วันอาทิตย์ 12 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก Headline เร่งตรวจสอบ 11 บริษัท ลงระบบผิดพลาดนาน 4 ปี ส่งออกปลาหมอคางดำ หวั่นปัจจัยเร่งการแพร่ระบาด 

เร่งตรวจสอบ 11 บริษัท ลงระบบผิดพลาดนาน 4 ปี ส่งออกปลาหมอคางดำ หวั่นปัจจัยเร่งการแพร่ระบาด 

เขียนโดย ไศลพงศ์ สุสลิลา นักวิชาการอิสระด้านสิ่งแวดล้อม

สังคมตั้งคำถาม หลังจากคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทาง แก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ ที่เดินทางไปถึงกรมประมง เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 และได้ข้อมูลใหม่ว่าบริษัทส่งออกปลาทั้ง 11 บริษัท จ้างบริษัทชิปปิ้ง เป็นตัวแทนทำเอกสารส่งออกและระบุชื่อภาษาไทยผิดทุกบริษัท อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปี โดยไม่มีใครรับทราบเรื่องนี้ ผ่านไป 7 ปี เมื่อกลายเป็นปัญหาระดับชาติ เรื่องนี้ถึงได้ถูกตีแผ่

จากบทสัมภาษณ์ของ น.พ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ถึงข้อเท็จจริงการส่งออกปลาหมอคางดำเป็นปลาสวยงาม ช่วงปี 2556-2559 ไป 17 ประเทศ จำนวน 320,000 ตัว ว่าได้รับข้อมูลใหม่ผู้ส่งออกปลาสวยงามทั้ง 11 บริษัท มีการชื่อปลาในระบบผิดพลาด โดยทุกบริษัทมีการว่าจ้างบริษัทชิปปิ้ง เป็นผู้จัดการเอกสารส่งออก และมีการลงระบบผิดพลาดเหมือนกันหมด เป็นเวลา 4 ปี โดยมีการระบุชื่อไทยเป็นปลาหมอเทศข้างลาย ชื่อวิทยาศาสตร์ Sarotherodon melanotheron ชื่อสามัญ Blackchin tilapia แต่ในระบบของทางราชการมีการบันทึกแตกต่างกันดังนี้ ชื่อไทย ปลาหมอคางดำ ชื่อวิทยาศาสตร์ Sarotherodon melanotheron ชื่อสามัญ Blackchin tilapia ซึ่งมีการตรวจสอบพบความผิดพลาดดังกล่าวตั้งแต่ปี 2560 ใครจะเชื่อว่าผิดเหมือนกันแบบไม่มีผิดเพี้ยน และเหตุใดจึงไม่มีการทักท้วง เรื่องนี้ ประธานอนุกรรมาธิการ ก็คงสงสัยไม่เลิกเหมือนกัน

ทางด้าน นายณัชฐา บุญไชยอินสวัสด์ ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ประเด็นการส่งออกปลาหมอคางดำ ที่กรมประมงให้คำตอบว่า ได้สืบค้นแล้ว พบเอกสารสอบสวน ทั้ง 11 บริษัท ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ซึ่งช่วงนั้น ก็มีเรื่องการระบาด คล้ายๆ กับจึงมีขบวนการในการดำเนินการ ซึ่งผู้ส่งออกทั้งหมด ยืนยันว่าที่พวกเขาส่งออกไม่ใช่ปลาหมอคางดำ แต่เวลาส่ง ชิปปิ้ง ไปกดเลือก ไปเป็นปลาหมอเทศข้างลายและเลือกชื่อทางวิทยาศาสตร์ กับ ชื่อ ภาษาอังกฤษ ไปตรงกับปลาหมอคางดำ โดยทั้ง 11 บริษัท ให้ข้อมูลถึงใบขนส่ง ของกรมศุลกากรและพิกัดศุลกากร และส่งไปปลายทางที่เอามายืนยัน สุดท้าย ไม่ได้เป็นปลาหมอคางดำและมีระบุว่าปลาหมอคางดำ ไม่มีความสวยงาม ไม่สามารถส่งออกเป็นปลาสวยงามได้ แต่บริษัทส่งปลาหมอสีมาลาวี และ ปลาหมอโทรเฟียส ซึ่งกรมประมงพิสูจน์และนำเอกสารทั้งหมดมาเทียบแล้ว เป็นความจริงและลงบันทึกว่า ปลาที่ส่งออก เป็นปลาหมอสีมาลาวี และ ปลาหมอโทรเฟียส เป็นลงบันทึกผิดในระบบเท่านั้น คำชี้แจงนี้ สังคมก็ยังคงเชื่อได้ยาก เพราะแปลว่ามีการชิปปิ้งเพียงบริษัทเดียวดำเนินการเรื่องนี้ ถ้าเป็นตามนั้นจริง ทำไมการตรวจเอกสารไม่เกิดข้อผิดสังเกตุ

