วันเสาร์ 31 ตุลาคม 2026
หน้าแรก เที่ยวระเริง ทีเส็บ-CDAST ประกาศผล Pitching “MaxiMICE Design Challenge 2026” ดึงพลังดีไซเนอร์เปลี่ยนไอเดียไทยสู่ผลงานจริง

ทีเส็บ-CDAST ประกาศผล Pitching “MaxiMICE Design Challenge 2026” ดึงพลังดีไซเนอร์เปลี่ยนไอเดียไทยสู่ผลงานจริง

30 ตุลาคม 2569 — สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมกับ สภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย หรือ CDAST จัดงานรอบประกาศผลและมอบรางวัลรอบชิงชนะเลิศ “MaxiMICE Thailand Design Challenge 2026: Student Track – Final Pitch” พร้อมขับเคลื่อนการนำเสนอผลงานในรอบ Professional Track – Semifinal Pitch ณ โรงแรม Pullman Bangkok King Power มุ่งเฟ้นหานวัตกรรมดีไซน์พื้นที่จัดงานและบูธนวัตกรรมยั่งยืน เปลี่ยนไอเดียสู่การผลิตผลงานเพื่อใช้งานจริงในพื้นที่จัดแสดงงาน MICE ระดับประเทศและนานาชาติ
โครงการ MaxiMICE Thailand Design Challenge 2026 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนิสิต นักศึกษา รวมถึงเหล่านักออกแบบและผู้ประกอบการมืออาชีพทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมส่งผลงานการออกแบบเข้ามาประชันไอเดียอย่างเข้มข้น จนกระทั่งเดินทางมาถึงวันตัดสินและนำเสนอผลงาน ในวันนี้
โครงการ MaxiMICE Thailand Design Challenge 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “FROM LOCAL IDEAS TO GLOBAL IMPACT – local resonance. Global relevance.” ที่มุ่งเน้นการดึงอัตลักษณ์ เสน่ห์ ภูมิปัญญา และทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นไทย มาตีความผ่านการออกแบบร่วมสมัย ผสานเข้ากับหลักการออกแบบเพื่อความยั่งยืน (Sustainability)
การแข่งขันในปีนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท (Tracks) ครอบคลุมทั้งระดับอุดมศึกษาและมืออาชีพ ได้แก่
  1. Student Track — Domestic Event Pop-up Booth Design: มีนิสิต นักศึกษาสมัครเข้าร่วมกว่า 100 คน จาก 67 ทีมทั่วประเทศ โดยผ่านการคัดเลือกเข้มข้นจนเหลือ 5 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitch ในช่วงเช้าวันที่ 30 ตุลาคม ได้แก่ ผลงาน ‘ROI – RIENG ร้อยเรียง1’ (ทีม S21), ‘กาบกนก’ (ทีม S28), ‘หมอนสามเหลี่ยม — ภูมิปัญญาไทยในรูปแบบร่วมสมัย’ (ทีม S37), ‘TIE — สาน · ร้อย · ผูก’ (ทีม S40) และ ‘สานต่อ’ (ทีม S77)
  2. Professional Track — International Trade Show Booth Design: ทีมนักออกแบบมืออาชีพจำนวน 10 ทีม เข้าร่วมการนำเสนอผลงานรอบ Semifinal Pitch ในช่วงบ่ายของวันที่ 30 ตุลาคม เพื่อเฟ้นหา 5 ทีมสุดท้าย (Top 5 Finalists) ที่ผ่านเข้าสู่รอบ Final Pitch ในวันที่ 2 ธันวาคม ต่อไป
สรุปผลการประกวด Student Track:
● รางวัลชนะเลิศ (เงินรางวัล 50,000 บาท) และ รางวัล Popular Vote (เงินรางวัล 10,000 บาท) ได้แก่ทีม MaxiMICE-S77 ผลงาน “สานต่อ” จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำเสนอภายใต้แนวคิด “สานต่อ” คือการนำภูมิปัญญาและองค์ความรู้จากอดีตมาพัฒนาให้เกิดความหมายใหม่ในปัจจุบัน เพื่อให้คุณค่าของสิ่งเหล่านั้นยังคงดำเนินต่อไปในอนาคต
● รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (เงินรางวัล 20,000 บาท): ทีม MaxiMICE-S21 ผลงาน “ROI-RIENG (ร้อยเรียง)” จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น นำเสนอภายใต้แนวคิด จากการถอดรหัสภูมิปัญญา “การร้อยมาลัย” ซึ่งเป็นศิลปะของการรวมองค์ประกอบเล็ก ๆ เข้าด้วยกันผ่าน แกนกลาง จนกลายเป็นโครงสร้างใหม่ที่แข็งแรง งดงาม และทรงคุณค่า ถูกนำมาตีความใหม่เป็นสถาปัตยกรรม Pop-up Booth เพื่อการต้อนรับและให้เกียรติผู้มาเยือน
● รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (เงินรางวัล 10,000 บาท): ทีม MaxiMICE-S37 ผลงาน “หมอนสามเหลี่ยม-ภูมิปัญญาไทยในรูปแบบร่วมสมัย” จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำเสนอภายใต้แนวคิด ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “หมอนสามเหลี่ยม” หนึ่งในองค์ประกอบที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาการพักผ่อนแบบไทย นำรูปทรงสามเหลี่ยมและลักษณะการพับซ้อนของหมอนมาถอดรหัสใหม่ให้กลายเป็น โครงสร้างและพื้นที่ทางสถาปัตยกรรม เกิดเป็นรูปทรงที่มีจังหวะต่อเนื่องและสามารถสร้างทั้งเปลือกอาคาร พื้นที่นั่งพัก และพื้นที่กึ่งเปิดกึ่งปิด
● รางวัลโดนใจไมซ์ (โดย ทีเส็บ): ทีม MaxiMICE-S40 ผลงาน “TIE – สาน · ร้อย · ผูก” จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง นำเสนอภายใต้แนวคิด “การสาน ร้อย และผูก” ซึ่งเป็นวิธีที่มนุษย์ใช้เชื่อมสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกันมาตีความใหม่ผ่านงานสถาปัตยกรรม แนวคิดนี้ไม่ได้มองความเป็นไทยเป็นเพียงลวดลายหรือการตกแต่ง แต่เลือกหยิบภูมิปัญญาเรื่องการเชื่อม การยึด และการประกอบมาเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิดในการออกแบบโครงสร้างของพาวินเลียน
● รางวัลขวัญใจกรรมการ: ทีม MaxiMICE-S28 ผลงาน “กาบกนก” จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอภายใต้แนวคิด “From Local to Global” เพื่อแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่มีรากฐานจากท้องถิ่นสามารถพัฒนาให้เกิดคุณค่าใหม่ และกลายเป็นภาษาการออกแบบร่วมสมัยที่สื่อสารกับผู้คนในระดับสากลได้
โครงการประกวด MaxiMICE Thailand Design Challenge 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ของประเทศไทย ผ่านพลังความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนคนรุ่นใหม่และเครือข่ายนักออกแบบมืออาชีพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันโดดเด่นในการผสานอัตลักษณ์และภูมิปัญญาไทยเข้ากับนวัตกรรมความยั่งยืน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมไมซ์ในระดับสากลต่อไป