13ม.ค.2568/ นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การเติบโตของระบบเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มชะลอตัว เป็นผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises : SME) จำนวนมากยังคงอยู่ในสภาวะเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs รายย่อยที่สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการให้สินเชื่อ จึงทำให้ผู้ประกอบการ SMEs ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินได้อย่างเพียงพอในการดำเนินธุรกิจ
กระทรวงการคลังเล็งเห็นความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการ SMEs ในทุกภาคธุรกิจ รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs รายย่อย ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น เพื่อให้มีสภาพคล่องเพียงพอในการฟื้นฟู ปรับปรุงกิจการ ขยายธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาขีดความสามารถของการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง จึงได้เสนอมาตรการด้านการเงินจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการสินเชื่อปลุกพลัง SMEs และ 2) โครงการสินเชื่อ Beyond ติดปีก SMEs ดำเนินการโดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ซึ่งคณะรัฐมนตรีในคราวการประชุมเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 ได้มีมติเห็นชอบแล้ว โดยมีสาระสำคัญของโครงการ ดังนี้
1) โครงการสินเชื่อปลุกพลัง SMEs วงเงินสินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการให้กับผู้ประกอบการ SMEs รายย่อยและมีความเปราะบางทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในทุกภาคธุรกิจที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 2 ล้านบาท วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 1.5 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ในปีที่ 1 – 3 ร้อยละ 3 ต่อปี และในปีที่ 4 – 10 คิดอัตราดอกเบี้ยตามที่ ธพว. กำหนด ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568
2) โครงการสินเชื่อ Beyond ติดปีก SMEs วงเงินสินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ ปรับเปลี่ยนทรัพย์สินหรือเครื่องจักร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ SME ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในทุกภาคธุรกิจที่มีรายได้ต่อปีไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 15 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ในปีที่ 1 – 3 ร้อยละ 3 ต่อปี และในปีที่ 4 – 10 คิดอัตราดอกเบี้ยตามที่ ธพว. กำหนด ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568
ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการ SMEs มาอย่างต่อเนื่อง โดยทั้ง 2 โครงการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs ในทุกภาคธุรกิจ ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ SMEs รายย่อยและมีความเปราะบาง สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินได้อย่างเพียงพอในการเสริมสภาพคล่อง ปรับปรุง ขยายธุรกิจ และพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้ในระยะยาวต่อไป
กัลฑภรณ์ สุขเย็น รายงาน

