จากข้อชี้แจงดังกล่าวข้างต้น คำถามคือ ภาครัฐได้เดินทางไปตรวจสอบปลาที่ปลายทางว่าเป็นปลาตามที่บริษัทส่งออกระบุไว้หรือไม่ และเมื่อแจ้งส่งออกเป็นปลาหมอเทศข้างลาย แต่ท้ายที่สุดยืนยันเป็นปลาหมอสีมาลาวีและปลาหมอโทรเฟียส ความจริงของข้อสรุปนี้คืออะไร และผ่านมา 7 ปี ความจริงเรื่องนี้ถึงเพิ่งถูกเปิดเผย

สังคมควรพิจารณาที่ทั้ง 11 บริษัท พร้อมใจกันผิดพลาดเหมือนลอกข้อสอบกันมา ทั้งที่บริษัทส่งออกปลาเหล่านี้ต่างมีความรู้ดีเกี่ยวกับสินค้าที่ส่งออก เหตุใดจึงแจ้งชื่อภาษาไทยผิด ทั้งที่ปลาหมอเทศข้างลาย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Oreochromis aureus ชื่อสามัญ คือ Blue tilapia และส่งออกปลาเป็นแสนตัว ทำกำไรเข้ากระเป๋าไปเรียบร้อย ถ้าไม่เกิดปัญหาการแพร่ระบาดขึ้นก็คงเงียบกริบ และกรณีนี้ “ความแตก” เชื่อว่ายังมีส่วนอื่นที่ทำผิดกฎหมายและความยังไม่แตกอีกจำนวนมากที่รอเวลาสะสางทั้งระบบ

การเพาะเลี้ยงปลาหมอสีคางดำในช่วงเวลาดังกล่าว แม้จะยังไม่มีกฎหมายห้ามเพาะเลี้ยง แต่เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ในปี 2561 ตัวเลขส่งออกก็หายไปด้วย ทำให้ยิ่งคลางแคลงใจว่าปลาที่ไม่ได้ส่งออกอยู่ที่ไหน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจจะเป็นอีก 1 คำตอบ ของการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคาง

ถึงวันนี้ กระแสสังคมต้องการหาต้นตอการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ เรื่องการส่งออกจึงจำเป็นต้องนำมาพิจารณาควบคู่กันไป เพราะทุกปัจจัยล้วนเป็นมูลเหตุของปัญหาได้ทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในกระบวนการยุติธรรม รับผลกำไรไปแล้วก็ต้องยอมรับผลของการกระทำด้วย

หวังว่าการตรวจสอบผู้ส่งออกปลาหมอคางดำ 11 บริษัท ควรจะเปิดเผยความจริงอีกด้านหนึ่งให้ประจักษ์ตามข้อเท็จจริงด้วยความโปรงใส่และรอบคอบ โดยไม่ทิ้งประเด็นใดไป เพื่อยุติปัญหาที่ยังคงมีการตั้งคำถามกันต่อเนื่อง หาไม่แล้วเรื่องนี้ก็จะลากยาวต่อไปอย่างไม่มีจุดจบ

ทั้งนี้ บริษัทที่ส่งออกปลาหมอคางดำ 11 บริษัท ประกอบด้วย หจก.ฉาง ซิน เอ็นเตอร์ไพร์, หจก. ซีฟู้ดส์ อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต, บจก.นิว วาไรตี้, บจก. พี.แอนด์.พี อควาเรี่ยม เวิลด์ เทรดดิ้ง, บจก.ไทย เฉียน หวู่, บจก. แอดวานซ์ อควาติก, บจก.เอเชีย อะควาติคส์, บจก.หมีขาว, หจก. วี. อควาเรียม, บจก.สยามออร์นา เมนทอล ฟิช, และ หจก.สมิตรา อแควเรี่ยม./