วันศุกร์ 30 ตุลาคม 2026
หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘เทคโนโลยีชาวบ้าน’ ร่วมกับ ‘อว.’ และพันธมิตร จัด เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE ‘เกษตรไม่เหมือนเดิม’

‘เทคโนโลยีชาวบ้าน’ ร่วมกับ ‘อว.’ และพันธมิตร จัด เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE ‘เกษตรไม่เหมือนเดิม’

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เทคโนโลยีชาวบ้าน ผู้นำสื่อออนไลน์ด้านการเกษตรครบวงจร จับมือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดสัมมนาในหัวข้อ เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE ‘เกษตรไม่เหมือนเดิม’ โดยมีตัวแทนภาครัฐ ผู้ประกอบการภาคเอกชน นักวิชาการ และผู้สนใจภาคการเกษตรทั่วประเทศเข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมอาคารข่าวสด และมติชน อคาเดมี

ศ. ดร.ยศนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนา พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ เกษตรไทยยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยดาต้า โตด้วยเทคโนโลยี โดยกล่าวว่า ประเทศไทยติดอยู่ใน ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ มานาน ต้นทุนเราสูงเกินกว่าจะแข่งขันด้วยแรงงานราคาถูกหรือการผลิตแบบ Mass Production ได้ ทางออกที่ดีทางหนึ่งคือการแข่งขันด้วยนวัตกรรมและการเพิ่มมูลค่า เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานไทยสู่ประเทศรายได้สูง ด้วยการพลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็น ‘กระดูกสันหลัง’ ของการสร้างนวัตกรรม

‘ประเทศไทย’ โดดเด่นระดับโลกเรื่อง ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ และมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ กระทรวง อว. จะนำสิ่งเหล่านี้มาจัดทำบัญชีทุนธรรมชาติ (Natural Capital Accounting) เพื่อดันเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงให้ประเทศไทย ก้าวสู่การเป็น ‘ประเทศรายได้สูง’ ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์เรือธง (Flagship Projects) ได้แก่ Siam Silica ยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ Siam Medica แผนผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางด้าน wellness บนฐานวิทยาศาสตร์ของโลก และ Siam Terra แผนเพิ่มผลิตภาพและรายได้ของเกษตรกรด้วยเทคโนโลยี เปลี่ยนจากการขายผลผลิตทางการเกษตรเป็นการแปรรูปสู่อาหารและยา โดยให้เกษตรกรเป็นเจ้าของห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด ซึ่งจะเริ่มนำร่องในปี 2570

ในอดีตเกษตรกรถางป่าเพื่อทำเกษตรแบบเดิม เราเปลี่ยนแนวทางมาเป็นการสร้าง ‘ใต้ผืนป่าคือโรงผลิตยาธรรมชาติ’ ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชยามูลค่าสูงภายใต้ร่มเงาไม้ เพราะพืชยาคือโอกาสและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มหาศาลทั้งในประเทศและระดับโลก นอกจากช่วยให้เกษตรกรปลดล็อกตัวเองจากวงจรความยากจนแล้ว ยังช่วย ‘ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ’ ได้พื้นที่ป่ากลับคืนมาเป็นกำแพงธรรมชาติเพื่อรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ช่วยลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในอนาคต นี่คือสมการที่จะตอบโจทย์เป้าหมายสูงสุดของเรา นั่นคือ ‘คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด และเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน’

ต่อมาเป็นช่วง Special Talks หัวข้อ Carbon Credit โอกาสใหม่ของเกษตรกรรายย่อย โดยดร.อัมพร โพธิ์ใย นักวิจัยอาวุโส และหัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตลาดคาร์บอน (DIT) และคุณธนพิสิฐ ใจกว้าง ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าลี่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ดำเนินรายการโดย คุณลีนา นาคะวิโรจน์ อินฟลูเอนเซอร์ TikTok ชื่อดังเจ้าของช่อง ‘สาวใต้ปลูกต้นไม้’

เวทีนี้ช่วยเปิดมุมมองภาพรวมตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยว่า การลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมีเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) เป็นกระแสหลักระดับโลกที่ทวีความสำคัญมากขึ้น แต่การซื้อขายคาร์บอนเครดิตในไทยยังไม่คึกคักเพราะเป็นตลาดภาคสมัครใจ อย่างไรก็ตามภาคเกษตรคือแหล่งดูดซับคาร์บอนขนาดใหญ่ มีศักยภาพสูงมาก ดังนั้น คาร์บอนเครดิตจึงเป็นแหล่งรายได้เสริมตัวใหม่ของเกษตรกรไทย ใครเริ่มก่อนย่อมได้เปรียบ เนื่องจากตลาดคาร์บอนเครดิตกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะภาคเอกชนมีความต้องการซื้อคาร์บอนเครดิตเพิ่มมากขึ้นทุกปี

