนคือ การให้ภูมิคุ้มกันให้ประชาชนแข็งแรงที่สุด ในวันนี้จึงขอให้แม่ค้าท่านหนึ่งทดลองต้มน้ำกระชายขาว ที่ พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ นายกสภาการแพทย์แผนไทย ให้สูตรสมุนไพรฆ่าเชื้อโควิด-19 มีส่วนประกอบด้วย กระชายขาว หัวหอม และเกลือ ซึ่งเป็นยาพื้นฐาน ประชาชนสามารถทำได้เองโดยจัดทำแจกแบบร้อนๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมทำให้ตัวยามีคุณสมบัติที่เปลี่ยนไป


“หลังจากที่แจกเพียง 10 นาทีก็หมดเกลี้ยง เพราะมีคนมาต่อคิวเพื่อรับน้ำกระชายขาว ไปรับประทานเป็นจำนวนมาก หลายคนบอกว่ากินแล้วได้เหงื่อดี ทำให้ระบบหายใจโล่งขึ้นจึงได้ตั้งข้อสังเกตรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน ที่มีข้อแตกต่างกันอย่างชัดเจนในช่วงที่จีนเริ่มติดเชื้อโควิดที่อู่ฮั่น รัฐบาลจีนเร่งนำยาแผนจีนถึงขนาดให้โรบอท ต้มยาแผนจีนโบราณเพื่อให้ประชาชน แต่สำหรับรัฐบาลไทยกลับไม่ได้มุ่งเน้นสมุนไพรไทยอย่างจริงจัง ปล่อยให้ภาคประชาชนดำเนินการกันเอง ทั้งนี้จากการเพิกเฉย รัฐอาจทำผิดในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 55 วรรคแรกที่วางหลักให้มีการ “ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทย ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ดร.ณพลเดช กล่าว

ด้าน พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ นายกสภาการแพทย์แผนไทย กล่าวว่า ขอยืนยันว่ากระชายขาว มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโควิดได้ 100% ทั้งนี้ยังมีผลงานวิจัยของคณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ยืนยันจากห้องวิจัยว่า กระชายขาวมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโควิด โดยมีสารที่สำคัญคือ Panduratin A และ Pinostrobin และล่าสุดได้สกัดสารนี้ออกมาได้แล้ว ทั้งนี้ตนยังมีตำรับยาที่สามารถรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิดระดับสีเหลืองได้ หากผู้ป่วยท่านใดต้องการให้แพทย์แผนไทยเข้าไปรักษาสามารถติดต่อได้ที่ตนได้โดยตรง
จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน

