นอกจากนี้ ยังมีเวทีสัมมนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ หัวข้อ เปลี่ยนเศษไม้ในสวนเป็น ‘ถ่านไบโอชาร์’ สูตร ‘กู้ดินโทรม’ ปลูกพืชเงินล้าน โดย คุณเจนนิเฟอร์ อินเนส-เทเลอร์ หรือ น้องเจนทำฟาร์ม อินฟลูเอนเซอร์สาวคนเก่ง และคุณณัฐวุฒิ จันทร์เรือง เจ้าของจันทร์เรืองฟาร์ม เจาะลึกหัวใจสำคัญของการทำไบโอชาร์ใช้เอง เปลี่ยนเศษพืชในไร่ให้เป็นคาร์บอนมูลค่าสูง พร้อมวิธีฟื้นฟูดินพังให้อุ้มน้ำและปุ๋ย

สุดท้ายเป็นเวทีสัมมนาในหัวข้อ เกษตรไซซ์เล็ก พลิกพื้นที่จำกัด สู่เกษตรมูลค่าสูง โดย คุณสาวิตตรี สระทองเทียน เจ้าของ The Vanilla House จ.นครปฐม ที่มาถ่ายทอดวิชาปลูกวานิลลาในตะกร้าหรือเข่ง ตอบโจทย์คนอยากปลูกประดับข้างบ้าน หรือทดลองมือก่อนขยายแปลงจริง ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงเรือนให้เปลืองงบ

ภายในงานยังจัดโซน Green Market พื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายธุรกิจเกษตร พบสินค้านวัตกรรม พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจได้ พูดคุย ปรึกษา และแลกเปลี่ยนไอเดีย กับเกษตรกรและผู้ผลิตตัวจริงแบบเอ็กซ์คลูซีฟหน้าบูธ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ไบโอชาร์ จาก สวนจันทร์เรือง, สวนไผ่โป๋ยแจ่ม และร้านรีเจนซอยล์ หรือ ‘สมุนไพรเป็นยา สินค้าออร์แกนิก’ ของ คุณนุช – ณิชาดา กิตติโชติธนกุล เจ้าของ ‘ณิชาดา บ้านสมุนไพร 63’ ที่สร้างรายได้หลักล้านจาก ‘อาชีพรับซื้อสมุนไพร’

นอกจากนี้ สายเฮลตี้ยังได้แลกเปลี่ยนไอเดียดูแลสุขภาพกับ ป้าจันทร์ – ลภัสรดา ทศรัศมิ์ แห่งสวนศิลป์หนองมน ที่ยึดหลักการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อคืนชีวิตให้ดิน และแนวคิด ‘อโรคยาเคลื่อนที่’ ในการดูแลสุขภาพพึ่งพาตนเอง โดยใช้ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร สินค้าออร์แกนิก และน้ำหมัก/น้ำซอสธัญพืชเพื่อสุขภาพ

ด้าน บำรุงสุขฟาร์ม ของ คุณเบนซ์ – วีรวิชญ์ อินทร์ประยงค์ นักสะสมน้ำผึ้งธรรมชาติจากป่าและฤดูกาลต่างๆ มากกว่า 400 ชนิด ได้นำสินค้าให้ผู้สนใจได้ชิมภายในงานครั้งนี้ คุณเบนซ์ได้แบ่งน้ำผึ้งออกเป็น 10 มิติ คือ หวาน หวานหอม หวานนวล หวานเปรี้ยว หวานเค็ม หวานเย็น หวานเผ็ด โดยน้ำผึ้งแต่ละมิติมีคุณสมบัติใช้สอยที่แตกต่างกัน ‘น้ำผึ้งจากเชียงของ’ ให้กลิ่นคาวเล็กน้อย เหมาะเติมความหวานให้กับกาแฟคั่วกลาง ฯลฯ

ยุคนี้แค่ ‘ปลูกเก่ง’ ไม่พออีกต่อไป แต่ต้องคิดเป็น ขายเป็น และปรับตัวเป็น เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE เกษตรไม่เหมือนเดิม ครบจบในงานเดียว ช่วยอัปสกิลเกษตรยุคใหม่ ทำได้ ต่อยอดเป็น ได้ความรู้จากนักวิชาการและเกษตรกรตัวจริงแบบ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง นำไปปรับใช้กับธุรกิจได้ทันที

ผู้สนใจสามารถเดินทางเข้าร่วมรับฟังเวทีเสวนา และเยี่ยมชมกิจกรรมภายในงานได้ในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 – 16.30 น. ณ อาคารข่าวสด และมติชน อคาเดมี ถนนเทศบาลนิมิตใต้ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1, แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีวัดเสมียนนารี หรือติดตามไลฟ์ คอนเทนต์จากงานได้ทุกช่องทางของ ‘เทคโนโลยีชาวบ้าน’ และสื่อในเครือมติชน

 

#เทคโนโลยีชาวบ้านNEXTMOVEเกษตรไม่เหมือนเดิม #NEXTMOVEเกษตรไม่เหมือนเดิม #สัมมนาการเกษตร #เทคโนโลยีชาวบ้าน #technologychaoban #พลิกโฉมเกษตรกรไทย #เกษตรยุคใหม่ #คาร์บอนเครดิต #ไบโอชาร์ #พืชมูลค่าสูง #วานิลลา